กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศจนเซเลสเทียรู้สึกพะอืดพะอม แต่เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อน มือเรียวบางที่สวมถุงมือผ้าไหมสีดำสนิทหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ลายมือที่ตวัดตัวอักษรอย่างดุดันและมั่นคงบนกระดาษแผ่นนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนสถานะของ 'คาสเซียน เรเวนฮาร์ต' จากแม่ทัพผู้ภักดีให้กลายเป็นอาชญากรแผ่นดินภายในชั่วข้ามคืน
"ท่านคิดจริงๆ หรือว่าของขวัญชิ้นนี้จะบีบให้ฉันจนมุมได้ง่ายๆ?" เซเลสเทียเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นในห้องโถงลับ
คาสเซียนยืนอยู่เบื้องหลังเธอ ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบดูสงบนิ่งผิดปกติ ดวงตาสีเทาเข้มดุจพายุหิมะจ้องมองศีรษะในหีบด้วยความว่างเปล่า เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่เขากำลังวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีต
"ลายมือของฝ่าบาท... ชัดเจนจนไม่มีที่ติ" คาสเซียนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าทว่าทรงพลัง "เขาต้องการให้ท่านเชื่อว่าข้าเป็นผู้ลงมือ เพื่อให้ท่านตัดแขนซ้ายของตนเองทิ้ง เซเลสเทีย หากท่านประหารข้าในตอนนี้ อำนาจทางทหารในกำมือท่านจะกลายเป็นสุญญากาศ และอาร์เธอร์จะก้าวขึ้นมาอุดรอยรั่วนั้นทันที"
เซเลสเทียหมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาสีมรกตของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพหนุ่ม "ฉันรู้ค่ะคาสเซียน แต่ปัญหาคือคนทั้งสภาขุนนางเชื่อไปแล้วว่าท่านคือคนทรยศ หลักฐานถูกเตรียมไว้ทุกจุด แม้แต่ตราประทับลวงของท่านก็ยังอยู่ในห้องทำงานของท่าน"
"ท่านจะทำอย่างไร" เขาถามสั้นๆ เหมือนกำลังถามถึงกลยุทธ์ในสมรภูมิ
"แผนการมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น... เราต้องเล่นเกมที่อันตรายกว่าเดิม" เซเลสเทียเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนคำสั่งลงบนกระดาษหนังอย่างรวดเร็ว "ท่านต้องถูกจับกุม แต่ไม่ใช่ในฐานะกบฏ"
คาสเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งสงบฉายประกายความเข้าใจ "ท่านจะใช้ 'ข้อหาลับ' ที่รุนแรงกว่ากบฏ เพื่อดึงคดีนี้ออกจากสภาขุนนางเข้าสู่ศาลลับขององค์ราชินีงั้นหรือ?"
"ฉลาดมากค่ะ" เซเลสเทียเผยรอยยิ้มที่มุมปาก แต่ในดวงตาไม่มีความขบขัน "หากท่านเป็นกบฏ ท่านคือศัตรูของรัฐ แต่หากท่านถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดความลับสูงสุดของราชวงศ์... อำนาจในการตัดสินคดีจะตกอยู่ที่มือของฉันแต่เพียงผู้เดียว อาร์เธอร์จะไม่มีสิทธิ์แทรกแซงแม้แต่นิดเดียว"
ทว่า ก่อนที่คาสเซียนจะได้ตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารรักษาการณ์ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก แสงคบเพลิงสั่นไหววูบวาบผ่านช่องประตู อาร์เธอร์มาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก เขาคงไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อปิดฉากทุกอย่าง
"องค์หญิง! ข้าทราบว่าท่านอยู่ในนั้น เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงของอาร์เธอร์ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความฮึกเหิม "ข้าได้รับรายงานว่าแม่ทัพคาสเซียนซ่องสุมกำลังและก่อกบฏ หากท่านไม่ประหารเขาตามกฎหมายแผ่นดิน ข้าจำเป็นต้องใช้อำนาจในฐานะผู้สำเร็จราชการร่วมเข้าควบคุมสถานการณ์!"
เซเลสเทียขยับตัวเข้าใกล้คาสเซียนจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เธอคว้าข้อมือเขาแน่น ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นแววตาของผู้ล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากเป้าหมาย
"ท่านมีเวลาไม่มากที่จะเลือกคาสเซียน จะยอมให้ข้าตราหน้าว่าเป็นนักโทษคดีอื้อฉาวเพื่อรักษาชีวิตไว้ หรือจะยอมให้พวกมันลากคอไปประหารในฐานะกบฏที่ไร้ทางสู้?" เซเลสเทียกระซิบเสียงต่ำ "เลือกมา!"
คาสเซียนจ้องมองใบหน้าหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ไม่มีใครสั่นคลอนได้ และในวินาทีนั้น เขาตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นแค่หมากในเกม แต่เธอคือผู้กุมกระดานทั้งหมดไว้ในกำมือ
"ทำเถอะ" คาสเซียนตอบเพียงแค่นั้น พร้อมกับยอมให้เซเลสเทียกระชากสายรัดเอวของเขาออก เพื่อสร้างหลักฐานการต่อสู้จำลอง
เซเลสเทียถอยห่างออกมาแล้วตวาดขึ้นด้วยเสียงที่ดังและทรงพลัง "ทหาร! บุกเข้ามา! จับตัวแม่ทัพคาสเซียนในข้อหาพยายามลอบสังหารรัชทายาทและกระทำการล่วงละเมิดต่อราชบัลลังก์!"
ประตูถูกถีบออกจนพังกระจาย อาร์เธอร์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหยามหยัน แต่รอยยิ้มนั้นกลับค้างอยู่บนใบหน้าเมื่อเห็นเซเลสเทียยืนถือดาบของคาสเซียนจ่อที่คอของแม่ทัพหนุ่มที่ถูกกดให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น
"หม่อมฉันช่วยพระองค์ไว้ทันเพคะ ฝ่าบาท" เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียน "เขากำลังจะสังหารหม่อมฉันเพื่อยึดอำนาจ!"
อาร์เธอร์ชะงักงัน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แผนการที่เขาเตรียมมาพังทลายลงเพราะคำโกหกเพียงคำเดียวของเซเลสเทีย เขามองศีรษะทูตที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะสลับกับคาสเซียนที่ดูเหมือนจะยอมจำนนด้วยความแค้นเคือง
"ดี... ดีมากเซเลสเทีย" อาร์เธอร์เค้นเสียงออกมา "ในเมื่อเขาทำผิดฐานอุกฉกรรจ์เช่นนี้ ข้าจะคุมตัวเขาไปเข้าคุกหลวงเอง"
"ไม่ได้เพคะ" เซเลสเทียตอบทันควัน สายตาของเธอแข็งกร้าว "เขาเป็นนักโทษของราชินี และฉันจะนำตัวเขาไปคุมขังในปราสาทชั้นในด้วยตนเอง ใครก็ตามที่พยายามขัดขวาง คือการดูหมิ่นพระราชอำนาจ!"
อาร์เธอร์กำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาพลาดแล้ว... เขาพลาดท่าให้ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงปรบมือแผ่วเบาดังมาจากมุมมืดของห้อง
"ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ทั้งคู่เลย"
ร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือสังฆราชผู้ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในเหตุการณ์การเมืองใดๆ มาก่อน ใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเผยให้เห็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก
"ท่านแม่ทัพไม่ได้เป็นกบฏหรอกพระเจ้าค่ะ... แต่เขากำลังจะตายในไม่กี่นาทีข้างหน้า เพราะพิษที่เคลือบอยู่บนดาบเล่มที่องค์หญิงถืออยู่ในมือนั่นอย่างไรเล่า"
เซเลสเทียก้มลงมองดาบในมือตนเองด้วยความตระหนก และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองคาสเซียน เธอพบว่าเลือดสีดำเริ่มซึมออกมาจากมุมปากของเขา ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเริ่มพร่าเลือนขณะที่เขาล้มฟุบลงต่อหน้าต่อตาเธอ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซเลสเทียมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 21
ความลับของเรเวนฮาร์ต
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!