ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น•ตอนที่ 4

การมาเยือนของญาติผู้หิวโหย

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงไม้กระบองฟาดกระทบวงกบประตูเรือนไม้เก่าดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจงใจประกาศก้องให้ชาวบ้านครึ่งหมู่บ้านได้ยินว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดี "หลี่เหมยหลิง! นังเด็กเนรคุณ! ผัวไปเข้าเวรชายแดนแล้วทำเป็นปีกกล้าขาแข็ง ปีกไม้ผุๆ นี่เป็นของตระกูลหลี่ แกไม่มีสิทธิ์มาอยู่คนเดียวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันที่เป็นลุง!" น้ำเสียงแหบห้าวตบแต่งด้วยความกรรโชกโฮกฮากดังลั่นทุ่งหญ้าหนาวที่ลมพัดกรรโชก หลี่ต้าเฉียงยืนค้ำหัวอยู่หน้าประตูกลางลานบ้าน ร่างท้วมหนาในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ สวมหมวกขนสัตว์ที่เปรอะเปื้อนคราบโคลน ดวงตาเล็กหรี่มองลอดผ่านกรอบแว่นตาหนาเตอะกวาดสายตาสำรวจข้าวของในลานบ้านอย่างหิวกระหาย ท่าทางของเขาเหมือนแร้งลงเหยื่อ ไม่มีผิดเพี้ยน เหมยหลิงไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกใบชาอู่หลงเกรดพรีเมียมจากมิติลับวางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ช้าๆ อย่างใจเย็น นางปัดเศษผงชาออกจากปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง "อ้าว ลุงใหญ่ ลมอะไรหอบท่านมาถึงชายแดนทุ่งหญ้าหนาวที่กันดารเช่นนี้ล่ะครับ... อ้อ ไม่สิ ลมโลภอยากฮุบที่ดินต่างหากเล่าที่พัดท่านมา" เหมยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพร ต้าเฉียงหน้าดำคร่ำเคร่งเมื่อถูกเด็กสาวที่เขาเคยเห็นแต่ก้มหน้าหลบตาต่อหน้าต่อตาตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า เขาถ่มน้ำลายลงพื้นเสียงดัง *ถุย!* "ปากเก่งนักนะนังนี่! บ้านหลังนี้ พ่อแม่แกตายไปแล้ว สมบัติทุกชิ้นต้องตกเป็นของฉันในฐานะหัวหน้าตระกูลหลี่ สัญญาแบ่งมรดกเมื่อสามปีก่อนเขียนไว้ชัดเจน แกเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว จะมาครอบครองที่ดินแปลงนี้และห้องครัวปูนซิเมนต์ที่เพิ่งสร้างใหม่ไม่ได้ ส่งโฉนดและกุญแจมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะเกณฑ์คนมาขับไล่แกออกจากหมู่บ้านข้อหาสมคบคิดกับพวกนอกคอก!" บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงถนัดตา ลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคาบ้าน ป้าซุนที่แอบมองเหตุการณ์อยู่หลังรั้วบ้านข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี รีบคว้าไม้กวาดเตรียมวิ่งเข้ามาช่วย แต่นางเอกของเรากลับยกมือห้ามปรามด้วยท่าทีสุขุม เหมยหลิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางสวมเสื้อกันหนาวไหมพรมถักสีเทาอ่อนที่สวีจิ้นเพิ่งหาซื้อมาฝากจากในเมือง ทรวดทรงและท่าทีสง่างามผิดไปจากหญิงชาวบ้านทั่วไปทำให้ต้าเฉียงชะงักไปชั่วขณะ "หัวหน้าตระกูลหลี่งั้นหรือ?" เหมยหลิงหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านลืมไปแล้วหรือครับว่าเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พ่อแม่ฉันล้มป่วยจนหมดตัว ท่านเป็นคนร่างสัญญาตัดขาดตระกูลด้วยลายมือตัวเอง เพื่อปัดภาระค่ารักษาพยาบาลและหนี้สิน บังคับให้พวกเราย้ายมาอยู่ที่ชายแดนกันดารนี่ ในเอกสารฉบับนั้นระบุชัดเจนว่า 'ตระกูลหลี่สายใหญ่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบ้านหลังนี้อีก' ท่านเซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือด้วยความเต็มใจต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและพยานอีกสปากปาก... ความจำของลุงใหญ่เสื่อมถอยลง หรือว่าความโลภมันบังตาจนอ่านหนังสือไม่ออกกันแน่?" คำพูดแต่ละคำพรั่งพรูออกมาอย่างมีจังหวะจะโคน ไม่รีบร้อน แต่น้ำหนักของมันหนักหน่วงราวน ภูเขาหิมะกดทับลงบนบ่าของหลี่ต้าเฉียงจนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับแดงด้วยความโกรธจัดและละอายใจ "นั่น... นั่นมันสถานการณ์เฉพาะหน้า! แกมันเป็นแค่เด็ก... แกไม่มีสิทธิ์มาอ้างกฎหมายกับฉัน!" ต้าเฉียงแผดเสียงลั่น ชักเท้าก้าวเข้ามาหมายจะคว้าแขนเรียวของเหมยหลิงด้วยความโมโหโทโส ทว่า ยังไม่ทันที่มือหยาบกร้านนั้นจะแตะโดนชายเสื้อของนาง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาขวางกั้นราวกับกำแพงเหล็ก กลิ่นอายไออุ่นของเตาผิงและกลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยแผ่ซ่าน กลิ่นชาผู่หลี่เข้มข้นที่ติดตัวสวีจิ้นลอยมาเตะจมูก เหมยหลิงชะงักเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังกว้างของสามีหนุ่มเข้ามารับแรงกระแทกแทนที่ สวีจิ้นยืนนิ่งเป็นภูเขาศิลา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวชายตามองหลี่ต้าเฉียงด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยจิตสังหารของทหารผ่านศึก เขายังคงสวมชุดเครื่องแบบทหารหนาเตอะ มือใหญ่ข้างหนึ่งกำด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ "บ้านหลังนี้... ภรรยาผมเป็นเจ้ากรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่ดินชายแดน" สวีจิ้นเอמהเสียงต่ำทุบลงกลางวงสนทนา แรงกดดันมหาศาลจากนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบทำให้ต้าเฉียงผงะถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว "ถ้าคุณยังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมเกรงว่ากฎหมายทหารในเขตชายแดนอาจจะต้องต้อนรับคุณในฐานะ 'ผู้บุกรุกยามวิกาลและก่อความไม่สงบ'... อยากลองดูไหมครับ?" ต้าเฉียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า แม้เขาจะหน้าด้านหน้าทนเพียงใด แต่ต่อหน้านายทหารหนุ่มผู้มีอำนาจเด็ดขาดในพื้นที่ เขาย่อมไม่กล้าเอาชีวิตและอิสรภาพมาแลก "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! แกกับไอ้ทหารหน้าเลือดนี่ อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างสงบสุขได้นานนัก!" ต้าเฉียงชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีหายไปท่ามกลางพายุหิมะอย่างลนลาน ความเงียบสงบกลับคืนสู่ลานบ้านอีกครั้ง สวีจิ้นหันกลับมามองภรรยาด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย มือใหญ่เอื้อมไปปัดเกล็ดหิมะออกจากไหล่บางอย่างทะนุถนอม "เจ้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่าเหมยหลิง? ผมมาสายเกินไป..." เหมยหลิงส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางเอื้อมมือไปจับมือหนาที่หยาบกร้านของสามีขึ้นมาสัมผัสความอบอุ่น "ท่านมาทันเวลาพอดีต่างหากล่ะครับ... ดูสิครับ ลุงใหญ่ทำให้ใบชาอู่หลงเกรดดีของผมเสียจังหวะหมดเลย" สวีจิ้นมองรอยยิ้มนั้น หัวใจที่แข็งกระด้างของนายทหารหนุ่มพลันหลอมละลายลง เขากำลังจะเอ่ยปากปลอบโยน ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จงใจดังขึ้นอีกครั้งจากรั้วด้านหลังบ้าน ป้าซุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับตะกร้าสานใส่ผักกาดดองและจดหมายซองสีน้ำตาลประทับตราลับจากหน่วยเสบียงชายแดน นางหอบหายใจฮือก่อนจะอุทานเสียงหลง "แย่แล้วคุณสวี! เหมยหลิง! มีคำสั่งด่วนจากกองบัญชาการทหารสูงสุด... ท่านแม่ทัพใหญ่ประจำมณฑลเหนือ ขอเดินทางมาเยี่ยมเยียน 'โรงคั่วชาลับ' ของพวกเธอเป็นการส่วนตัวในเย็นวันนี้!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตและการฟาดฟันของบ้านตระกูลหลี่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%