"อย่าตายตอนนี้ คาสเซียน... ข้ายังอนุญาตให้ท่านไปเฝ้าพระเจ้าไม่ได้"
เซเลสเทียกระซิบ น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำที่นิ่งสนิท ทว่ามือที่ประคองร่างของแม่ทัพหนุ่มกลับสั่นเทาเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมามั่นคง นางคว้าขวดแก้วใบเล็กจากกระเป๋าผ้าซ่อนใต้ชายกระโปรง หักจุกคอขวดด้วยฟันแล้วกรอกของเหลวสีมรกตลงในปากของเขา เลือดสีดำที่ซึมออกมาจากมุมปากของคาสเซียนทำให้นางรู้ดีว่านี่คือ 'พิษจันทร์ดับ'—พิษชั้นสูงที่หาได้ยากยิ่งในราชสำนัก ซึ่งมีเพียงคนไม่กี่คนในวังหลวงเท่านั้นที่ครอบครองมันได้
นางไม่ได้ร้องไห้ น้ำตาเป็นเพียงเครื่องมือของคนอ่อนแอ และในนาทีนี้ เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ไม่มีเวลาให้กับการเจ้าน้ำตา นางจ้องมองใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของชายหนุ่มด้วยแววตาเย็นชาที่ซ่อนความเจ็บปวดลึกๆ ไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ เขาคือหมากตัวสำคัญที่สุด หากเขาตาย แผนการทั้งหมดของนางย่อมพังทลาย
"ถอดเกราะของเขาออกให้หมด แล้วเช็ดรอยเลือดนี้ให้เกลี้ยง อย่าให้ใครเห็นร่องรอยของการวางยาพิษ" เซเลสเทียสั่งการกับสาวใช้คนสนิทที่หมอบอยู่มุมห้องด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดราวกับใบมีด ก่อนจะหันไปทางประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท "ส่วนเจ้า... เตรียมชุดกระดาษตราประทับสีแดง และเขียนจดหมายนิรนามฉบับที่สามส่งไปยังที่พักขององค์ชายอาร์เธอร์ และฉบับที่สี่ให้ส่งไปที่ค่ายทหารขององค์ชายรัชทายาทคาร์ล"
"แต่เลดี้คะ... การทำเช่นนั้นจะทำให้สถานการณ์บานปลายนะคะ!" สาวใช้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เซเลสเทียแค่นยิ้ม มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ การบานปลายคือปุ๋ยชั้นดีของต้นไม้อำนาจ หากไฟไม่ลุกโชนให้สูงพอ ราชบัลลังก์ที่จอมปลอมเหล่านี้จะไม่มีวันพังทลายลงมาให้ข้าเหยียบขึ้นไปได้"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้องโถงรับรองลับในคฤหาสน์เอลเดอร์ เซเลสเทียในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งอยู่เบื้องหลังม่านโปร่ง นางมองเห็นเงาร่างของสายลับสองคนที่นางส่งไปปฏิบัติการกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
"องค์ชายอาร์เธอร์เชื่อสนิทใจแล้วพ่ะย่ะค่ะว่าคาสเซียนถูกลอบสังหารโดยคำสั่งขององค์ชายคาร์ล" สายลับคนแรกกล่าวรายงาน "และทางฝั่งค่ายทหารของคาร์ล ข้าได้ปล่อยข่าวลือว่าอาร์เธอร์เตรียมจะเคลื่อนกองกำลังทหารม้าเข้าปิดล้อมเมืองหลวงในคืนนี้เพื่อชิงบัลลังก์ก่อนกำหนด"
เซเลสเทียหยิบไวน์แดงขึ้นจิบ สายตาจับจ้องไปที่เอกสารรายชื่อผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่ายที่นางจดบันทึกไว้ในหัว แผนการของนางไม่ใช่การสู้ด้วยดาบ แต่คือการสู้ด้วยความระแวงที่กัดกินจิตใจมนุษย์ นางทำให้พวกเขาคิดว่าอีกฝ่ายคือภัยคุกคามที่ต้องกำจัดทิ้งทันที โดยที่มือของนางไม่จำเป็นต้องเปื้อนเลือด
"ดี" นางเอ่ยเบาๆ "เมื่อพวกเขาระแวงกันจนถึงขีดสุด ความผิดพลาดจะเผยออกมาเอง เหมือนแมลงวันที่บินเข้าหาเปลวไฟที่พวกเขาก่อขึ้นเอง"
ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นเตรียมตัวเพื่อแผนการถัดไป เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและผิดจังหวะก็ดังขึ้น เซเลสเทียชะงัก สายตาวาวโรจน์จับจ้องที่ประตู—ไม่ใช่เสียงเคาะของสาวใช้ที่นางไว้วางใจ และไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนในคฤหาสน์นี้
"เลดี้เซเลสเทีย..." เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยไอสังหารดังลอดผ่านช่องประตูเข้ามา "ข้าเชื่อว่าเจ้าคงมีคำอธิบายที่ดีพอ สำหรับจดหมายที่ข้าได้รับเมื่อครู่"
ประตูเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีเงินขององค์ชายอาร์เธอร์ก้าวเข้ามา พร้อมกับทหารองครักษ์นับสิบที่ชักดาบออกมาขวางทางออกทุกทิศทาง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเซเลสเทียกระตุกไม่ใช่จำนวนทหารที่ล้อมนางไว้ แต่เป็นร่างของชายอีกคนที่ถูกหิ้วปีกเข้ามาข้างหลังอาร์เธอร์
คาสเซียน... เขายังไม่ตาย แต่สภาพของเขาในตอนนี้ช่างดูน่าเวทนา แขนข้างหนึ่งห้อยรุ่งริ่ง และรอยเลือดที่มุมปากยังคงชัดเจน แต่ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือในมือของอาร์เธอร์... เขากำลังถือม้วนจดหมายที่มีตราประทับลับเฉพาะของตระกูลเอลเดอร์ ซึ่งมีลายมือของนางกำกับไว้อย่างชัดเจน
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะหลงกลเกมเด็กๆ ของเจ้า?" อาร์เธอร์ก้าวเข้ามาใกล้จนปลายดาบของเขาจ่อที่คางของนาง ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่ง "จดหมายพวกนี้... เจ้าเป็นคนเขียนขึ้นมาเพื่อยุให้พวกข้าฆ่ากันเองงั้นสินะ? แล้วดูสิว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่จะต้องตาย"
เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
"องค์ชายอาร์เธอร์เพคะ... ท่านอาจจะฉลาดพอที่จะดักทางข้าได้ แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง" เซเลสเทียขยับตัวเข้าใกล้ปลายดาบจนเลือดซึมออกมาจากผิวหนังที่ลำคอ "ท่านคิดว่าทำไมข้าถึงต้องวางยาพิษคาสเซียน? ทำไมข้าถึงส่งจดหมายไปถึงค่ายของพี่ชายท่าน?"
อาร์เธอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัย
"เพราะข้าไม่ได้ต้องการให้พวกท่านรบกัน..." นางกระซิบด้วยเสียงที่ดังกังวานไปทั่วห้อง "แต่ข้าต้องการให้กองทัพหลวงทั้งหมด เคลื่อนเข้ามาในเมืองนี้... ในจังหวะที่ไม่มีใครเหลือใครเหลือพอที่จะปกป้องบัลลังก์ได้อีกแล้ว"
เสียงสัญญาณแตรจากภายนอกคฤหาสน์ดังขึ้นกึกก้อง ทันใดนั้น ผนังห้องโถงก็สั่นสะเทือนจากการพังทลายของประตูด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนของกองทหารที่ไม่ใช่ของทั้งอาร์เธอร์และคาร์ล แต่เป็นกองทัพทหารรับจ้างในตำนานที่นางเป็นผู้ว่าจ้างด้วยสมบัติลับของตระกูล!
"ตอนนี้... ใครกันแน่ที่ติดอยู่ในกรงขัง?"
ดัชเชสโพดำขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับแผนการอันซับซ้อนของเลดี้เซเลสเทียในครั้งนี้นะคะ
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 22
รอยร้าวในราชวงศ์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!