เสียงโครมครามของตะหลิวเหล็กที่กระทบกับกระทะเหล็กหล้าดังสนั่นกังวานไปทั่วบริเวณหลังบ้านตระกูลหลี่ เป็นสัญญาณเตือนภัยชั้นดีว่า หลี่เหมยหลิง ผู้นี้ไม่ได้มีเวลามาต่อปากต่อคำกับญาติผู้พี่หน้าเงินที่ยืนทำหน้าบูด Bบึ้งอยู่หน้าประตูรั้วอีกต่อไปแล้ว
"หลี่เหมยหลิง! เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร? พ่อฉันบอกให้เอาแป้งสาลีสามชั่งกับเนื้อหมูสามชั้นนั่นส่งมาให้บ้านใหญ่ เดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าลุงต้าเฉียงคนนี้ไม่เตือนเรื่องการตัดชื่อเธอออกจากทะเบียนบ้านนะ!" เสียงแหลมสูงของหลี่ต้าเฉียงดังทะลุกำแพงดินอัดแน่นเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูไม้เก่าๆ จนฝุ่นผงร่วงกราว
เหมยหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็น เธอยังคงใช้มือข้างหนึ่งถือด้ามกระทะพลิกสมุนไพรจีนและชิ้นเนื้อไก่ป่าเนื้อแน่นที่เพิ่งดึงออกมาจากมิติลับด้วยความรวดเร็ว กลิ่นอายของโสมป่าอายุหลายสิบปีและรากขิงสดที่ถูกทุบจนแตก ถูกความร้อนจากเตาถ่านขับเน้นจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลทะลุควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามสาย
ตัดชื่อออกจากทะเบียนบ้านอย่างนั้นหรือ? ยุค 1970 ในดินแดนชายแดนอันหนาวเหน็บแห่งนี้ กฎหมายการถือครองที่ดินและโควตาเสบียงเป็นเรื่องใหญ่ก็จริง แต่สำหรับคนที่มีมิติฟาร์มและห้องครัวอัจฉริยะอยู่ในกำมืออย่างเธอ การพึ่งพาเสบียงกรังอันน้อยนิดจากลุงจอมโลภผู้นี้ เป็นเรื่องตลกขบขันสิ้นดี
"อยากได้ก็เข้ามาเอาสิครับ ลุงต้าเฉียง!" เหมยหลิงตะโกนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานเจือความท้าทาย เธอจงใจใช้ตะหลิวเคาะขอบกระทะเสียงดัง *กริ๊งๆ* เป็นจังหวะ เพื่อยั่วโมโหคนนอกรั้ว "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ข้าวของในบ้านนี้แม้แต่เมล็ดข้าวสารหักครึ่งเดียว ก็เป็นของที่ฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ไม่ใช่สมบัติโจรที่จะมาปล้นกันโต้งๆ หน้าตาเฉย!"
เสียงฝีเท้าที่กำลังจะพังประตูเข้ามาสะดุดกึกลงทันที เมื่อกลิ่นหอมล้ำลึกของ "ซุปไก่ป่าตุ๋นโสมและเก๋ากี้" ลอยไปแตะจมูกของหลี่ต้าเฉียงเข้าอย่างจัง กลิ่นหอมหวานของเนื้อไก่ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ผสมผสานกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของสมุนไพรและเครื่องเทศที่เหมยหลิงแอบหยิบมาจากห้องครัวอัจฉริยะ มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมเย้ายวนที่ต่อให้เป็นเซียนผู้บำเพ็ญเพียรก็ยังต้องน้ำลายสอ ลุงต้าเฉียงที่กำลังโมโหถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สมองที่เคยคิดแต่เรื่องจะมาข่มขู่ไถของกลับถูกความหอมรัญจวนใจนี้เข้าครอบงำจนสติกระเจิง
ในขณะเดียวกัน ที่แปลงผักแปลงเล็กๆ ข้างบ้าน สวีจิ้น นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเขียวมะกอกที่เพิ่งเดินตรวจตราแนวชายแดนเสร็จและตั้งใจจะแวะเอาใบชาป่าหายากมาฝากหญิงสาว ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเช่นกัน
จมูกโด่งเป็นสันคมสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาตามสายลมหนาวเข้าลึก ปอดของเขาพองโตด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด สวีจิ้นไม่ใช่คนมักมากในเรื่องปากท้อง อาหารในค่ายทหารล้วนหยาบกระด้างและมีเพียงพอให้อิ่มท้องไปวันๆ แต่กลิ่นหอมที่ลอยมาจากห้องครัวของเหมยหลิงในยามนี้ กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาจากการฝึกฝนและสงครามชายแดนเกิดอาการ "สั่นไหว" อย่างรุนแรง
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่หลังพุ่มไม้เตี้ยๆ สายตาคมกริบมองลอดผ่านกิ่งไม้ไปเห็นแผ่นหลังบอบบางแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว นางกำลังยืนปรุงอาหารด้วยท่าทางคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ แสงแดดยามสายส่องกระทบกลุ่มผมสีดำสนิทที่มัดรวบไว้ลวกๆ ขับให้ใบหน้านวลเนียนนั้นดูเปล่งประกายท่ามกลางบรรยากาศอันแห้งแล้งของทุ่งหญ้าหนาว
หัวใจของนายทหารผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อศัตรู กลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก นี่หรือคือฝีมือการทำอาหารของภรรยาในนามที่ชาวบ้านต่างนินทากันว่าทำอะไรไม่เป็น?
"อื้อหือ... หอมอะไรขนาดนี้เนี่ย เหมยหลิงหลานสาวตัวดี แกแอบซ่อนเนื้ออะไรไว้ในบ้าน!" เสียงของป้าซุน เพื่อนบ้านผู้ใจดีที่บ้านอยู่ถัดไปสามหลังตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น พร้อมกับเดินจ้ำอ้าวเข้ามาเกาะรั้วไม้ไผ่ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยเป็นประกายวาววับเมื่อมองเห็นควันสีขาวที่พวยพุ่งออกจากปากปล่องไฟ
เหมยหลิงหันไปส่งยิ้มพริ้มเพราให้ป้าซุน รอยยิ้มนั้นทั้งสดใสและซุกซน "ป้าซุนครับ ลมหนาวพัดมาแบบนี้ ถ้าไม่ได้ซุปไก่ป่าร้อนๆ สักถ้วย ชีวิตคงแห้งแล้งแย่ ท่านสนใจจะอยู่ชิมฝีมือฉันสักถ้วยไหมล่ะครับ?"
"ชิมสิ! ทำไมจะไม่ชิม! แม่คุณเอ๊ย กลิ่นนี่มันลอยไปไกลถึงบ้านฉัน จนหลานชายฉันมันร้องไห้งอแงจะกินข้าวไม่หยุดแล้ว!" ป้าซุนหัวเราะร่วน ลืมความหวาดกลัวที่มีต่อตระกูลหลี่ไปเสียสนิท
ทว่า บรรยากาศอันรื่นรมย์กลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆ หลี่ต้าเฉียงที่ตั้งสติได้จากการสะกดจิตด้วยความหอม ก็พังผึงผลักประตูรั้วไม้ไผ่จนหลุดออกจากบานพับ เสียงไม้หักดังสนั่นลั่นทุ่ง หลี่ต้าเฉียงพุ่งเข้ามาในลานบ้านด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามหน้า
"นังเด็กสารเลว! แกกล้าดียังไงมาทำอาหารหอมเยาะเย้ยคนตระกูลหลี่! ส่งกระทะนั้นมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้!" หลี่ต้าเฉียงยื่นมือหนาหยาบกร้านพุ่งตรงมาหมายจะคว้าจับด้ามกระทะเหล็กของเหมยหลิง
เหมยหลิงไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ ดวงตาทอประกายความเยียบเย็นอย่างเหนือชั้น เธอยกกระทะหลบฉากอย่างรวดเร็วดุจปลาไหล พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก
"ถ้าลุงกล้าแตะต้องอาหารในกระทะนี้แม้แต่นهاยเดียว... ลุงก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาจากการขโมยทรัพย์สินของทหารประจำการได้เลย"
หลี่ต้าเฉียงชะงักกึก มือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทหารประจำการ? หมายความว่าอย่างไร?
ยังไม่ทันที่หลี่ต้าเฉียงจะได้เอ่ยปากถาม ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารของสวีจิ้นก็ก้าวเท้าเข้ามายืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายเหมยหลิงอย่างเงียบเชียบ มือหนาวางทับลงบนด้ามดาบประจำกายเบาๆ สายตาดุดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองหลี่ต้าเฉียงด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น
"อาหารหม้อนี้... เป็นเสบียงที่ฉันตกลงจะแบ่งให้ภรรยาของฉันปรุง ใครหน้าไหนกล้าแตะต้อง รarคาสิ่งนั้นคงไม่ใช่แค่ค่าปรับธรรมดาเสียแล้วล่ะมั้งครับ" สวีจิ้นเอ่ยน้ำเสียงทุบต่ำเย็นเยียบ กลิ่นอายความตายแผ่ขยายกดดันจนหลี่ต้าเฉียงหน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงไปกองกับพื้นดินทันทีด้วยความหวาดกลัว
เหมยหลิงชำเลืองมองชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาปกป้องเธออย่างทันท่วงที มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาในใจท่ามกลางลมหนาว
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงฝ่าฝุ่นตลบเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของทหารสื่อสารที่ทำให้สีหน้าของสวีจิ้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ผู้กองสวี! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายแดนแล้วครับ! กองคาราวานสินค้าปริศนาถูกลอบโจมตี และเสบียงล็อตใหญ่กำลังจะ..."
— ใบชาหอมหมื่นลี้
ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น•ตอนที่ 3
ซุปไก่ป่าประท้วงความหิว
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!