จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 14

น้ำตาของนางร้าย

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินตระกูลดยุกแวนเดอร์เบิร์กผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ช่างเป็นกลิ่นที่เลดี้อีฟลิน่าคุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมกุหลาบในห้องนอนของตนเอง "เจ้ายอมรับความผิดแต่โดยดีเสียเถอะ อีฟลิน่า! ความดื้อรั้นของเจ้ามันสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตระกูลเรามามากพอแล้ว" เสียงตวาดกร้าวของลอร์ดโรเบิร์ต พี่ชายแท้ๆ ของนางดังสะท้อนก้องผนังหินเย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววรักใคร่ในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์และทะเยอทะยาน ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางชั้นสูงก้าวเข้าไปใกล้กรงขังเหล็กกล้า ที่ซึ่งอีฟลิน่าทรุดกายพิงผนังด้วยสภาพน่าเวทนา เส้นผมสีบลอนด์เงินที่เคยสยายยาวอย่างงดงาม บัดนี้พันกันยุ่งเหยิงและเปื้อนคราบฝุ่นผง ใบหน้าเรียวสวยซีดเซียวไร้เลือดฝาด ริมฝีปากแห้งผากจนแตกปริเป็นรอยเลือดซึม ดวงตาสفฟ้าครามที่เคยเฉียบคมและเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับหม่นหมองและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่สั่นระริกราวกับพร้อมจะร่วงหล่นได้ทุกเมื่อ อีฟลิน่าเม้มปากแน่น ปล่อยให้ร่างบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร นางซ่อนประกายตาวาวโรจน์แห่งความสะใจและความเย้ยหยันไว้ภายใต้แพขนตางอนที่เปียกชื้น น้ำตาหยดใสที่ไหลรินลงมาตามแก้มเนียนไม่ได้เกิดจากความเสียใจ แต่มันคืออาวุธชั้นยอดที่นางตั้งใจใช้ต้อนสุนัขจนตรอกเหล่านี้ให้ตายใจ "ท่านพี่... ข้าไม่ได้ทำ..." เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับลูกนกปีกหักที่ไร้ทางสู้ "ข้าถูกใส่ร้าย... ทำไมพวกท่านถึงไม่เชื่อใจข้าเลย..." "เชื่อใจงั้นหรือ?" เสียงหัวנסเยาะเย้ยดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง ร่างของเลดี้คาลิสนา คู่หมั้นสาวแสนAวตารขององค์รัชทายาทก้าวออกมาจากเงาไฟ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม คาลิสนากวาดสายตามองสภาพที่ยับเยินของอีฟลิน่าด้วยความสะใจขั้นสุด "ตื่นจากความฝันเสียที อีฟลิน่า! หลักฐานการยักยอกเงินกองทุนคลังสมบัติของตระกูล และตราประทับลับที่ซ่อนอยู่ในห้องนอนของเจ้า มันฟ้องอยู่ทนโท่ว่าเจ้าคิดกบฏต่อราชสำนัก!" คาลิสนาหัวเราะคิกคักอย่างได้ใจ นางโน้มตัวลงกระซิบข้างกรงเหล็กด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ทรัพย์สินมหาศาลและอำนาจทั้งหมดของตระกูลแวนเดอร์เบิร์ก บัดนี้ตกเป็นของโรเบิร์ตพี่ชายเจ้าเรียบร้อยแล้ว ส่วนเจ้า... พรุ่งนี้เช้าโทษทัณฑ์ประหารชีวิตด้วยการตัดหัวเสียบประจานก็จะเริ่มต้นขึ้น เตรียมตัวรับกรรมในสิ่งที่เจ้าไม่ได้ทำ... เอ้ย ทำเสียเถอะนะจ๊ะ!" อีฟลิน่าเงยหน้าขึ้นสบตาคาลิสนา หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงกระทบพื้นหิน แต่มุมปากของนางที่ก้มต่ำหลบมุมสายตา กลับยกยิ้มขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะสังเกตทัน *โง่เขลาเสียจริง...* นางคิดในใจอย่างสมเพช ตราประทับลับที่พวกมันพบในห้องนอนงั้นหรือ? นั่นมันเป็นของปลอมที่นางจงใจทิ้งไว้ให้พวกมันเจอต่างหาก เพื่อเปิดทางให้ทรัพย์สินและกิจการทั้งหมดของตระกูลแวนเดอร์เบิร์กถูกโอนถ่ายมาอยู่ในมือของโรเบิร์ตอย่างถูกกฎหมายภายใต้ภาวะล้มละลายและการยึดทรัพย์ เมื่อถึงเวลานั้น... หนี้สินก้อนโตที่โรเบิร์ตแอบกู้ยืมมาจากกลุ่มทุนปริศนาจะถูกเรียกคืนทันที และผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงของตระกูลนี้ ก็คือตัวนางเอง! "เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว อีฟลิน่า เซ็นเอกสารสละสิทธิ์มรดกและทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดเสีย ถ้าเจ้าไม่อยากทรมานไปมากกว่านี้ก่อนจะถึงลานประหาร" โรเบิร์ตโยนเอกสารปึกหนาผ่านซี่กรงตกลงแทบเท้าของนาง พร้อมกับส่งปากกาขนนกเคลือบทองคำขาวตามลงไป อีฟลิน่าก้มมองเอกสารเหล่านั้น นางแกล้งทำเป็นมือไม้สั่นเทา เอื้อมมืออันบอบบางไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ราวกับแรงเฮือกสุดท้ายของชีวิต นางช้อนตาขึ้นมองพี่ชายด้วยแววตาอ้อนวอนที่น่าเวทนาที่สุดในโลก "หากข้าเซ็น... ท่านจะไว้ชีวิตข้าไหมคะ ท่านพี่..." โรเบิร์ตแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยพัน "ชีวิตของนักโทษกบฏมีค่าพอกับสุนัขข้างถนน เซ็นเสีย! แล้วข้าอาจจะเมตตาให้เจ้าตายแบบไม่ต้องทรมานมากนัก" อีฟลิน่าสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสติและหยดน้ำตาครั้งสุดท้าย นางจรดปลายปากกาลงบนกระดาษด้วยลายมือที่สั่นระริกจนแทบอ่านไม่ออก เสียงขูดขีดของหมึกสีดำบนกระดาษแผ่นนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของคุกใต้ดิน *แกร็ก... แกร็ก...* ทันทีที่ลายเซ็นตัวสุดท้ายถูกจรดลงไป โรเบิร์ตและคาลิสนาก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างไม่ปิดบังความยินดี ดวงตาของทั้งคู่เปล่งประกายด้วยความโลภและชัยชนะ "โง่เง่าสิ้นดี!" คาลิสนาปรบมือเบาๆ ด้วยความสะใจ "คิดไม่ถึงเลยว่าเลดี้ผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลแวนเดอร์เบิร์ก จะจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพชด้วยน้ำมือของพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง พรุ่งนี้หัวของเจ้าคงประดับอยู่บนหอกหน้าประตูเมืองอย่างงดงามแน่ๆ" อีฟลิน่ายังคงก้มหน้า ร่างบางไหล่ง้มลงเล็กน้อยราวกับกำลังสะหงบสะอื้น แต่วินาทีต่อมา... ไหล่คู่นั้นก็หยุดสั่น ความเงียบงันที่ผิดปกติแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิภายในคุกใต้ดินที่หนาวเหน็บอยู่แล้ว กลับลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว โรเบิร์ตขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่า "อีฟลิน่า... เจ้าเป็นอะไรไป?" โรเบิร์ตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ร่างบางที่เคยคุดคู้ด้วยความหวาดกลัว ค่อยๆ ยืดตัวตรงขึ้นช้าๆ อย่างสง่างาม หยาดน้ำตาบนแก้มเนียนยังคงอยู่ แต่มุมปากที่เคยสั่นเทากลับเหยียดยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น ทรงอำนาจ และงดงามราวกับปีศาจสาวที่เพิ่งฟื้นคืนชีพจากขุมนรก ดวงตาสفฟ้าครามคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่มองทะลุปรุโปร่งไปถึงวิญญาณของคนตรงหน้า นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะอยู่ในชุดนักโทษมอซอ แต่วรกายและรัศมีรอบตัวกลับกดขี่ข่มเหงผู้มองจนต้องหายใจติดขัด "เจ้า... เจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง!" โรเบิร์ตตะคอกกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก อีฟลิน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้ขนหัวลุกชัน นางก้าวเข้าไปใกล้ซี่กรงเหล็กช้าๆ ปลายเล็บเรียวแตะลงบนเหล็กกล้าสีดำอย่างแผ่วเบา "ข้าแค่อยلกจะขอบคุณพวกท่าน... สำหรับความพยายามทั้งหมดในการช่วยข้า 'จัดการ' ภาระหนี้สินเน่าเฟะของตระกูลนี้เสียทีค่ะ" คาลิสนาหน้าถอดสี "เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไร!" อีฟลิน่าแย้มยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาคู่สวยพินิจมองเอกสารสละสิทธิ์ในมือของโรเบิร์ตผ่านซี่กรง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานไปทั่วห้องขัง "ขอบคุณที่ยอมรับโอนกรรมสิทธิ์หนี้สินมูลค่าสิบล้านเหรียญทอง และสิทธิ์การถือครองที่ดินทั้งหมดของตระกูลแวนเดอร์เบิร์กมาไว้ภายใต้ชื่อของท่านพี่ โรเบิร์ต... ตามกฎหมายแล้ว ตอนนี้ท่านคือ 'ลูกหนี้รายใหญ่ที่สุด' ของธนาคารกลางจักรวรรดิ และเป็นผู้รับผิดชอบชอบธรรมแต่เพียงผู้เดียวในทุกๆ กองทุนที่ข้าเคยบริหาร" ใบหน้าของโรเบิร์ตซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ไม่... เป็นไปไม่ได้! เจ้าโกหก!" "โกหกงั้นหรือคะ?" อีฟลิน่าเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ทว่าน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดในสายตาของคนฟัง "ลองหยิบกระเป๋าเสื้อสูทของท่านขึ้นมาสิคะ... ว่ามีข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารส่งมาหรือยัง" ทันใดนั้นเอง! *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารเวทมนต์ในกระเป๋าเสื้อของโรเบิร์ตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มือหนาสั่นเทาควานหยิบแผ่นศิลาเวทมนตร์ขึ้นมาดู ดวงตาของเขาเบิกโพลงจนแทบถลնออกนอกเบ้า เมื่อตัวอักษรสีแดงฉานปรากฏหราอยู่ตรงหน้า— *[แจ้งเตือนด่วน: ยอดหนี้สินรวม 10,000,000 เหรียญทอง ถูกโอนย้ายสิทธิ์การเรียกเก็บมายังบัญชีของท่าน ลอร์ดโรเบิร์ต แวนเดอร์เบิร์ก เรียบร้อยแล้ว กำหนดชำระคืนภายใน: ทันที]* "อ... อะไรกันเนี่ย! ไม่จริง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" โรเบิร์ตเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้นหิน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง คาลิสนาหวีดร้องออกมาอย่างเสียสติ นางหันขวับมามองอีฟลิน่าด้วยสายตาที่เหมือนเห็นผีสาง "นังปีศาจ! แกหลอกพวกเรา!" อีฟลิน่ายิ้มรับคำชมนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน นางหันหลังให้กับกรงขังช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ... และคนที่ต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตในวันพรุ่งนี้ จะไม่ใช่ข้าอย่างแน่นอน" ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบก็สาดส่องลงมาจากเพดานคุกใต้ดินที่ถูกระเบิดออกเป็นรูโว้าง เสียงใบพัดเครื่องยนต์จักรกลขนาดมหึมาคำรามก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่น แรงลมมหาศาลพัดพัดฝุ่นผงกระจายไปทั่วทิศทาง เฮลิคอปเตอร์รบหุ้มเกราะสีดำสนิท ลวดลายสลักอักขระเวทมนตร์เรืองแสงสีทองอร่าม ลอยลำอยู่เหนือซากปรักหักพังของคุกใต้ดิน บันไดเชือกถักด้วยเส้นใยไทเทเนียมถูกหย่อนลงมาตรงหน้าอีฟลิน่าพอดี ร่างสูงสง่าในชุดสูททหารเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตรแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก ก้าวลงมาจากบันไดด้วยฝีก้าวที่มั่นคง ดวงตาสีเพลิงคู่คมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยรัศมีสังหารที่ทำเอาโรเบิร์ตและคาลิสนาหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ อาคัส... จักรกลสังหารผู้ทรงพลังที่สุดในจักรวรรดิ ที่บัดนี้ยอมสยบและภักดีต่อเลดี้อีฟลิน่าเพียงผู้เดียว อาคัสก้าวเข้ามาประคองร่างของอีฟลิน่าอย่างทะนุถนอม มือหนาโอบประคองเอวบางไว้อย่างมั่นคง ดวงตาสีเพลิงที่เคยเหี้ยมเกรียมแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีเมื่อทอดมองสตรีในดวงใจ "เหนื่อยแล้วหรือยังครับ... นายหญิงของผม" เสียงทุ้มต่ำอันทรงเสน่ห์เอ่ยถามแผ่วเบา อีฟลิน่ายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ นางพิงกายเข้ากับแผงอกแกร่งของอาคัสอย่างมั่นใจ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคู่หมั้นและพี่ชายที่กำลังนั่งตัวสั่นงันท่ามกลางกองหนี้สินมหาศาล "ยังหรอกค่ะ อาคัส..." อีฟลิน่าเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่สายตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "เรายังมีงานใหญ่อีกงาน ที่ต้องไปสะสางกับองค์รัชทายาทบนห้องโถงใหญ่ของวังหลวงกันนะคะ" (โปรดติดตามตอนต่อไป...) เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%