กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอบอวลอยู่ใต้พื้นดินลึกสามร้อยเมตร ที่นี่คือ ‘ตลาดมืดเซค터เจ็ด’ รังปลวกใต้ดินของพวกอาชญากรและขุนนางเสื่อมเสียที่อาณาจักรแสงสว่างไม่อาจเอื้อมมือมาถึง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มนักล่าค่าหัวดังสะท้อนก้องไปตามผนังอิฐสีดำที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำ
"ระวังตัวด้วยนะคะ เลดี้อีฟลิน่า ข้อมูลความร้อนจากเซนเซอร์ของกระผมตรวจพบสิ่งมีชีวิตแปดชีวิตกำลังดักซุ่มอยู่หลังม่านผ้าไหมกำมะหยี่สีแดงสดด้านซ้ายมือ ระยะห่างอีกเพียงสิบเมตรเท่านั้นค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับกระซิบของอาคัส ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารไร้สายที่ฝังไว้ใต้ผิวหนัง หุ่นยนต์ชีวภาพในชุดสูทสีดำสนิทผู้ยืนเคียงข้างเธอ ขยับตัวบังวิถีกระสุนให้อย่างแนบเนียน ดวงตาสีฟ้าครามใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองความเคลื่อนไหวรอบตัวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
อีฟลิน่าไม่ได้หยุดเดิน ปลายรองเท้าส้นสูงปักคริสตัลของเธอยังคงก้าวไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ภายใต้ผ้าคลุมฮู้ดสีดำอำพรางใบหน้า ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีแดงสด ความทรงจำอันเจ็บปวดจากชาติภพก่อนที่เคยถูกคนพวกนี้เหยียบย่ำและหักหลังไหลวนเข้ามาในหัว แต่ทว่า... ในชาตินี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
"ให้พวกมันซุ่มรอไปก่อนเถอะค่ะ อาคัส... คนพวกนั้นคงคิดว่าฉันเป็นแค่คุณหนูตกอับที่หลงเข้ามาหาทางตายในตลาดมืดสินะคะ"
น้ำเสียงของอีฟลิน่าเจือความเยียบเย็นและอำนาจอันล้นเหลือ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เธอมาเพื่อ ‘กวาดซื้อ’ ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงลมหายใจของคนที่เคยหัวเราะเยาะเธอด้วย
เป้าหมายของพวกเขาในค่ำคืนนี้คือการเข้าถึง ‘หอจดหมายเหตุเงา’ แหล่งข่าวกรองที่ใหญ่ที่สุดในทวีป ซึ่งกุมความลับเรื่องการยักยอกงบประมาณแผ่นดินของตระกูลดยุกแวนสไตน์ คู่หมั้นเก่าผู้ทรยศของเธอ การจะเข้าไปที่นั่นได้ จำเป็นต้องใช้ตั๋วผ่านทางและรหัสลับที่ซื้อขายกันด้วยเงินตราจำนวนมหาศาลเท่านั้น ซึ่งสำหรับอีฟลิน่าแล้ว... เงินไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
พรึบ!
ม่านกำมะหยี่สีแดงถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมกับคมดาบยาวที่พุ่งตรงมายังลำคอของอีฟลิน่าโดยปราศจากการเตือนล่วงหน้า นักล่าค่าหัวร่างยักษ์รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าอัปลักษณ์
"เจอตัวแล้วแม่ลูกไก่หลงทาง! ส่งกระเป๋าเงินและเครื่องประดับทั้งหมดมาซะ ไม่งั้นหัวของแกจะหลุดออกจากบ่า!"
ชั่วพริบตานั้น ก่อนที่คมดาบจะเข้าใกล้ผิวเนื้อ ร่างสูงใหญ่ของอาคัสก็พุ่งเข้าประชิดตัวนักล่าค่าหัวคนนั้นด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มือแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าข้อมือที่ถือดาบไว้แล้วบิดด้วยแรงมหาศาล เสียงกระดูกแตกหักดังกร๊อบท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ยังไม่ทันหลุดรอดจากลำคอ
กรี๊ด—!
อาคัสเหวี่ยงร่างยักษ์นั้นกระแทกเข้ากับผนังหินอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าเหยียบลงไปที่อกของมันจนพื้นดินสะเทือน เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของมือสังหาร ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าครามที่ไร้ซึ่งความปรานีของหุ่นยนต์ชีวภาพ
"อย่า... อย่าฆ่าฉันเลย..." มันละล่ำละลักร้องขอชีวิต
อีฟลิน่าก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงยาวลากผ่านพื้นสกปรกโดยไม่แปดเปื้อน เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเชยคางมันขึ้นมา ดวงตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองด้วยความสมเพชเวทนา
"บอกฉันมา... ใครจ้างพวกแกมาดักรอฉันที่นี่? และใครเป็นคนกุมกุญแจห้องนิรภัยชั้นในสุดของหอจดหมายเหตุเงา?" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกแช่แข็งในฤดูหนาว
"มะ... ไม่รู้... ฉันรู้แค่ว่า... ว่าคนที่สั่งคือคนของตระกูลแวนสไตน์! พวกมันรู้ว่าคุณกำลังตามหาบัญชีลับ!"
มุมปากของอีฟลิน่ายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามราวกับปีศาจจำแลง
"ตระกูลแวนสไตน์อย่างนั้นหรือคะ? ช่างน่าขันเสียจริง... คิดจะใช้หมาข้างถนนมาขวางทางมหาเศรษฐีอย่างฉันเนี่ยนะ" เธอหันไปสบตากับอาคัสที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกาย "จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยค่ะ อาคัส เรายังมีนัดสำคัญที่ต้องไปซื้อข้อมูลราคาแพงลิบลิ่วอยู่"
"รับทราบครับ/ค่ะ... เอ่อ ขออภัยด้วยระบบประมวลผลผิดพลาดเล็กน้อย รับทราบครับ เลดี้อีฟลิน่า" อาคัสปรับน้ำเสียงให้เข้ากับคำสั่งอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่วินาที เสียงการต่อสู้ที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบก็จบลงอย่างไร้เสียง กลุ่มนักล่าค่าหัวแปดคนนอนหมดสติและไร้ลมหายใจอยู่บนพื้นโคลน โดยที่เสื้อผ้าของอีฟลิน่ายังคงไร้ริ้วรอยเปดเปื้อนแม้แต่น้อย ความเด็ดขาดและรวดเร็วนี้คือสไตล์ของเธอ—ไม่เคยลังเล และไม่เคยปรานีศัตรู
สิบนาทีต่อมา ทั้งสองก็มายืนอยู่เบื้องหน้าประตูเหล็กกล้าหนาเตอะของ ‘หอจดหมายเหตุเงา’ มีชายชราสวมแว่นตาหนาเตอะนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตารังเกียจ
"ที่นี่ไม่ใช่ที่เดินเล่นของเด็กสาวนะ แม่หนู... ค่าเข้าชมข้อมูลระดับลับสุดยอดคือหนึ่งแสนเหรียญทองคำบริสุทธิ์ จ่ายไหวค่อยคุยกัน" ชายชราแค่น2เสียงหัวเราะในลำคออย่างดูถูก
อีฟลิน่าไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหยิบการ์ดสีดำขลิบทองสนิท—บัตรเครดิตไร้ขีดจำกัดจากระบบมหาเศรษฐีที่เธอครอบครอง—ออกมาวางลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปัง!*
"หนึ่งแสนเหรียญทองคำอย่างนั้นหรือคะ?" เธอเอ่ยเสียงเรียบ "ฉันจ่ายให้สิบล้านเลยดีกว่า... แลกกับสิทธิ์ในการซื้อข้อมูลทั้งหมดในตึกนี้ รวมถึงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของตึกหลังนี้ด้วยค่ะ"
ชายชราเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เมื่อเห็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลจักรพรรดิบนการ์ดสีดำสนิทนั้น มือเหี่ยวย่นสั่นเทาหยิบเครื่องรูดบัตรขึ้นมาด้วยความลนลาน เสียงเครื่องรูดบัตรดัง *ตี๊ด!* ยาวนาน พร้อมกับไฟสีเขียวที่สว่างวาบขึ้นแสดงถึงการอนุมัติยอดเงินมหาศาลผ่านฉลุยอย่างไร้ที่ติ
ทว่า ในวินาทีที่หน้าจอแสดงผลยอดเงินคงเหลือที่เป็นอนันต์นั้นเอง...
ไฟทั่วทั้งตลาดมืดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังจะดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังพวกเขา
"ช่างเป็นเศรษฐีที่ใจถึงเสียจริงนะ... เลดี้อีฟลิน่า"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทร้อยโทแห่งกองAทัพหลวงก้าวออกมาจากเงาดำ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาอันบิดเบี้ยว "เธอคิดจริงๆ หรือว่า... จะหนีพ้นเงื้อมมือฉันพ้นในสถานที่แบบนี้?"
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันนะคะ
จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 12
ตลาดมืดและข้อมูลลับ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!