มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 6

เผชิญหน้าอดีตคู่หมั้น

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“น้ำชาที่นี่รสชาติจืดชืดเกินไป... เหมือนกับอนาคตทางการเมืองของท่านไม่มีผิดเลยนะ เพคะ องค์ชาย” ถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงถูกวางลงบนจานรองอย่างแผ่วเบา แต่เสียงกระทบนั้นกลับดังก้องในโถงรับรองที่เงียบสงัด เลดี้เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ นั่งตัวตรงสง่างาม แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องมองบุรุษตรงหน้าโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มมุมปากของนางมิใช่การยิ้มแย้ม แต่เป็นการเยาะเย้ยที่เย็นชาจนน่าขนลุก องค์ชายอาร์เธอร์ชะงักค้าง มือที่กำลังถือช้อนเงินสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะฝืนหัวเราะออกมาเบาๆ พลางวางช้อนลง “เซเลสเทีย... เจ้ายังคงปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยน แม้ว่าสถานะของเราจะเปลี่ยนไปจนกลายเป็นคนละฝั่งแล้วก็ตาม” เขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่ซ่อนความกดดันไว้ “เจ้าเรียกข้ามาที่นี่ เพื่อจะมาพูดเรื่องรสชาติชาอย่างนั้นหรือ?” เซเลสเทียเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่ลงเล็กน้อย นางไม่รีบร้อนที่จะตอบ แต่เลือกที่จะไล้นิ้วเรียวไปตามขอบถ้วยช้าๆ ราวกับกำลังกดดันให้ความเงียบกัดกินประสาทของอีกฝ่าย “ชาจืดชืดแก้ได้ด้วยการเติมใบชาคุณภาพดี แต่ความไร้ประสิทธิภาพของคน... ต่อให้เติมทองคำกองเท่าภูเขา ก็คงไม่อาจเปลี่ยนจาก ‘หมากที่กำลังจะตาย’ ให้กลายเป็น ‘ผู้ชนะ’ ได้หรอกนะคะ” นางเว้นจังหวะ ก่อนจะเอนตัวเข้าไปหาเขาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ “องค์ชายเพคะ แผนการกักตุนเสบียงในเขตชายแดนตะวันตกที่ท่านกำลังทำอยู่... ท่านคิดจริงๆ หรือคะว่าความลับเรื่องเส้นทางขนส่งใต้ดินจะรอดพ้นสายตาของข้าไปได้?” ใบหน้าของอาร์เธอร์เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด เขารีบกวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อดูว่ามีผู้ใดแอบฟังอยู่หรือไม่ ก่อนจะกระซิบเสียงลอดไรฟัน “เจ้า... เจ้าเอาอะไรมาพูด? นั่นเป็นเรื่องของความมั่นคงของอาณาจักร เจ้าไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยว!” “ความมั่นคงหรือคะ?” เซเลสเทียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “ท่านใช้เส้นทางนั้นเพื่อแอบส่งเสบียงให้กองกำลังกบฏที่ท่านเองก็แอบให้ท้าย เพื่อหวังจะสร้างสถานการณ์ให้เสด็จพ่อต้องประกาศกฎอัยการศึก แล้วผลักดันท่านขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด... แผนการน่ะยอดเยี่ยมค่ะ แต่จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของแผนนี้ไม่ใช่ทหารหรืออาวุธ... แต่มันคือ ‘ความโลภ’ ของท่านเองที่ทำให้ลืมดูไปว่า ท่านกำลังเดินหมากกระดานเดียวกับ ‘คนตาย’ ที่เพิ่งฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างข้า” อาร์เธอร์กัดฟันแน่น มือที่อยู่ใต้โต๊ะกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน “เจ้าเปลี่ยนไปมาก เซเลสเทีย คนที่เคยรักและเทิดทูนข้าอย่างไร้เงื่อนไขคนนั้นหายไปไหนเสียล่ะ?” “ความรักที่ไร้สมองคือความโง่เขลาค่ะ” เซเลสเทียตอบกลับทันควัน สายตาของนางที่มองเขานั้นราวกับมองมดปลวกที่กำลังจะถูกเหยียบให้จมดิน “ในอดีตข้าอาจจะเคยโง่งม แต่ในตอนนี้... ทุกย่างก้าวที่ท่านเดิน ทุกคำที่ท่านโกหก ข้าได้เตรียม ‘กับดัก’ ไว้รอท่านที่ปลายทางเรียบร้อยแล้ว ท่านคิดว่าทำไมข้าถึงนิ่งเฉยต่อการทรยศของท่านมาตลอดล่ะคะ? ก็เพราะข้าอยากเห็นว่า... เมื่อถึงเวลาที่ท่านมั่นใจที่สุดว่าจะได้ครองบัลลังก์ ท่านจะทำหน้าอย่างไร เมื่อพบว่าแท่นบัลลังก์นั้นไม่ได้วางอยู่บนพื้นดินที่มั่นคง แต่วางอยู่บนกองเพลิงที่ข้าจุดรอไว้!” บรรยากาศในห้องหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก อาร์เธอร์ลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้นเสียงดังสนั่น เขาสั่งให้องครักษ์ที่อยู่หน้าประตูกรูเข้ามา แต่ทันทีที่ประตูเปิดออก กลับไม่ใช่เหล่าอัศวินของเขาที่เดินเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเต็มยศของแม่ทัพผู้เงียบขรึม ‘ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต’ ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ เขาประสานสายตากับเซเลสเทียด้วยความเคารพ ก่อนจะหันไปมองอาร์เธอร์ด้วยแววตาดุจน้ำแข็ง “องค์ชายครับ... หลักฐานเรื่องเส้นทางขนส่งเสบียงและการติดต่อกับกลุ่มกบฏถูกรวบรวมไว้ครบถ้วนแล้ว” คาสเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง “รวมถึงพยานบุคคลที่ท่านเคยลอบสังหารไปเมื่อสามปีก่อน... บัดนี้พวกเขามาพร้อมที่จะให้การกับสภาขุนนางแล้วครับ” อาร์เธอร์หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนชิดกำแพง “ไม่... นี่มันการจัดฉาก! พวกเจ้าสมคบคิดกัน!” เซเลสเทียลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินผ่านหน้าเขาไปพลางลูบไหล่เขาเบาๆ อย่างเหยียดหยาม “ไม่ใช่การจัดฉากหรอกค่ะ แต่มันคือ ‘ความยุติธรรม’ ที่ท่านสมควรได้รับต่างหาก... อ้อ อีกอย่างนะคะ เอกสารในมือของท่านดยุคไม่ใช่สิ่งเดียวที่ข้าเตรียมไว้” นางหยุดยืนที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มที่ทำให้หัวใจของอาร์เธอร์แทบหยุดเต้น “คนของท่านที่ข้าจับกุมได้เมื่อคืนนี้... ได้สารภาพเรื่อง ‘ยาพิษ’ ที่ท่านแอบใส่ในถ้วยเสวยของเสด็จพ่อเมื่อเดือนก่อนเรียบร้อยแล้วค่ะ และหลักฐานชิ้นนั้น... บัดนี้อยู่ในมือของกษัตริย์องค์ปัจจุบันแล้ว” เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินหลวงจำนวนมากดังขึ้นจากนอกโถงรับรอง พร้อมกับเสียงตะโกนประกาศจับกุมก้องไปทั่ววังหลวง อาร์เธอร์ทรุดลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่เซเลสเทียก้าวเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองซากปรักหักพังของบุรุษที่เคยหักหลังนาง ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะก้าวพ้นประตู บานประตูขนาดใหญ่ที่กำลังเปิดออกกลับเผยให้เห็นร่างของ ‘สตรีผู้หนึ่ง’ ที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—สตรีที่ควรจะตายไปตั้งแต่เกิดใหม่—กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มอัศวินด้วยสายตาที่เย็นชาไม่แพ้นาง! ดัชเชสโพดำหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับเกมการเมืองที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ นะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%