มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 27

ปัญญาเหนืออาวุธ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"หากท่านต้องการจะวางระเบิดลูกนี้บนโต๊ะเสวยของฝ่าบาท ข้าก็ขอเตือนด้วยความหวังดีว่า แรงระเบิดจะฉีกกระชากทั้งคนจุดและคนรับจนไม่เหลือซาก... รวมถึงตัวท่านเองด้วย" เซเลสเทียไม่ได้เงยหน้ามองผู้ส่งจดหมายฉบับนั้น เธอเพียงแค่ใช้นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามขอบกระดาษเนื้อหยาบที่มีตราประทับตระกูลเอลเดอร์ของเธอเอง ความเย็นเยียบจากเอกสารในมือดูเหมือนจะซึมลึกเข้าสู่กระดูกสันหลัง ทว่าสีหน้าของหญิงสาวกลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ชายชุดดำที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในมุมมืดของห้องสมุดลับหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช "เลดี้เอลเดอร์ ท่านคงทราบดีว่าอำนาจที่ล้นมือเกินไปสำหรับสตรี คืออาชญากรรมชนิดหนึ่ง จักรพรรดิทรงระแวงท่านมานานพอแล้ว และเหมืองแร่เวทมนตร์นี้... คือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะทำให้ท่านกลายเป็นกบฏในชั่วข้ามคืน" "แล้วท่านคิดว่า ถ้าจักรพรรดิได้ของชิ้นนี้ไป เขาจะปล่อยให้ตระกูลข้าอยู่รอดไปถึงวันพรุ่งนี้หรือคะ?" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีไพลินวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบที่น่าสะพรึงกลัว "คนฉลาดเขาไม่หยิบดาบมาแทงคอตัวเองเพื่อพิสูจน์ความคมหรอกนะคะ ท่านลอร์ดที่เคารพ" เธอขยับกายลุกขึ้น แสงเทียนที่เต้นเร่าสะท้อนเงาของเธอบนผนังดูคล้ายกับปีศาจที่กำลังกางปีกกว้าง เซเลสเทียเดินอ้อมไปวางจดหมายฉบับนั้นลงบนถาดเงิน ก่อนจะหยิบจดหมายอีกฉบับที่เขียนเสร็จสิ้นไว้ล่วงหน้าวางทับลงไป "นี่คืออะไร" ชายผู้นั้นเลิกคิ้ว "คำสั่งโยกย้ายสิทธิการถือครองเหมืองแร่ให้แก่กองทัพจักรวรรดิโดยตรง... ภายใต้การดูแลของแม่ทัพเรเวนฮาร์ต" เธอพูดพลางคลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนนางมารร้าย "ในเมื่อท่านอยากให้มันถูกเปิดเผย ข้าก็จัดให้ค่ะ แต่ในฐานะของขวัญวันคล้ายวันประสูติที่ข้ามอบให้ฝ่าบาท ไม่ใช่ในฐานะของกลางที่ยึดได้จากกบฏ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน กระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูไม้โอ๊ค ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ปรากฏตัวขึ้นในชุดเกราะเต็มยศ สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังชายชุดดำด้วยความเย็นชาที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง "เลดี้เซเลสเทีย" คาสเซียนเรียกชื่อนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีที่เซเลสเทียเป็นผู้ปลูกฝังด้วยตัวเอง "กองกำลังที่ท่านสั่งเตรียมไว้ประจำการที่ชายป่าฝั่งทิศใต้เรียบร้อยแล้ว หากมีใครพยายามจะขัดขวางการส่งมอบเหมืองครั้งนี้ ข้าจะถือว่านั่นคือการประกาศสงครามกับทหารทั้งกองทัพ" ชายชุดดำหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าหากจดหมายฉบับที่เซเลสเทียเพิ่งเขียนขึ้นส่งไปถึงมือจักรพรรดิ การยึดเหมืองจะไม่ใช่การปล้น แต่เป็นการ 'รับมอบ' อย่างเป็นทางการ และการส่งมอบให้คาสเซียนดูแล เท่ากับเป็นการตัดโอกาสที่องค์ชายอาร์เธอร์จะเข้ามาแทรกแซงหรือยัดเยียดข้อหาอื่นให้ตระกูลเอลเดอร์ได้อีก "ท่านเลือกได้นะคะ" เซเลสเทียกล่าวพลางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูชายผู้นั้น "จะเอาชื่อไปสลักบนอนุสาวรีย์ในฐานะผู้จงรักภักดีที่นำความรุ่งเรืองมาสู่จักรวรรดิ... หรือจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์พร้อมกับความลับที่ไม่มีใครอยากจดจำ?" เขาสั่นสะท้าน มือที่กำเอกสารชื้นเหงื่อ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้ายอมรับความพ่ายแพ้อันหมดจด เมื่อชายชุดดำจากไป คาสเซียนจึงก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาว ดวงตาของเขาอ่อนแสงลงเมื่ออยู่ลำพังกับนาง "ท่านเล่นกับไฟอีกแล้ว เซเลสเทีย หากฝ่าบาทรู้ว่าท่านมีเหมืองนี้แต่แรก..." "ข้ารู้ค่ะคาสเซียน" เซเลสเทียขัดขึ้น พลางหยิบขนนกจุ่มหมึกแล้วตวัดลายเซ็นลงบนเอกสารอีกฉบับด้วยท่วงท่าสง่างาม "แต่การเล่นกับไฟน่ะ หากเรารู้จักควบคุมความร้อน มันก็เป็นเครื่องมือที่ใช้เผาทำลายศัตรูได้ดีที่สุดไม่ใช่หรือคะ?" เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ามืดมิดที่เริ่มมีแสงสีเงินของดวงจันทร์ทาบทา ในใจของนางกำลังวางแผนขั้นต่อไป องค์ชายอาร์เธอร์ที่คิดจะใช้หมากตัวนี้เพื่อทำลายเธอ จะต้องได้รับบทเรียนว่าการสู้กับนางนั้น ไม่ใช่แค่การชิงบัลลังก์ แต่มันคือการแลกด้วยวิญญาณ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูที่ผิดจังหวะดังขึ้นสามครั้ง ก่อนจะถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดคลุมสีเข้มที่เซเลสเทียคุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวเข้ามา องค์ชายอาร์เธอร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาของเขากวาดมองห้องสมุดก่อนจะหยุดลงที่เอกสารบนโต๊ะ "ดูเหมือนข้าจะมาขัดจังหวะการทำธุรกิจที่แสนงดงามของท่านนะ เลดี้เอลเดอร์" อาร์เธอร์แสยะยิ้มที่มุมปาก "แต่ที่ข้ามาในวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อพูดเรื่องเหมืองแร่ไร้ค่านั่น... ข้ามาเพื่อแจ้งข่าวว่า ฏีกาถอดถอนตระกูลของท่านจากสภาสูง ได้รับการอนุมัติโดยตราประทับของจักรพรรดิเรียบร้อยแล้ว" เซเลสเทียชะงัก ลมหายใจของนางสะดุดไปครู่หนึ่ง แต่นางยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีวันพังทลาย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่าในความมืดมิด "ข่าวช้าไปหนึ่งก้าวแล้วนะคะ องค์ชาย" เซเลสเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูก "เพราะในขณะที่ท่านกำลังเดินถือฏีกาใบนั้นมา กองทัพของคาสเซียนได้เข้าควบคุมเหมืองแร่ที่เป็นหัวใจเศรษฐกิจของประเทศไว้หมดแล้ว... และพร้อมที่จะประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นกบฏตัวจริงที่ขัดขวางความมั่นคงของจักรวรรดิ" อาร์เธอร์หน้าถอดสีในทันที ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องจากภายนอกคฤหาสน์ก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงเพลิงที่สว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า ไม่ใช่เพลิงไหม้จากศัตรู แต่เป็นแสงไฟจากกองทหารของเรเวนฮาร์ตที่ประกาศชัยชนะ... หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียที่แท้จริง? ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอกำลังใจให้เซเลสเทียในทุกย่างก้าวของการชิงบัลลังก์ครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%