"หากท่านคิดจะเอาชนะด้วยการตัดเส้นทางลำเลียงอาหารเพียงอย่างเดียว ก็บอกได้คำเดียวว่า ท่านกำลังดูแคลนสติปัญญาของสตรีผู้นี้ต่ำเกินไปแล้วนะคะ องค์ชายอาร์เธอร์"
เสียงหวานใสของเลดี้เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ กังวานท่ามกลางห้องลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำหมึก เธอไม่ได้หันไปมองร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงผนังอยู่ในเงามืด แต่กลับจรดปากกาขนนกเขียนตัวเลขและชื่อตระกูลพ่อค้าลงบนแผนผังขนาดใหญ่ที่กางอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่สวยดุจเหยี่ยวจ้องมองตำแหน่งของคลังสินค้าทั่วเมืองหลวงราวกับกำลังแผ่ขยายใยแมงมุมไปทั่วทุกทิศทาง
"เจ้ามั่นใจนักหรือเซเลสเทีย?" เสียงทุ้มต่ำของอาร์เธอร์ตอบกลับมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าใกล้ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของเขาให้ทาบทับลงบนแผนที่ "ตอนนี้สภาขุนนางตัดงบประมาณกองทัพของเจ้าไปแล้วครึ่งหนึ่ง แถมเส้นทางการค้าจากแดนเหนือยังถูกปิดตายด้วยคำสั่งของกษัตริย์ กรงขังที่เจ้าสร้างขึ้นมาเองนี้ มันกำลังบีบให้เจ้าหายใจไม่ออกไม่ใช่หรือ?"
เซเลสเทียแค่นหัวเราะเบาๆ เธอวางปากกาลงแล้วหันไปสบตากับอดีตคู่หมั้น สายตาของเธอเยือกเย็นและเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงัก "กรงขังหรือคะ? น่าขำสิ้นดี ในเมื่อกุญแจทุกดอกของคลังเมืองหลวงอยู่ในกำมือข้า... ท่านคิดว่าการที่ท่านสามารถล็อคประตูหน้าบ้านได้ หมายความว่าท่านเป็นเจ้าของบ้านจริงๆ งั้นหรือ?"
เธอขยับกายเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นไอควันบุหรี่จางๆ จากตัวเขา นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่จุดแดงบนแผนที่ซึ่งระบุตำแหน่งท่าเรือหลัก
"ท่านปิดเส้นทางจากแดนเหนือ แต่ท่านลืมไปว่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญที่สุดในเมืองหลวงไม่ได้มาจากที่นั่น... หากแต่มาจากสมาคมพ่อค้าอิสระในเขตชั้นในที่ท่านเคยดูแคลนว่าไร้อำนาจ และตอนนี้ พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นพันธมิตรของข้าด้วยหนี้สินที่ท่านทำไว้กับพวกเขาอย่างไร้สติ"
อาร์เธอร์ขมวดคิ้วแน่น มือของเขาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน "เจ้าไปทำข้อตกลงกับพวกเศษสวะนั่นตอนไหน?"
"ความลับคือสกุลเงินที่มีค่าที่สุดในตลาดมืดนะคะ" เซเลสเทียยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง "ข้าซื้อบัญชีหนี้สินทั้งหมดของพวกเขากลับมา แล้วเปลี่ยนมันเป็นสัญญาคุ้มครอง... ตอนนี้ กองทัพของท่านจะไม่มีแม้แต่ข้าวสารสักกระสอบตกถึงท้อง ถ้าข้าไม่ยินยอม"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะขาดผึง เสียงเคาะประตูห้องลับก็ดังขึ้นเป็นจังหวะที่สามครั้ง
เซเลสเทียขยับตัวออกห่างจากอาร์เธอร์อย่างรวดเร็ว เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและสง่างามอีกครั้ง ก่อนจะผายมือไปยังมุมมืด "เข้ามาได้ค่ะ ท่านดยุคคาสเซียน"
ประตูไม้โอ๊คหนักอึ้งถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ในชุดเกราะเต็มยศ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าปกติ ดวงตาที่มักจะนิ่งเฉยเหมือนผิวน้ำยามไร้ลมกลับดูวูบไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นองค์ชายอาร์เธอร์อยู่ในห้องนี้ด้วย
"เลดี้เซเลสเทีย..." คาสเซียนกล่าวเสียงต่ำก่อนจะหันไปพยักหน้าให้องค์ชายอย่างไว้ตัว "ดูเหมือนว่า 'แมงมุม' ที่ท่านวางแผนไว้จะไม่ได้มีแค่ตัวเดียวเสียแล้ว"
เซเลสเทียเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย "ท่านหมายความว่าอย่างไรคะ?"
คาสเซียนยื่นม้วนกระดาษประทับตราหลวงส่งให้เธอ มือของเขาสั่นเพียงเล็กน้อยขณะกล่าว "ข่าวจากหน้าด่านเพิ่งส่งมา... กองทัพปริศนาที่อ้างว่าเป็นกลุ่มโจรป่า กำลังบุกเข้าปล้นคลังเสบียงในเขตการค้าหลักที่ท่านเพิ่งเข้าครอบครองเมื่อเช้านี้ และที่สำคัญกว่านั้น..."
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบมองไปยังองค์ชายอาร์เธอร์ก่อนจะหันกลับมาสบตาเซเลสเทีย
"...ผู้นำของกลุ่มโจรเหล่านั้น มีตราประทับประจำตัวที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน แต่มันมีสัญลักษณ์เป็นรูป 'กุหลาบสีดำ' บนใบหน้า... เลดี้เซเลสเทีย ข้าเกรงว่าศัตรูที่แท้จริงของท่าน ไม่ได้มาจากในวัง แต่มันมาจากคนที่ท่านเคยคิดว่าตายไปแล้ว"
เซเลสเทียรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดไปทั่วร่าง เธอรีบคลี่ม้วนกระดาษออก ทันทีที่เห็นลวดลายที่ถูกวาดไว้ใต้ตราประทับ หัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น
มันไม่ใช่แค่ตราประทับทั่วไป แต่เป็นลายนิ้วมือของคนเพียงคนเดียวที่สามารถดึงเธอลงจากอำนาจได้ในพริบตา... คนที่ควรจะถูกฝังอยู่ในหลุมศพเมื่อสิบปีที่แล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเส้นใยแห่งแผนการนี้ไปพร้อมกับดัชเชสโพดำนะคะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 23
เส้นสายใยแมงมุม
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!