“หากฝนไม่ตกภายในเจ็ดวัน เจ้าจะเอาหัวของข้าไปแขวนประจานกลางลานเมือง หรือจะให้ข้าถวายหัวตนเองคืนแด่พระองค์กันเล่า เพคะ... ฝ่าบาท?”
เสียงของเซเลสเทียราบเรียบ ทว่ากังวานหนักแน่นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องโถงท้องพระโรง กลิ่นอายของความตายและความคาดหวังแผ่ออกมาจากร่างของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาของพระองค์จ้องมองลงมาจากบัลลังก์ทองคำ ราวกับกำลังพิพากษาชะตากรรมของอาณาจักรที่กำลังแตกระแหงจากภัยแล้งที่ยาวนานเกินควบคุม
จักรพรรดิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วพระหัตถ์ที่ประดับด้วยแหวนอัญมณีเคาะลงบนที่วางแขนอย่างช้าๆ จังหวะของมันสม่ำเสมอจนน่าอึดอัด “เจ้าช่างกล้านัก เซเลสเทีย ในขณะที่เหล่าขุนนางคนอื่นเอาแต่ก้มหัวร้องขอให้สวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้า เจ้ากลับเอาชีวิตมาวางเดิมพันกับเมฆบนฟ้าเพียงไม่กี่ก้อนงั้นหรือ?”
“ศรัทธาเป็นเรื่องของจิตใจ แต่การบริหารจัดการคือเรื่องของความเป็นจริงเพคะ” เซเลสเทียเชิดหน้าขึ้น เลือดสีน้ำเงินในกายเธอนิ่งสนิท “หากพระองค์ต้องการเทพเจ้า พระองค์ควรไปที่วิหาร แต่หากพระองค์ต้องการผลผลิตข้าวสาลีเพื่อเลี้ยงปากท้องไพร่ฟ้า พระองค์ควรเชื่อในสิ่งที่ข้ากำลังจะทำ”
ด้านหลังของเธอ ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ยืนนิ่งดั่งรูปสลัก ใบหน้าของเขาไม่มีความหวั่นไหว แม้จะรู้ดีว่าความมั่นใจของเซเลสเทียในครั้งนี้กำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่บางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผม หากเธอพลาด เธอไม่ได้แค่เสียหน้า แต่เธอจะเสียฐานอำนาจทั้งหมดที่เพิ่งสร้างมา
“คาสเซียน” จักรพรรดิหันไปหาแม่ทัพผู้เงียบขรึม “เจ้าสนับสนุนนางงั้นหรือ?”
คาสเซียนขยับตัวเพียงเล็กน้อย ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางโค้งคำนับด้วยท่าทีที่เคารพแต่ไม่สยบยอม “กระหม่อมไม่ทราบว่าฝนจะตกหรือไม่ แต่หากเป็นคำสั่งของเลดี้เซเลสเทีย กระหม่อมเชื่อว่ามันคือทางรอดเดียวที่เรามี ในฐานะแม่ทัพ กระหม่อมรู้จักผลของการพ่ายแพ้ดี และข้าเชื่อมั่นว่าเลดี้เซเลสเทียไม่มีทางเลือกทางเดินที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้แน่นอนพะยะค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้องค์ชายอาร์เธอร์ที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องโถงแสยะยิ้มที่มุมปาก “การพนันด้วยชีวิตของประชาชนช่างเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์ดีจริงนะ เซเลสเทีย... เจ้าคิดว่าการจัดการคูคลองที่พังทลายเพียงไม่กี่แห่งจะเรียกน้ำจากฟ้าได้หรือ? อย่าลืมเสียล่ะว่าความผิดพลาดครั้งนี้ เจ้าไม่ได้เสียแค่บัลลังก์ในอนาคต แต่เจ้าจะเสียทุกอย่างที่ตระกูลเอลเดอร์สร้างมา”
เซเลสเทียไม่ได้หันไปมองคู่หมั้นเก่าที่เพิ่งหักหลังเธอด้วยซ้ำ เธอเพียงแค่ก้าวเดินเข้าไปใกล้แผนที่ขนาดใหญ่บนโต๊ะกลางห้องโถง มือเรียวบางชี้ลงไปยังเส้นทางน้ำที่ถูกปิดตายด้วยตะกอนและซากปรักหักพังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีก่อน
“นั่นไม่ใช่การพนันอาร์เธอร์ แต่มันคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง” เธอหันกลับมาดวงตาสีมรกตวาวโรจน์ “น้ำไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกกักขังอยู่ในต้นน้ำเพราะความประมาทของพวกเจ้าที่มัวแต่แย่งชิงผลประโยชน์จากภาษีจนลืมขุดลอกคูคลอง การเปิดทางน้ำที่ถูกปิดกั้นจะเปลี่ยนทิศทางของความชื้นในอากาศ และเมื่อนั้น... เมฆที่ฝ่าบาททรงมองเห็น มันจะกลายเป็นฝนตกลงสู่แผ่นดินเอง”
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดขึ้นจนแทบขาดใจ จักรพรรดิขยับพระองค์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระเนตรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซเลสเทียราวกับจะค้นหาความเท็จ “ดี... หากภายในเจ็ดวัน พื้นที่แห้งแล้งของเอลเดอร์กลับมาเขียวขจี ข้าจะมอบสิทธิ์ในการจัดการกองเสบียงหลวงทั้งหมดให้แก่เจ้า แต่ถ้าไม่... หัวของเจ้าและกองทัพของคาสเซียนจะต้องออกจากนครแห่งนี้ไปตลอดกาล”
เซเลสเทียย่อกายลงอย่างอ่อนช้อย แต่แววตาของเธอกลับคมกริบดั่งใบมีด “น้อมรับพระบัญชาเพคะ”
ทันทีที่เดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ คาสเซียนเดินตามเธอมาด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบ “เซเลสเทีย... เจ้าทำอะไรลงไป? การเปิดคูคลองในเขตหวงห้ามต้องใช้กองทัพเข้าไปแทรกแซง อาร์เธอร์ต้องดักเล่นงานเจ้าแน่”
เซเลสเทียหยุดเดิน เธอหันมาหาชายหนุ่มที่เธอมองว่าเป็นหมากตัวเดียวที่เธอไว้ใจได้ที่สุดในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากใบนี้ “คาสเซียน การรบไม่ได้มีแค่ดาบ แต่คือการดึงศัตรูเข้าสู่สนามเพลาะที่เขาไม่คุ้นเคย ถ้าอาร์เธอร์อยากขวางข้า เขาก็ต้องยอมลดตัวลงมาทำลายคูคลองนั่นด้วยตัวเอง และนั่นแหละ... คือหลักฐานที่จะมัดตัวเขาให้ดิ้นไม่หลุดต่อหน้าจักรพรรดิ”
ทว่าในวินาทีที่เธอหันกลับจะเดินต่อ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเงามืดของระเบียงทางเดิน ไม่ใช่เสียงของอาร์เธอร์ แต่เป็นเสียงที่ทำให้ลมหายใจของเธอกระตุกไปชั่วขณะ
“ท่านดัชเชส... แผนการของท่านช่างงดงามราวกับงานศิลปะ”
ชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากเงินที่ปิดบังเพียงครึ่งหนึ่ง แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นกลับทำให้เซเลสเทียรู้สึกถึงอันตรายที่สั่นประสาทได้มากกว่าศัตรูคนใดที่เคยเจอมา เขาชูจดหมายลับที่ประทับตราประจำตระกูลเอลเดอร์ที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วขึ้นมา “แต่เกรงว่าความลับที่ซ่อนอยู่ในคูคลองนั้น... อาจจะทำให้น้ำตาของท่านกลายเป็นเลือดเสียก่อนจะทันได้เห็นฝนหยดแรกนะ”
เซเลสเทียเบิกตากว้าง จดหมายฉบับนั้น... มันคือเอกสารชี้เป้าที่ตั้งของแหล่งแร่เวทมนตร์ใต้ดินที่ตระกูลเธอเก็บเป็นความลับมาหลายชั่วอายุคน หากคนผู้นี้เปิดเผยมันออกมา จักรพรรดิจะไม่ใช่แค่ให้เธอทำภารกิจ แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามล้างตระกูลเอลเดอร์ที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยง!
ดัชเชสโพดำหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับเลดี้เซเลสเทียในวิกฤตครั้งนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 26
บททดสอบจากจักรพรรดิ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!