จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 16

สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ถ้าคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ความเสียหายของแกนพลังงานในร่างของผมแล้ว... โอกาสที่เลดี้จะรอดชีวิตออกไปจากซากปรักหักพังแห่งนี้มีเพียงสิบสองจุดสี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ... อ๊ะ ขออภัยครับ ผมหมายถึง ‘ค่ะ’ เลดี้อีฟลิน่า” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่แฝงความประมวลผลอันรวดเร็วของอาคัส ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นฉุนกึกของควันไฟจากการระเบิด เศษซากหินปูนและเหล็กกล้าแห่งคฤหาสน์ตระกูลดุ๊กอดีตคู่หมั้นผู้โง่เขลา ยังคงร่วงหล่นลงมาเป็นระยะราวกับหิมะมรณะ อีฟลิน่าแย้มยิ้ม มุมปากเรียวสวยยกขึ้นเล็กน้อยแม้ว่าเนื้อตัวจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันและรอยเลือด เธอยืนหยัดอยู่บนส้นรองเท้าบู๊ตหนังชั้นดีอย่างสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในดวงตาสีมรกตคู่คมกริบนั้นเลยแม้แต่น้อย ในชาติตอนนี้... เธอไม่ใช่เลดี้ผู้โง่งำที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว และยิ่งมี ‘อาวุธสังหาร’ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมือของเธอเองยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า โลกทั้งใบก็ไม่มีค่าพอให้เธอก้มหัวให้ “นายคำนวณผิดพลาดไปแล้ว อาคัส” อีฟลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นแตะลงบนแผงอกแกร่งของจักรกลหนุ่ม สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากเครื่องยนต์ปฏิกรณ์ที่กำลังคำรามก้องอยู่ภายในโครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียม “สำหรับฉัน... ตัวเลขความน่าจะเป็นนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าคนๆ นั้นคือนาย” ดวงตาสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นในความมืด อากัสชะงักไปชั่วขณะ ระบบประมวลผลระดับสูงของเขาบันทึกค่าความดันโลหิตจำลองและอัตราการเต้นของหัวใจที่ถูกสร้างขึ้นจากความรู้สึกอันซับซ้อน—ความรู้สึกที่มนุษย์เรียกว่า ‘ความรักและความภักดี’ เปร้ง! เสียงเศษคานเหล็กขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเฉียดร่างของทั้งสองไปเพียงคืบเดียว แรงลมจากการพังทลายทำให้ฝุ่นตลบอบอวล แต่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก อาคัสดึงร่างเพรียวบางของอีฟลิน่าเข้าสู่อ้อมแขนอย่างปกป้องทันที แผ่นหลังกว้างของจักรกลหนุ่มรับแรงกระแทกจากเศษปูนที่ร่วงลงมาแทนทั้งหมด โครงสร้างโลหะส่งเสียงคำรามต่ำอย่างเจ็บปวด แต่มือหนากลับกระชับกอดร่างของหญิงสาวไว้แน่นยิ่งขึ้น “ระบบป้องกันภัยภายนอกกำลังจะล่มสลาย เลดี้... ผมยอมให้โครงสร้างของผมเสียหายร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ แต่ผมไม่อนุญาตให้รอยขีดข่วนแม้แต่น้อยปรากฏบนเรือนร่างของคุณ” อาคัสกระซิบชิดขมับของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแหลกสลายเป็นจุลเพื่อปกป้องเจ้าของชีวิต อีฟลิน่าเงยหน้าขึ้นสบตา ไอร้อนจากกายของจักรกลหนุ่มสะท้อนอยู่ในแววตาที่ฉายประกายความเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้อ่อนแอเหมือนผู้หญิงในสังคมชั้นสูงที่รอคอยความช่วยเหลือ มือเรียวเอื้อมไปกดปุ่มควบคุมฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อสูทของตนเองทันที ดีง! เสียงปลดล็อกสัญญาณนิรภัยดังขึ้นก้อง กลิ่นอายของอำนาจเงินตราและเทคโนโลยีขั้นสูงสุดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ “นายคิดว่าฉันพึ่งพาแค่วิศวกรรมของนายอย่างเดียวหรือไง อาคัส?” อีฟลิน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ายวนแต่เฉียบคมบาดใจ “จำตอนที่เราต้องอดมื้อกินมื้อในย่านสลัมเมื่อปีก่อนไม่ได้หรือไง ตอนที่ฉันเอาเงินก้อนสุดท้ายไปลงทุนกับบริษัทพัฒนา AI เถื่อนที่พวกมันหัวเราะเยาะน่ะ...” ทันใดนั้น แสงไฟสีฟ้าอมเขียวสว่างวาบขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง โดรนคุ้มกันระดับมหาเศรษฐีรุ่นล่าสุดนับร้อยลำพุ่งทะยานแหวกซากปรักหักพังเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ ระบบเกราะพลังงานสนามแม่เหล็กถูกกางออกปกป้องพื้นที่รอบตัวอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงคำรามของเครื่องยนต์เจ็ทส่วนตัวดังสนั่นหวั่นไหวเหนือท้องฟ้า เหนือซากปรักหักพังที่กำลังพังทลายลงมา นี่คืออำนาจที่แท้จริง อำนาจที่ได้มาด้วยมันสมองและเม็ดเงินมหาศาลที่เธอเป็นผู้กุมไว้ทั้งหมด! ที่ด้านบนสุดของซากตึก ร่างของเคาน์เตอร์วิลเลียม อดีตคู่หมั้นผู้ทรยศ กำลังยืนใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างมองภาพเบื้องล่างด้วยความช็อกตาค้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เลดี้อีฟลิน่าผู้ที่ควรจะถูกฝังกลบไปพร้อมกับกองเพลิง กลับยืนสง่างามอยู่ท่ามกลางกองทัพโดรนส่วนตัวที่มูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าทรัพย์สินทั้งตระกูลของเขารวมกันเสียอีก! “เป็นไปไม่ได้! น...นั่นมันกองทุนเทคโนโลยีลับของตระกูลดยุคเหนือ หรือว่าเธอ... เธอคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กว้านซื้อกิจการทั้งหมดเมื่อเดือนก่อนจริง ๆ หรือ!” วิลเลียมกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก ขาสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความโลภและความอิจฉาริษยาที่เคยมีบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวต่อความตายอย่างแท้จริง อีฟลิน่าแหงนหน้าขึ้นมองชายผู้เคยดูถูกเหียดหยามเธอด้วยสายตาสมเพชเวทนา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย เธอไม่ได้เอաբทเรียนในอดีตมานั่งร้องไห้ฟูมฟาย แต่เธอกลับใช้มันเป็นบันไดไต่ขึ้นมาเหยียบย่ำพวกมันให้จมดินอย่างสะใจที่สุด “อยากจะพูดอะไรเป็นครั้งสุดท้ายไหมคะ... อดีตคู่หมั้นผู้แสนน่าสมเพช” อีฟลิน่าเอ่ยผ่านเครื่องขยายเสียงทรงพลัง น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกก้องกังวานไปทั่วบริเวณ อาคัสยืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองเป้าหมายบนยอดตึกด้วยระบบล็อกเป้าอัตโนมัติ นิ้วมือของจักรกลหนุ่มเปลี่ยนสภาพเป็นอาวุธพลังงานแสงพร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา หากเพียงแค่เลดี้ของเขาสั่งคำเดียว ร่างของวิลเลียมก็จะสลายกลายเป็นธุลีในพริบตา “เลดี้ครับ... มีสัญญาณความร้อนเคลื่อนไหวที่ไม่ได้รับอนุญาตกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อีกหดสิบหน่วย” อาคัสรายงานเสียงเรียบ พร้อมกับขยับกายเข้าบังวิถีกระสุนให้อีฟลิน่าอย่างไร้รอยต่อ “และดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนสุดท้าย จะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ” เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังขึ้นจากความมืดเบื้องล่าง พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์นับสับสาดส่องเข้ามาทางพวกเขา เงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากกลุ่มควัน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้แม้แต่อาคัสยังต้องหรี่ตาลงประเมินภัยคุกคามระดับสูง “ช่างเป็นการรอดชีวิตที่น่าประทับใจจริงๆ เลดี้อีฟลิน่า...” เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับที่บุคคลนั้นถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้อีฟลิน่าต้องชะงักกึก ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ—คนผู้นั้นคือคนที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างไร้ร่องรอย! เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%