"เซ็นชื่อลงไปค่ะ ท่านเคานต์... หรือจะให้ฉันเป็นคนช่วย 'จับมือ' ท่านเซ็นด้วยตัวเองดีคะ?"
น้ำเสียงของเลดี้อีฟลิน่าราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนกระดูก เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอหยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวเขื่องของท่านเคานต์เอ็ดเวิร์ด ผู้ซึ่งในอดีตเคยเป็นคนสนิทที่หักหลังตระกูลของเธออย่างเลือดเย็น
อีฟลิน่าไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเธอคืออาคัส—ชายหนุ่มผู้มีโครงหน้าหล่อเหลาดุจรูปสลัก ทว่าดวงตาสีเทาอมฟ้าของเขากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากสายตาที่จ้องมองอีฟลิน่าด้วยความภักดีแบบที่พร้อมจะสังหารทุกคนในห้องนี้หากเธอเพียงแค่ขยับนิ้ว
"เธอ... เธอไม่มีสิทธิ์! เอกสารฉบับนี้เป็นของมิสเตอร์คาร์เตอร์ เจ้าของกิจการเหมืองแร่ที่แท้จริง!" ท่านเคานต์เอ็ดเวิร์ดคำราม ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยความสุขสบายบัดนี้ซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม
อีฟลิน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความปรานี "เจ้าของที่แท้จริงงั้นหรือคะ? งั้นลองดูที่ตราประทับในเอกสารนี้สิคะว่าใครคือผู้ถือครองหนี้สินทั้งหมดของเหมืองแร่ที่คุณพยายามปกป้องอยู่"
เธอเลื่อนเอกสารฉบับหนึ่งไปตรงหน้าเขา บนหัวกระดาษตราประทับสีทองของ 'เอวาลินน์ กรุ๊ป' ปรากฏเด่นชัด—อาณาจักรธุรกิจที่เธอสร้างขึ้นจากซากปรักหักพังที่เขาเคยทิ้งไว้ให้เธอในชาติก่อน
อาคัสก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีพลังกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขาจนโต๊ะไม้ตัวหนาสั่นไหว เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของท่านเคานต์แล้วกดลงกับโต๊ะอย่างง่ายดายราวกับยกตุ๊กตากระดาษ
"คำสั่งของนายหญิงคือเอกสิทธิ์" อาคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยคำขู่ฆ่าที่ชัดเจนจนท่านเคานต์สะดุ้งสุดตัว
"ฉัน... ฉันเซ็นแล้ว! พอใจหรือยัง! เอาออกไปจากเหมืองของฉันเสียที!" ท่านเคานต์หยิบปากกาขนนกขึ้นมาจรดลงบนกระดาษด้วยมือที่สั่นเทา
เมื่อลายเซ็นสุดท้ายปรากฏขึ้น อีฟลิน่าก็ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ดูอันตรายพอที่จะทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน เธอหยิบเอกสารขึ้นมาสะบัดเบาๆ "ขอบพระคุณสำหรับความร่วมมือค่ะท่านเคานต์ แต่เหมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นของคุณมานานแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจทรยศฉัน... ทุกอย่างที่เป็นของคุณ ก็คือของฉันมาตั้งแต่ต้น"
เธอกดปุ่มสื่อสารบนข้อมือ เสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบของระบบดังขึ้นทันที
"ตรวจสอบสิทธิ์เสร็จสิ้น การโอนถ่ายอำนาจควบคุมเหมืองแร่และฐานผลิตจักรกลเสร็จสมบูรณ์ 100% ค่ะ"
อีฟลิน่าหันหลังกลับโดยไม่หันไปมองเศษซากของความทะเยอทะยานที่พังทลายลงเบื้องหลัง เธอเดินก้าวออกไปจากห้องทำงานนั้นด้วยท่วงท่าสง่างามดุจราชินีที่กำลังทวงคืนบัลลังก์ ทุกย่างก้าวของเธอกังวานไปทั่วโถงทางเดิน ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของพวกเหลือบไรในสภาสูง
ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กกล้าทางออกของเหมือง แสงไฟภายในอาคารกลับกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบเตือนภัยฉุกเฉิน
"อาคัส?" อีฟลิน่าเรียกคู่คิดของเธอ
อาคัสไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากลับกางแขนออกปกป้องเธอไว้ด้านหลังทันที ดวงตาสีเทาอมฟ้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ร่างกายของเขาสั่นไหวด้วยพลังงานที่อัดแน่นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับเสียงกลไกของอาวุธสงครามที่ถูกปลดล็อก
"เลดี้อีฟลิน่า... ความใจร้อนของท่านช่างน่าชื่นชม แต่บางทีท่านก็ลืมไปว่าในเหมืองแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่โฉนดที่ดินเท่านั้นที่ถูกแย่งชิงไป" เสียงทุ้มแหบพร่าดังมาจากเงามืด ชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่อีฟลิน่ารู้จักดี... คนที่เธอคิดว่าตายไปตั้งแต่ชาติก่อน
"เป็นไปไม่ได้..." อีฟลิน่าเบิกตากว้าง มือของเธอกำชายกระโปรงแน่น "เจ้าของบัญชีตัวจริงที่โอนเงินเข้ากองทัพจักรกล... คือแกงั้นหรือ?"
ชายคนนั้นยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีเงิน "เซอร์ไพรส์ครับ เลดี้ที่รัก... หนี้ที่ท่านต้องจ่ายคืนวันนี้ ไม่ใช่แค่เงินตรา แต่มันคือลมหายใจของท่านต่างหาก"
เขายกอุปกรณ์ควบคุมทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมา ในขณะที่อาคัสเริ่มส่งเสียงครางต่ำในลำคอเหมือนกำลังฝืนบังคับระบบภายในของตัวเองไม่ให้หันไปทำร้ายหญิงสาวผู้เป็นที่รัก...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันจนถึงตอนที่ 17 นะคะ เอวาลินน์ปลายพู่กันสัญญาว่าจะเขียนให้เข้มข้นยิ่งกว่านี้ในตอนต่อไปค่ะ
จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 17
การเปลี่ยนถ่ายอำนาจ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!