ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น•ตอนที่ 6

แผนการทำแปลงเกษตรปลอดสาร

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาตั๋วแลกธัญพืชปลอมๆ ใบนี้มาอ้างสิทธิ์เหนือแปลงผักหลังบ้านข้าอีกแม้แต่ครั้งเดียว ข้าจะให้สหายทหารของสวีจิ้นพาพวกท่านไปดื่มชาปรับทัศนคติที่กองอำนวยการอำเภอให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย!" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวน้ำค้างบนยอดหญ้าฤดูหนาวดังขึ้น ท่ามกลางลานดินหน้าบ้านพักของตระกูลหลี่ หลี่เหมยหลิงยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนคมกริบ เบื้องหน้าของนางคือ หลี่ต้าเฉียง ลุงแท้ๆ ผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบด้วยความโลภและเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผม ชายวัยกลางคนกำลังอ้าปากค้าง ถือกระดาษแผ่นเก่าที่ยับยู่ยี่ไว้ในมือสั่นเทา เมื่อครู่ หลี่ต้าเฉียงเพิ่งจะยกเอาข้ออ้างเรื่อง "มรดกตกทอดของตระกูล" มาขู่กรรโชคหวังจะฮุบแปลงผักปลอดสารล็อตแรกที่เหมยหลิงเพิ่งเพาะปลูก แต่น่าเสียดายที่ยุคสมัยนี้ แม้กฎหมายและระเบียบต่างๆ จะมีความอลเวงอยู่บ้าง แต่อำนาจของกองทัพและค่ายทหารชายแดนที่สวีจิ้นสังกัดอยู่นั้นเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ไม่มีใครกล้าท้าทายโดยไม่จำเป็น "นะ...นังเด็กเหลือขอ! แกกล้าเอาทหารมาขู่ลุงแท้ๆ ของตัวเองอย่างนั้นเรอะ!" หลี่ต้าเฉียงชี้หน้า ละล่ำละลักด้วยความโกรธปนความหวาดกลัว เมื่อนึกถึงร่างสูงใหญ่ของสวีจิ้นที่มักจะถือปืนยาวเดินตรวจตราชายแดนด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "ลุงแท้ๆ หรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง สวีจิ้นก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณบ้านอย่างเงียบเชเชียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อโค้ตหนาป้องกันความหนาว แผ่รังสีความกดดันออกมาโดยธรรมชาติ มือหนาข้างหนึ่งถือกระติกน้ำร้อนสแตนเลสที่บรรจุชาอุ่นๆ ซึ่งเหมยหลิงเป็นคนชงให้ก่อนเขาออกไปลาดตระเวน สายตาคมกริบกวาดมองหลี่ต้าเฉียงด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนอีกฝ่ายถึงกับสะท้านเฮือกถอยหลังไปสามก้าว หลี่ต้าเฉียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบม้วนกระดาษในมือเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างลนลาน "อะ...แฮ่ม! ข้าแค่มารudถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาญาติสนิทก็เท่านั้น ในเมื่อพวกเจ้ายังยุ่งอยู่ งั้นข้าไม่กวนแล้ว!" พูดจบลุงจอม1โลภก็หันหลังกลับวิ่งหนีหายลับไปจากรั้วบ้านราวกับสุนัขจนตรอก เหมยหลิงมองตามหลังร่างท้วมนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะหันมาสบตากับนายทหารหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กลิ่นอายความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยบรรยากาศเงียบสงบและอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของคนทั้งคู่ "ท่านกลับมาเร็วกว่ากำหนดนะครับวันนี้" เหมยหลิงเอ่ยทัก น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กยื่นไปรับกระติกน้ำร้อนจากมือเขา "งานลาดตระเวนเสร็จเร็วกว่ากำหนด และ..." สวีจิ้นเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองใบหน้านวลเนียนที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก "และข้าเป็นห่วงเจ้า เกรงว่าตาแก่คนนั้นจะมาสร้างความรำคาญให้อีก" คำพูดซื่อตรงไร้ชั้นเชิงแต่เปี่ยมด้วยความห่วงใยจากปากชายหนุ่มผู้แข็งกระด้าง ทำให้หัวใจดวงน้อยของอดีตเชฟสาวยุคปัจจุบันกระตุกวูบ เหมยหลิงซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อไว้ด้วยการหมุนตัวเดินนำเข้าไปในห้องครัว ทว่าในใจกลับรู้สึกพองโตอย่างประหลาด "วางใจเถอะครับ ผักในแปลงของข้าปลอดภัยดี แถมตอนนี้... แผนการใหญ่ของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว" เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องครัว เหมยหลิงไม่ได้พักผ่อน นางพาตัวเองและสวีจิ้นก้าวข้ามผ่าน "ประตูมิติ" เข้าสู่มิติลับส่วนตัว ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการและฟาร์มเกษตรอัจฉริยะที่ติดตัวมาตั้งแต่ทะลุมิติ พื้นที่ภายในถูกควบคุมอุณหภูมิไว้อย่างเหมาะสม แตกต่างจากความหนาวยะเยือกของทุ่งหญ้านอกบ้านอย่างสิ้นเชิง แสงไฟนวลตาจากหลอดไฟพลังงานทดแทนส่องสว่างกระทบกับชั้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และแปลงดินปรับปรุงพิเศษที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาอู่หลงชั้นดีที่สวีจิ้นเพิ่งหามาจากตลาดมืดทางเหนือถูกชงและตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ขัดเงا เหมยหลิงรินน้ำชาอุ่นๆ ส่งให้ชายหนุ่มก่อนจะกางแผนที่แปลงเกษตรขนาดใหญ่บนโต๊ะ "สวีจิ้น ท่านดูนี่สิครับ..." เหมยหลิงชี้ไปยังผังการเพาะปลูก "นี่คือผักกาดขาวพันธุ์หนาพิเศษ กะหล่ำปลีม่วง และผักโขมเมืองหนาว ที่ข้าคัดเลือกเมล็ดพันธุ์มาจากระบบมิติลับ หากเรานำกล้าเหล่านี้ไปปลูกในเรือนกระจกโครงไม้ไผ่คลุมพลาสติกหนาที่เราเพิ่งสร้างเสร็จหลังบ้าน มันจะเติบโตได้เร็วกว่าปกติถึงสามเท่า แม้ว่าภายนอกหิมะจะตกหนักแค่ไหนก็ตาม" สวีจิ้นรับถ้วยชาขึ้นจิบ ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเทคนิคการเกษตรขั้นสูงของภรรยามานัก แต่เขารู้ดีว่าทุกสิ่งที่เหมยหลิงทำล้วนมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เสมอ "เจ้าต้องการให้ข้าช่วยเตรียมอะไรบ้าง?" สวีจิ้นถามเสียงทุ้มต่ำ ขณะวางถ้วยชาลง สายตาคมมองสำรวจแปลงกล้าผักเขียวขจีที่แผ่กิ่งก้านสมบูรณ์อย่างชื่นชม "ข้าต้องการให้ท่านช่วยขนย้ายดินปุ๋ยหมักล็อตสุดท้ายจากมิติลับนี้ ออกไปไว้ที่เรือนกระจกหลังบ้านในช่วงดึกคืนนี้ครับ และ..." เหมยหลิงยิ้มเจ้าเลEว ดวงตาพราวระยับ "พรุ่งนี้เช้า เราจะนำผักกาดขาวปลอดสารล็อตแรก ไปวางขายตัดราคาพ่อค้าคนกลางหน้าตลาดอำเภอ รับรองว่ากระแสตอบรับจะต้องถล่มทลายอย่างแน่นอน" แผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจครัวเรือนและการสั่งสอนบรรดาญาติผู้เอาเปรียบกำลังดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ความสุขจากการสร้างเนื้อสร้างตัวทีละเล็กทีละน้อยแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศในมิติลับ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนขั้นตอนการขนย้ายอย่างรอบคอบอยู่นั้น... เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกบ้านพัก ก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างกะทันหัน! ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ในยามวิกาลที่รอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน และท่ามกลางความหนาวเหน็บระดับจุดเยือกแข็ง ใครกัน... ที่กล้ามาเคาะประตูบ้านของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในยามวิกาลเช่นนี้? สวีจิ้นขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ขณะที่เหมยหลิงหันขวับไปมองหน้าจอแสดงผลวงจรปิดหน้าบ้าน หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนถือหีบไม้ปริศนาส่งยิ้มแปลกประหลาดให้กล้องวงจรปิด... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยดีเสมอมาครับ / ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%