"เกรงว่าชาอัสสัมเกรดพรีเมียมจากแคว้นบูรพาถ้วยนี้ จะมีรสชาติขมเกินกว่าที่ลิ้นอันบอบบางของเลดี้ผู้เคยตกอับจะรับไหวเสียอีกนะคะ"
น้ำเสียงเย้ยหยันเจือความดูแคลนดังขึ้นท่ามกลางห้องรับรองอันโอ่อ่าประดับประดาด้วยทองคำเปลวและม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู เลดี้เซราฟินา แย้มยิ้มด้วยมุมปากยกสูงอย่างถือดี ดวงตาสีฟ้าครามกวาดมองสตรีตรงข้ามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาประดุจมองมดปลวก นางจงใจใช้นิ้วเรียวสวมแหวนมรกตเคาะถ้วยกระเบื้องเคลือบเบาๆ เพื่อสร้างความกดดัน ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว
อีฟลิน่าไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เปลือกตาบางสีมุกปรือลงเล็กน้อยยามที่นางยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับ ท่าทีสง่างามราวกับราชินีผู้ครองบัลลังก์ ทำเอาบรรดาคุณหญิงคุณนายที่นั่งล้อมวงอยู่บนโซฟาราคาแพงต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"รสชาตินี้... จัดว่าธรรมดาเกินไปค่ะ เลดี้เซราฟินา" อีฟลิน่าวางถ้วยชาลงกระทบจานรองด้วยเสียงที่ดัง กังวาน และบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน "แต่ก็ยังดีกว่าชาที่ชงด้วยความอิจฉาริษยาและกลิ่นอายความสิ้นไร้ไม้ตอกของตระกูลท่านในยามนี้ล่ะนะคะ"
พรึบ!
เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันดังขึ้นทั่วห้อง เซราฟินาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะหยันแข็งค้างอยู่บนใบหน้าจนน่าเกลียด นางตบโต๊ะเบาๆ จนก้านช้อนเงินสั่นไหว "อีฟลิน่า! นี่เจ้ากล้าดีอย่างไรมา..."
"ฉันพูดความจริงค่ะ หรือว่าความจริงมันบาดหูลึกเกินกว่าที่สตรีผู้ดีปลอมๆ อย่างพวกท่านจะยอมรับได้" อีฟลิน่าตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสีมรกตคู่สวยกลับคมกริบราวนิดใบมีดอาบยาพิษ กวาดสายตามองหน้าบรรดาขุนนางหญิงที่เคยเหยียบย่ำตระกูลของนางในวันที่ตกต่ำ "จำไม่ได้หรือคะว่าเมื่อสามเดือนก่อน ใครกันที่ส่งจดหมายเวียนมากราบกรานขอความช่วยเหลือจากคลังสินค้าตระกูลอีลอน แม้แต่ค่าชุดที่พวกท่านสวมใส่มาอวดเบ่งกันในวันนี้ ก็ยังติดค้างบัญชีเครดิตการค้าของฉันอยู่ถึงเจ็ดส่วน!"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องรับรองทันที บรรดาคุณหญิงที่เคยเชิดหน้าชูตาต่างพากันหลบสายตา มือที่ถือพัดขนนกเริ่มสั่นเทา ความจริงอันน่าอับอายถูกกระชากหน้ากากออกกลางวงสังคมชั้นสูงอย่างไร้ความปรานี
เซราฟินาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบคลั่ง นางลุกขึ้นยืนจนโซฟาไม้สักส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ด "สามห่าว! คิดว่ามีเงินทองจากการขายตัวให้พวกพ่อค้าเร่แล้วจะมาทำตัวกร่างในวงสังคมชั้นสูงได้งั้นหรือ! เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่จักรพรรดิเกือบจะเนรเทศ..."
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วผนังห้อง หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยไม่ได้ลงมือเอง ทว่าร่างสูงโปรดของ 'อาคัส' กลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเซราฟินาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทันสังเกต ดวงตาสีฟ้าอมม่วงของหุ่นยนต์ชีวภาพทอแสงวาบด้วยระบบคำนวณอันตราย ไอร้อนแผ่วเบาลอยกรุ่นออกมาจากปลายนิ้วที่เพิ่งตบสั่งสอนสตรีผู้ปากพล่อย
"คำพูดเมื่อครู่นี้... รบกวนท่านประมวลผลใหม่อีกครั้งด้วยระบบสมองอันน้อยนิดของท่านนะคะ เลดี้เซราฟินา" อาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นเสียดกระดูก นิ้วเรียวยาวของเขายกขึ้นแตะปกเสื้อของเซราฟินาเบาๆ ทว่ากลับทำให้สตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน "นายหญิงของผม ไม่ใช่บุคคลที่สุนัขจรจัดเช่นท่านจะมาเห่าหอนใส่ได้ตามอำเภอใจ"
"เจ้า... แกเป็นใคร! บังอาจนัก..."
"อาคัส พอค่ะ" อีฟลิน่ายกมือขึ้นปรามคู่คิดคนสำคัญด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงสีดำสนิททิ้งตัวลงอย่างงดงาม ขยับก้าวเดินเข้าไปหาเซราฟินาที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบสีดำลอยอบอวลปะปนกับความกดดันมหาศาลที่บีบอัดบรรยากาศรอบตัวจนหายใจไม่ออก
อีฟลิน่ายื่นมือไปหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเซราฟินาอย่างถือวิสาสะ นางกวาดสายตาอ่านครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ "โฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูลท่าน... ที่กำลังจะถูกจำนองให้กับธนาคารหลวงในอีกสามวันข้างหน้าสินะคะ น่าสมเพชเสียจริง"
"แก... แกจะทำอะไร คืนมานะ!" เซราฟินาพยายามจะแย่งกระดาษคืน แต้อาคัสเพียงแค่ขยับตัวมาขวางไว้ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ จนเซราฟินาเซถอยหลังล้มลงไปกองกับพื้น พรมราคาแพงซับเสียงร่างที่ล้มลงได้อย่างดี แต่ไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นกลัวของนางได้
"ฉันไม่ได้จะทำอะไรหรอกค่ะ" อีฟลิน่าก้มลงมองสตรีที่นั่งกองอยู่บนพื้นด้วยสายตาเวทนาปลอมๆ นางใช้นิ้วเรียวดีดเอกสารในมือเบาๆ "แค่จะบอกว่า... หนี้สินทั้งหมดเจ็ดสิบสองล้านเหรียญทองของตระกูลท่าน ฉันได้ทำการ 'ซื้อต่อ' จากธนาคารหลวงมาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้วก่อนที่ฉันจะเดินเข้าประตูห้องนี้มา"
ดวงตาสีฟ้าครามของเซราฟินาเบิกกว้างจนแทบทะลักออกจากเบ้า หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "มะ... ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! ธนาคารหลวงไม่มีทางขายหนี้ก้อนนั้นให้คนอย่างแก..."
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?" เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงสวนดอกไม้
ร่างสูงสง่าของดยุกคาร์ลอส อดีตคู่หมั้นผู้เคยทิ้งนางไปหาเลดี้ผู้สูงศักดิ์กว่าก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาสีอำพันมองอีฟลิน่าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธเกลียด หวาดกลัว และประหลาดใจระคนกัน เขากัดฟันกรอด "อีฟลิน่า... เธอใช้เล่ห์กลอะไรบีบบังคับสภาการคลัง!"
อีฟลิน่าหันไปมองอดีตคู่หมั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามที่สุด... แต่ก็อันตรายที่สุดในเวลาเดียวกัน
"เล่ห์กลหรือคะท่านดยุก?" นางก้าวเข้าไปใกล้คาร์ลอสทีละก้าว ชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณกลับต้องถอยหลังหนีความกดดันที่แผ่ออกมาจากสตรีที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับเรือน "ฉันก็แค่ใช้ 'อำนาจเงินตรา' ที่พวกท่านเคยหัวเราะเยาะว่าฉันไม่มีปัญญาหามาได้... มาซื้อหัวใจและลมหายใจของพวกคุณทีละคน อย่างถูกกฎหมายและสง่างามก็เท่านั้นเองค่ะ"
ความตึงเครียดในห้องพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด บรรดาขุนนางหญิงต่างก้มหน้าหมอบราบคาบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่คาร์ลอสก กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาสอดส่ายมองหาทางหนทีไล่ ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
กริ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารเวทมนตร์ราคาแพงลิบลิ่วในกระเป๋าเสื้อของคาร์ลอสก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบมันออกมาด้วยมือที่สั่นเทา และทันทีที่หน้าจอแสดงผลข้อความจากสภาขุนนางและธนาคารกลางปรากฏขึ้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยแตก
*[ประกาศด่วน: ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลดยุกคาร์ลอส ถูกอายัดโดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ 'อีฟลิน่า ฟอน อีลอน']*
คาร์ลอสเข่าทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง เงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าที่ยืนยับยั้งชั่งใจอยู่เบื้องบนด้วยความสิ้นหวัง
อีฟลิน่าก้มลงมองชายหนุ่มผู้เคยเหยียดยามนาง นางยื่นมือออกไปลูบไล้ปกเสื้อของเขาเบาๆ อย่างเยפอเย้ย ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากมัจจุราช
"ยินดีต้อนรับสู่เกมการเมืองของฉันนะคะ... ที่รัก"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทนับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมรอบห้องไว้ทั้งหมด และตรงกลางวงล้อมนั้น... ชายหนุ่มลึกลับผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกกำลังก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารสัญญาฉบับสุดท้ายในมือ
"นายหญิงครับ... ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผน แบล็คการ์ดวงเงินไม่จำกัดถูกใช้งานเพื่อกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของสภาขุนนางเสร็จสิ้นแล้วครับ"
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันนะคะ
จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 9
เกมการเมืองบนโต๊ะน้ำชา
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!