"หากท่านยังไม่ลดดาบลง เกรงว่าทหารของท่านที่คุกเข่าอยู่ตรงนี้ อาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมาหายใจอีกต่อไปในมื้อค่ำวันพรุ่งนี้หรอกนะ เจ้าชายอาร์เธอร์"
น้ำเสียงของหญิงสาวปริศนาเย็นเยียบและราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามค่ำคืน แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศในโถงพระราชวังดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เซเลสเทียยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของเธอจับจ้องภาพเหตุการณ์ด้วยความนิ่งเฉย ภายในใจของเธอคำนวณหมากทุกตัวไว้หมดแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และหญิงสาวที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นผู้นี้คือตัวแปรที่เธอเฝ้ารอ
อาร์เธอร์หน้าถอดสี มือของเขาสั่นระริกขณะกำด้ามดาบแน่น เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ทหารองครักษ์ผู้ภักดีที่เขาคัดเลือกมากับมือ กลับทรยศเขาเพียงเพราะการปรากฏตัวของคนแปลกหน้าเพียงคนเดียว
"เจ้าเป็นใคร..." อาร์เธอร์เค้นเสียงถาม "เจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงได้กล้าสั่งการทหารในเขตพระราชฐานของข้า"
หญิงสาวค่อยๆ ลดดาบลงช้าๆ พลางปัดฝุ่นที่กระโปรงชุดนักรบหนังสีดำสนิทของเธอ ก่อนจะหันไปสบตาเซเลสเทียที่ยืนเป็นผู้ชมอยู่มุมห้อง มุมปากของเธอหยักโค้งขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอ่อนหวาน แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
"นามของข้าคือ อิซาเบลลา แห่งราชอาณาจักรซิลเวอร์มูน" เธอแนะนำตัวพร้อมทำความเคารพเซเลสเทียอย่างสง่างาม "และสิทธิ์ที่ข้าใช้ ก็คือ 'พันธสัญญาแห่งเลือด' ที่องค์หญิงเซเลสเทียได้โปรดประทานให้แก่บ้านเมืองของข้าเมื่อปีกลาย"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วโถงพระราชวัง เหล่าขุนนางที่เคยสนับสนุนอาร์เธอร์ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา เซเลสเทียเดินก้าวออกมาจากเงามืด เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วห้องจังหวะหนักแน่นและมั่นคง
"การต้อนรับของเจ้าชายอาร์เธอร์อาจจะดูรุนแรงไปเสียหน่อย ท่านหญิงอิซาเบลลา" เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทว่าเฉียบขาด "โปรดอภัยให้แก่เจ้าบ้านที่เพิ่งจะรู้ตัวว่า 'อำนาจ' ของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเข็มกลัดบนอกเสื้ออีกต่อไป"
อาร์เธอร์กัดฟันแน่น "เซเลสเทีย! เจ้าวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่!"
เซเลสเทียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวอาร์เธอร์ กลิ่นของความตื่นตระหนกที่ปนเปไปกับความโกรธแค้น "ตั้งแต่ตอนที่เจ้าเลือกจะทรยศข้าในวันนั้นอย่างไรล่ะ อาร์เธอร์ ความโง่เขลาของเจ้าทำให้ข้ามีโอกาสได้เห็นช่องว่างของบัลลังก์นี้ และการที่ข้าเลือกสร้างพันธมิตรกับซิลเวอร์มูน ก็เพราะข้ารู้ดีว่า สักวันหนึ่ง เจ้าจะปล่อยให้ทหารของเจ้าหันคมดาบเข้าหาข้า... ซึ่งวันนี้ เจ้าก็ได้ทำมันจริงๆ"
คาสเซียน เรเวนฮาร์ต ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวอาร์เธอร์ทันที มือหนาของแม่ทัพวางลงบนด้ามดาบข้างกาย ส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าชายถอยกลับไป อาร์เธอร์พยายามจะตอบโต้ แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ กองทหารนับร้อยต่างยังคงคุกเข่าให้กับหญิงสาวจากซิลเวอร์มูนและเซเลสเทีย เขาตระหนักได้ในทันทีว่า เขากำลังยืนอยู่บนดินแดนที่ไม่มีใครเป็นของเขาอีกต่อไป
"ท่านหญิงอิซาเบลลา" เซเลสเทียหันไปหาพันธมิตรคนสำคัญ "เราไปคุยกันในห้องทรงงานส่วนพระองค์ดีกว่าที่นี่ ข้าเกรงว่าอากาศตรงนี้จะเริ่มเน่าเสียเกินกว่าจะหายใจสะดวก"
ทั้งสองสาวก้าวเดินออกจากโถงกลางทิ้งให้เหล่าขุนนางและเจ้าชายอาร์เธอร์จมอยู่กับความโกลาหลที่ไม่มีใครกล้าขยับตัว ภายในห้องทรงงานที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม เซเลสเทียรินไวน์รสเลิศส่งให้หญิงสาวตรงหน้า
"ท่านจัดการได้ดีมาก การให้ทหารคุกเข่าในจังหวะที่เขากำลังสั่งการคือการหักหน้าครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับ" เซเลสเทียกล่าวพลางยกแก้วขึ้นจิบ
อิซาเบลลารับไวน์มาจิบพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง "กษัตริย์ที่ไม่ได้ใจทหาร ก็ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาไม้ที่รอวันผุพังค่ะ ท่านหญิงเซเลสเทีย แต่สิ่งที่ข้ากังวลไม่ใช่แค่เจ้าชายโง่เง่านั่น แต่คือพันธมิตรของเขาจากทางทิศเหนือ... ข่าวกรองของข้าบอกว่าพวกเขากำลังเคลื่อนพล"
คิ้วเรียวของเซเลสเทียขมวดเข้าหากันเพียงเล็กน้อย "ทิศเหนือหรือ? พวกเขากล้าพอที่จะเปิดศึกในขณะที่ภายในยังระส่ำระสายเช่นนี้เชียวหรือ"
"ความโลภมักทำให้คนตาบอดเสมอค่ะ" อิซาเบลลาวางแก้วลงก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้า "และที่สำคัญ... ข้าได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่งก่อนเดินทางมาถึงที่นี่ มันประทับตราของราชวงศ์เดิมที่ล่มสลายไปแล้ว พร้อมข้อความที่บอกว่า 'ของขวัญ' สำหรับท่านกำลังเดินทางมาถึงในคืนนี้"
เซเลสเทียนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจที่อธิบายไม่ถูก หากเป็นราชวงศ์ที่ควรจะตายไปนานแล้วกำลังเคลื่อนไหว นั่นหมายความว่าแผนการของเธออาจมีจุดที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่
"ท่านหญิงอิซาเบลลา ท่านหมายความว่าอย่างไร..." เซเลสเทียถามด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง
ยังไม่ทันที่อิซาเบลลาจะได้ตอบ เสียงโครมครามจากทางหน้าต่างห้องทรงงานก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงแก้วแตกกระจาย ทหารองครักษ์ส่วนตัวของเซเลสเทียรีบกรูกันเข้ามาในห้อง ทว่าสิ่งที่อยู่บนพื้นพรมไม่ใช่ศัตรูที่บุกรุก แต่มันคือหีบไม้แกะสลักเก่าแก่ที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง
อิซาเบลลาขยับถอยหลังพร้อมชักดาบออกมาทันที "นั่นไม่ใช่คำเตือนค่ะท่านหญิง... แต่มันคือการประกาศสงคราม"
เซเลสเทียก้าวเข้าไปใกล้หีบใบนั้น ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดฝาออก แสงเทียนวูบไหวในห้องสะท้อนให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน... ศีรษะของทูตที่เธอเพิ่งส่งไปเจรจาสงบศึกเมื่อสามวันก่อนถูกวางไว้อย่างน่าสยดสยอง พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือที่เธอจำได้ดีที่สุดในชีวิต... ลายมือของคนที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุดก่อนจะตายจากโลกนี้ไป!
ดัชเชสโพดำขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเลดี้เซเลสเทียในบทนี้อย่างใจจดใจจ่อนะคะ
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 20
พันธมิตรลับ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!