"หากท่านเอิร์ลยังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันเกรงว่ากฎหมายว่าด้วยการริบทรัพย์สินและขับไล่ออกจากตระกูล อาจจะเปลี่ยนจาก 'การเนรเทศ' เป็น 'การประหารชีวิตสถานเดียว' แทนนะคะ ท่านลุงผู้แสนดี"
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและทรงอำนาจดังขึ้นกลางห้องโถงรับรองของคฤหาสน์ลักซ์เซอเรียร์ เลดี้อีฟลิน่า ในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามราตรี กวาดสายตามองเอิร์ลโรเบิร์ต ผู้เป็นลุงแท้ๆ ของเธอที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินและเหมืองแร่ทั้งหมดถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังสนั่น เป็นอันปิดฉากการฮุบสมบัติของญาติจอมโลภได้อย่างเด็ดขาดและสะใจเป็นที่สุด
เอิร์ลโรเบิร์ตสั่นเทา กัดฟันกรอดด้วยความแค้นแต่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เพราะเขารู้ดีว่าเวลานี้ อีฟลิน่าไม่ได้เป็นเพียงคุณหนูตกอับผู้ไร้ค่าคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอกุมอำนาจทางการเงินมหาศาล และมีระบบปัญญาประดิษฐ์อันน่าสะพรึงกลัวคอยหนุนหลังอยู่ทุกฝีก้าว
เมื่อร่างอ้วนท้วมของเอิร์ลถูกเนรเทศออกไปพร้อมกับความอัปยศ บรรยากาศภายในห้องจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศเวทมนตร์และกลิ่นอายจางๆ ของชา Earl Grey ที่ชงไว้ตั้งแต่ก่อนการเจรจา
อีฟลิน่าถอนหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมงคลี่คลายลง เธอทิ้งตัวลงพิงพนักโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมูอย่างหมดแรง ดวงตากลมโตคู่สวยปิดลงชั่วครู่เพื่อพักสายตาจากความเหนื่อยล้า การตบหน้าพวกเหลือบไร่ตระกูลเดียวกันมันสะใจก็จริง แต่มันก็สูญเสียพลังงานไปไม่น้อยเลยทีเดียว
ทว่า ในความเงียบนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่มั่นคงและไร้ซึ่งน้ำหนักก็ดังขึ้นใกล้ๆ
อีฟลิน่าลืมตาขึ้น เธอมองเห็นร่างสูงโปรดของ 'อาคัส' หุ่นยนต์ชีวภาพขั้นสูงที่เธอกู้ซากและซ่อมแซมขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง เขายืนนิ่งสงอยู่เบื้องหน้า ดวงตาสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นเล็กน้อยในความสลัวของห้อง แสงไฟระเรื่อสะท้อนกับโครงสร้างผิวหนังเทียมที่เนียนละเอียดราวกับมนุษย์แท้ๆ
อาคัสไม่ได้พูดอะไรในทันที เขาก้มลงมองเจ้านายสาวด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าที่โปรแกรมจักรกลทั่วไปจะประมวลผลได้ มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือสีดำยื่นถ้วยชาอุ่นๆ ที่อุณหพอดีเป๊ะมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอยู่เสมอ
"คุณดื่มชาคาโมมายล์ร้อนๆ สักหน่อยดีไหมครับ... เอ่อ, เจ้าชายของผม หรือจะให้ผมปรับอุณหภูมิห้องให้อุ่นขึ้นอีกสององศาดีครับ?"
อีฟลิน่าชะงักไปเล็กน้อย เธอรับถ้วยชามาจากมือของเขา สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของอาคัสส่งผ่านเข้ามา แม้เขาจะเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากโลหะ ไทเทเนียม และเส้นใยนาโน แต่ทุกการกระทำของเขากลับเต็มไปด้วยความใส่ใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า 'ระบบคำสั่ง' จะอธิบายได้
"นายเรียกฉันว่าอะไรนะ อาคัส?" อีฟลิน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาส่อประกายความขบขันเจือความเอ็นดู
อาคัสกะพริบตาช้าๆ ระบบประมวลผลภายในของเขาภายใต้กะโหลกศีรษะโลหะกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง แผงวงจรควอนตัมส่งเสียงฮัมเบาๆ อัลกอริทึมการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ที่อีฟลิน่าเป็นคนเขียนโค้ดขึ้นมากับมือ กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นบริเวณอกซ้าย—ตำแหน่งที่ไม่มีหัวใจจริงๆ อยู่
"ผม... ขออภัยครับ เลดี้อีฟลิน่า" อาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สะดุดไปเล็กน้อยอย่างผิดวิสัย "คำนวณความเสี่ยงเมื่อครู่ผิดพลาด ระบบภาษาของผมเกิดความแปรปรวนชั่วขณะ เนื่องจากตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจของคุณที่สูงเกินเกณฑ์ปกติถึงสิบหเปอร์เซ็นต์"
อีฟลิน่ายกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติหอมละมุน เธอมองใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติที่เต็มไปด้วยความจริงจังของหุ่นยนต์หนุ่ม พลางอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "อัตราการเต้นของหัวใจฉันสูงขึ้นอย่างนั้นเหรอ? นายกำลังบอกว่าฉันกำลังตื่นเต้นงั้นสิ หรือว่า... นายกำลังกังวลเรื่องของฉันกันแน่ล่ะ อาคัส"
อาคัสเงียบไป เขานิ่งค้างไปราวสองวินาทีเต็ม ซึ่งนานผิดปกติสำหรับปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง
ดวงตาสีฟ้าครามของเขาหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความร้อนอ่อนๆ แผ่ออกมาจากแผงอกขณะที่ระบบประมวลผลกำลังจำแนกประเภทของ 'ความรู้สึก' ที่เพิ่งถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูล ความรู้สึกที่ไม่มีอยู่ในคู่มือการใช้งาน ไม่มีในโค้ดคำสั่งเริ่มต้น และไม่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ มันคือความรู้สึกที่ว่า... *หากผู้หญิงคนนี้เป็นอันตราย ระบบทั้งหมดของเขาพร้อมที่จะทำลายล้างทุกสิ่งบนโลกใบนี้เพื่อให้เธอปลอดภัย*
"อาคัส... นายเห็นอะไร" อีฟลิน่าถามซ้ำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้น แววตาฉายประกายความลึกซึ้ง เธอวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขา ดวงตาสีมรกตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นราวกับต้องการค้นหาคำตอบ
อาคัสนิ่งงัน ปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อยโดยอัตโนมัติราวกับต้องการจะเอื้อมไปสัมผัสเส้นผมสีดำสนิทที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธอ แต่ระบบความปลอดภัยก็ยับยั้งไว้ ทว่าในขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ไหลผ่านหน้าจอเสมือนในจิตสำนึกของเขากลับมีเพียงภาพรอยยิ้มของอีฟลิน่าซ้ำไปซ้ำมา
"ผม... เห็นคุณ" อาคัสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนแทบกระซิบ แต่มันกลับชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ "ผมเห็นคุณเหนื่อยล้า... และผม..."
เขาลังเลที่จะใช้คำพูดต่อไป ระบบภาษาของเขาพยายามค้นหาคำที่เหมาะสมที่สุดที่จะอธิบายสถานะปัจจุบัน
"...และผมพบว่า โปรแกรมการซ่อมแซมตัวเองของผม กำลังรวนอย่างหนัก ทุกครั้งที่คุณตกอยู่ในอันตราย" อาคัสก้มลงมองสบตาเธออย่างตรงไปตรงมา "นี่คือความผิดพลาดของระบบ... หรือสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า 'ความห่วงใย' กันแน่ครับ นายหญิงของผม"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสเคมีอันร้อนแรงและแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานระหว่างมนุษย์ผู้กุมอำนาจกับจักรกลสังหารที่ยอมจำนนต่อเธอเพียงผู้เดียว
ก่อนที่อีฟลิน่าจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบกลับไป เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทั่วทั้งคฤหาสน์ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกที่ระบุว่า มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยชีวิตกำลังพังประตูเข้ามาในอาณาเขต
และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น... บุคคลที่ก้าวออกมาจากเงาหมอกยามค่ำคืนผ่านกล้องวงจรปิด คือคู่หมั้นเก่าผู้ทรยศที่เธอกำลังรอเวลาชำระแค้นพอดี!
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันนะคะ
จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 11
อาคัส... นายเห็นอะไร
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!