จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ•ตอนที่ 3

สมบัติชิ้นสุดท้ายในห้องใต้ดิน

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงโบราณและคราบสนิมเหล็กที่กัดกินมายาวนานนับทศวรรษ ไม่ได้ทำให้เลดี้อีฟลิน่ารู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักดิ้นเงินระยิบระยับก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ใต้คฤหาสน์ตระกูลวาลเลนไทน์อย่างมั่นคง รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินปูนเกิดเสียงก้องกังวาน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสว่างจากคบเพลิงเวทมนตร์ในมือซ้ายเท่านั้นที่นำทาง กุญแจดอกใหญ่ที่ยึดมาจากห้องทำงานของท่านพ่อเมื่อครู่ หนักอึ้งอยู่ในมือ เช่นเดียวกับน้ำหนักแห่งความทรงจำจากชาติภพก่อน ในชาติที่แล้ว อีฟลิน่าโง่เขลาเบาปัญญา ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ถูกพี่สาวต่างมารดาและคู่หมั้นทรยศหักหลัง พวกมันโยนเธอลงสู่หลุมศพทั้งเป็น ปล่อยให้ความหนาวเหน็บและหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังกลืนกินวิญญาณ แต่สวรรค์ยังเมตตา (หรืออาจจะนรกต้องการความสะใจที่มากกว่าเดิม) ย้อนเวลากลับมาให้เธอได้เหยียบย่ำพวกมันให้จมดินอีกครั้ง และกุญแจดอกนี้... คือประตูบานแรกสู่การแก้แค้น *แอ๊ด——!* บานประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่ขึ้นสนิมเขรอะถูกผลักเปิดออกด้วยแรงของหญิงสาว กลิ่นอายของเทคโนโลยีโบราณผสมผสานกับน้ำมันเครื่องที่แห้งกรังพุ่งเข้าปะทะจมูกทันที ห้องเก็บของใต้ดินลับแห่งนี้ถูกปิดตายมาตั้งแต่ยุคสงครามจักรกลครั้งใหญ่ ไม่มีใครในตระกูลล่วงรู้ว่าเบื้องหลังกำแพงอิฐผุพังนี้ มีสมบัติชิ้นสุดท้ายที่บิดาผู้ล่วงลับซ่อนเอาไว้จากเงื้อมมือของสภาสูง อีฟลิน่ากวาดตามองไปรอบห้อง สิ่งของระเกะระกะทั้งโครงกระดูกจักรกลรุ่นเก่า เอกสารลับที่ถูกปลวกแทะ และเศษเหล็กไร้ค่า ทว่าสัญชาตญาณของนักธุรกิจหญิงผู้กุมอำนาจเงินตราและระบบลับในมือกลับบอกเธอว่า... มีบางสิ่งที่ทรงคุณค่ามากกว่าทองคำทั้งคลังสมองกำลังนอนหลับใหลอยู่ที่มุมมืดสุดของห้อง ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองผ่านม่านฝุ่นหนาทึบ จนกระทั่งแสงจากคบเพลิงตกกระทบเข้ากับวัตถุขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ถูกคลุมทับด้วยผ้าใบกันฝุ่นเก่าๆ หัวใจของเลดี้ผู้เยือกเย็นกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความตื่นตะลึงระคนโหยหา เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย สองมือเรียวเอื้อมออกไปจับผืนผ้าใบนั้นแล้วกระชากมันออกอย่างแรง! *พรึบ!* ฝุ่นผงฟุ้งกระจายจนเธอต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด ร่างของจักรกลชีวภาพรุ่นต้นแบบ ‘อาคัส’ ซีรีส์ 01 ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า โครงสร้างภายนอกเป็นโลหะผสมไทเทเนียมสีดำด้านผสมผสานกับเส้นใยสังเคราะห์เลียนแบบกล้ามเนื้อ ร่างกายกำยำสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป ดวงตาสีฟ้าครามที่เคยส่องประกาย บัดนี้ดับสนิทและปกคลุมด้วยหยากไย่ นี่คืออาวุธสงครามที่ทรงอานุภาพที่สุดในยุคจักรวรรดิ เป็นจักรกลที่ถูกประกาศว่าสูญหายไปพร้อมกับกองกำลังกบฏเมื่อยี่สิบปีก่อน และเป็น... สิ่งเดียวในโลกที่เคยปกป้องเธอจนวินาทีสุดท้ายในชาติก่อน อีฟลิน่ายื่นมืออันสั่นเทาเล็กน้อยไปสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของจักรกล ร่างกายของมันเย็นเฉียบไร้ซึ่งพลังงาน ทว่าการออกแบบโครงสร้างอันประณีตและระบบภายในที่ซับซ้อนกลับยังคงสมบูรณ์แบบอย่างน่าประหลาด "ยังอยู่สินะ..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางเบา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว "หลับมานานเกินไปแล้ว อาคัส... ตื่นขึ้นมาทำงานให้เจ้านายของนายได้แล้วล่ะค่ะ" เธอไม่รอช้า นิ้วเรียวเปิดแผงควบคุมลับบริเวณต้นคอของจักรกล ป้อนชุดคำสั่งรหัสผ่านโบราณที่สลักไว้ในความทรงจำจากชาติก่อนลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเวทมนตร์ดังระรัวท่ามกลางความเงียบงัน *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ปั้ง!* ระบบภายในสะดุดกึกก่อนจะระเบิดประกายไฟสีฟ้าอ่อนออกมาวابวับ พลังงานไฟฟ้าแรงสูงไหลเวียนไปทั่วร่างของจักรกลยักษ์ในพริบตา เส้นใยกล้ามเนื้อสังเคราะห์ใต้ผิวหนังเริ่มยืดหยุ่นและขยายตัว เสียงเครื่องจักรคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล ดวงตาสีฟ้าครามที่ดับสนิทค่อยๆ สว่างวาบขึ้นทีละข้าง ส่องแสงเรืองรองตัดกับความมืดมิดในห้องใต้ดินอันอับชื้น อาคัสก้มศีรษะลงช้าๆ ข้อต่อโลหะส่งเสียงเสียดสีกันเล็กน้อยก่อนที่ศีรษะจะได้องศา ร่างสูงใหญ่ขยับตัวอย่างทรงพลัง รัศมีกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะหยุดนิ่ง มันจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนและใบหน้า ทบทวนข้อมูลในฐานข้อมูลเพื่อค้นหาตัวตนของผู้ปลุก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วเสี้ยววินาที... ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงเสน่ห์ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก จะดังลอดออกมาจากกล่องเสียงของจักรกล "ตรวจพบ... เจ้านายผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์ขาด... ยืนยันรหัสผ่านชีวมิติ... เลดี้อีฟลิน่า วาลเลนไทน์" เสียงนั้นหยุดไปชั่วครู่ ก่อนที่ระบบประมวลผลขั้นสูงจะปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้มีความนุ่มนวลและแฝงความจงรักภักดีอย่างล้นพ้นจนน่าเหลือเชื่อ "คำสั่งสุดท้ายจากท่านเมื่อยี่สิบปีก่อน... บัดนี้ข้าพเจ้า... อาคัส พร้อมรับใช้ท่านอีกครั้งแล้วครับ... นายหญิงของผม" อีฟลิน่ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับเยือกเย็นเสียจนศัตรูเห็นคงต้องวิญญาณหลุดออกจากร่าง เธอเอื้อมมือไปแตะแก้มโลหะเย็นเฉียบของเขาเบาๆ "ดีมาก อาคัส... คืนนี้ เรามีบัญชีที่ต้องสะสางกับพวกที่เคยเหยียบย่ามเราเป็นร้อยเท่า" ทว่า ในวินาทีที่เธอกisกำลังจะหันหลังกลับเพื่อนำตัวอาคัสออกจากห้องใต้ดิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดด้านบน พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องลงมาตามช่องทางเดิน "ท่านพ่อบอกว่ากุญแจห้องใต้ดินหายไป! ใครแอบลงมาข้างล่างนี้... เอ๊ะ เสียงอะไรน่ะ?" น้ำเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่เต็มไปด้วยความสงสัยและอำมหิตดังแว่วมา นั่นคือเสียงของน้องสาวต่างมารดาผู้แสนเสแสร้งของเธอนั่นเอง! เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งการแก้แค้นนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ร่วงหล่น กับจักรกลสังหารที่รักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%