เอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินแปลงยุทธศาสตร์ใจกลางเขตการค้าหลวง ถูกสะบัดลงบนโต๊ะไม้ฮอกฮานีเนื้อดีด้วยแรงกระแทกพอเหมาะ เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบ ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของท่านเคานต์เอ็ดเวิร์ด ผู้กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องขวา
"ราคาเจ็ดล้านเหรียญทอง... ช่างเป็นตัวเลขที่กล้าหาญมากนะคะ สำหรับคนที่กำลังจะล้มละลาย"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากริมฝีปากบางเฉียบของเลดี้อีฟลิน่า ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับประหนึ่งท้องฟ้ายามรัตติกาล เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชبิณีผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งห้อง
เอ็ดเวิร์ดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาคู่พองโตจ้องมองเอกสารสัญญาที่เขาเพิ่งเซ็นชื่อลงไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนด้วยความรู้สึกเหมือนคนกำลังก้าวขาลงไปในหลุมพรางที่ตนเองเป็นคนขุดด้วยความโลภ
"คุณ... คุณอีฟลิน่า นี่มันหมายความว่ายังไงกัน! ที่ดินแปลงนั้นคือหลักค้ำประกันเงินกู้ของตระกูลผมนะ!" เอ็ดเวิร์ดละล่ำละลักกล่าว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ถูกต้องค่ะ มันคือหลักค้ำประกัน... และในเมื่อกำหนดชำระคือเที่ยงคืนวานนี้ แต่ตระกูลคาร์เตอร์ของคุณกลับไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาดอกเบี้ยมาจ่าย ตามกฎหมายการพาณิชย์ของจักรวรรดิ ทรัพย์สินทั้งหมดจึงต้องตกเป็นของเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด" อีฟลิน่ายกถ้วยชาพอร์ซเลนขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ของธนาคารหลวง
แท้จริงแล้ว แผนการทั้งหมดถูกร้อยเรียงขึ้นอย่างแยบยลตั้งแต่หลายเดือนก่อน เมื่อครั้งที่เอ็ดเวิร์ดและกลุ่มขุนนางฉ้อฉลพยายามฮุบกิจการเหมืองแร่ของเธอด้วยเล่ห์กลสกปรก พวกเขาคิดว่าอีฟลิน่าในวัยสาวคือลูกแกะตัวน้อยที่ยอมให้เชือด แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า... ลูกแกะตัวนี้ได้ฟื้นคืนชีพกลับมาจากนรก พร้อมกับความทรงจำที่พร้อมจะเผาผลาญพวกมันให้เป็นจุล
ในเวลานั้นเอง ประตูบานคู่แกะสลักทองคำก็เปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ อาคัส... หุ่นยนต์ชีวภาพผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพสลักและดวงตาสีฟ้าครามที่สะท้อนประกายความเย็นเยียบ
อาคัสเดินตรงมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของอีฟลิน่า มือหนาวางลงบนพนักพิงอย่างจงรักภักดี สายตาสมบูรณ์แบบกวาดมองกลุ่มขุนนางที่นั่งตัวลีบด้วยความหวาดกลัวราวกับสตรีเหล็กกำลังจ้องมองฝูงมดปลวก
"รายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดของธนาคารหลวง ที่คุณอีฟลิน่าสั่งให้ผมไปกว้านซื้อเพิ่ม ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยรายงานเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้อง
เอ็ดเวิร์ดเบิกตากว้างจนแทบถล่น "มะ...เป็นไปได้ยังไง! หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของธนาคารหลวงอยู่ในมือตระกูลดุ๊กแห่งทิศเหนือ พวกนายไม่มีทางซื้อต่อมาได้หรอก!"
อีฟลิน่าส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "ตระกูลดุ๊กแห่งทิศเหนืออะไรกันคะ พวกเขาขายมันให้ฉันตั้งแต่วันที่คุณเอาเงินไปละลายเล่นในสนามแข่งม้าแล้วล่ะค่ะ ท่านเคานต์ผู้โง่เขลา... ความโลภทำให้คุณมองไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของตัวเองที่กำลังเดินเข้าสู่ทางตัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่หญิงสาวผู้ทรงอำนาจ สตรีที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "นางร้ายไร้ค่า" บัดนี้เธอกลับกลายเป็นผู้ถือครองเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอาณาจักร ผู้คนต่างพากันคุกเข่าในใจให้กับความเฉียบขาดที่ไร้ความปรานีนี้
เอ็ดเวิร์ดหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ เขารู้ตัวแล้วว่าตนเองตกหลุมพรางที่ขุดขึ้นมาเพื่อจะฝังอีฟลิน่าตั้งแต่แรก ทว่าคนที่ตกลงไปในหลุมศพนั้น กลับเป็นตัวเขาเองและตระกูลคาร์เตอร์ทั้งหมด
"ได้โปรด... เลดี้อีฟลิน่า เมตตาผมด้วยเถفอะครับ ขอเวลาอีกสักนิด..." เอ็ดเวิร์ดพยายามคลานเข้าไปใกล้ ทว่าอาคัสกลับก้าวเท้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางเรียบเฉย เพียงแค่ปลายตามอง ไอสังหารจางๆ ก็แผ่ออกมาจากร่างของหุ่นยนต์หนุ่มจนขุนนางเฒ่าต้องผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
"ความเมตตาเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยค่ะ และฉันมักจะไม่มอบมันให้กับคนที่พยายามจะเหยียบย่ำฉันในอดีต" อีฟลิน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพรมเปอร์เซียเบาๆ เธอก้มลงมองหน้าคนที่เคยดูถูกเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เก็บกระเป๋าออกจากคฤหาสน์ของคุณซะนะคะ เพราะพรุ่งนี้เช้า... ฉันจะส่งคนไปเปลี่ยนกุญแจทั้งหมด"
เธอกวาดสายตามองความพินาศที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความสะใจ ก่อนจะหันไปพยักให้อาคัส ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกจากห้องประชุม ท่ามกลางเสียงร่ำไห้และเสียงทุบโต๊ะอย่างสิ้นหวังของอดีตท่านเคานต์ผู้ยิ่งใหญ่
ทว่า ในจังหวะที่ประตูบานใหญ่กำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของทหารองครักษ์หลวงในชุดเกราะเงินวาววับที่กรูเข้ามาปิดล้อมทางออกเอาไว้ทั้งหมด
"หยุดก่อน เลดี้อีฟลิน่า!" เสียงประกาศกร้าวของบุคคลผู้มาใหม่ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวขององค์ชายรัชทายาทในชุดเครื่องแบบเต็มยศ พระพักตร์เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"ในฐานะตัวแทนแห่งราชสำนัก เราขออายัดทรัพย์สินและเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดที่คุณเพิ่งครอบครองเมื่อครู่... ในข้อหา สมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติเพื่อทำลายเศรษฐกิจของอาณาจักร!"
อีฟลิน่าชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบขององค์ชายผู้เป็นอดีตคู่หมั้นที่เคยหักหลังเธออย่างไร้เยื่อใยในชาติก่อน
ทว่า แทนที่จะหวาดกลัว มุมปากของหญิงสาวกลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่อาคัสเคยเห็นมา
"สมคบคิดอย่างนั้นหรือคะ... เพคะ?" อีฟลิน่าเอ่ยเสียงหวานหยด พร้อมกับยื่นมือไปหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมของอาคัส—บัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทฝังอัญมณีเวทมนตร์ที่ปรากฏแสงเรืองรอง
**ติ๊ง!** เสียงแจ้งเตือนจากระบบการเงินจักรวรรดิดังขึ้นก้องโถงทางเดิน พร้อมกับข้อความโฮโลแกรมสีทองที่ถูกฉายขึ้นกลางอากาศเหนือศีรษะของทุกคนในโถงทางเดิน—ข้อความที่ระบุสถานะบัญชีทรัพย์สินส่วนพระองค์ของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน... ที่ถูกโอนสิทธิ์ขาดทั้งหมดมายังชื่อของเลดี้อีฟลิน่าเมื่อหนึ่งวินาทีที่แล้ว!
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันนะคะ
จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 15
กับดักที่วางไว้กลางใจเมือง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!