มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 12

พายุที่กำลังก่อตัว

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"เจ้าจะยอมให้ข้าปิดประตูรถม้ากลับไป หรือจะให้ข้าลากคอเจ้าลงมาทิ้งไว้กลางทางให้เป็นอาหารของหมาป่าในป่าสนนี่กันล่ะ เลดี้เซเลสเทีย?" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันนั้นไม่ได้มาจากศัตรูที่ฉันหวาดระแวง แต่มันคือเสียงของ 'องค์ชายอาร์เธอร์' ชายที่ควรจะอยู่ในงานเลี้ยงเต้นรำของเหล่าขุนนางเบื้องบน ไม่ใช่มาดักรอฉันอยู่กลางเส้นทางลับที่มืดมิดเช่นนี้ เซเลสเทียขยับยิ้มที่มุมปากอย่างใจเย็น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความประหลาดใจ แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น เธอได้ประเมินสถานการณ์ทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เธอไม่ได้ก้าวลงจากรถม้าตามคำสั่ง แต่กลับเอนหลังพิงเบาะกำมะหยี่สีเลือดนกอย่างถือดี พร้อมกับตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูรถม้า "องค์ชายช่างเป็นคนว่างงานเสียจริงนะคะ" เซเลสเทียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจผิวน้ำที่นิ่งสนิท "งานเลี้ยงเปิดตัวสนมเอกคนใหม่ของท่านคงน่าเบื่อหน่ายจนทำให้ถึงกับต้องปลอมตัวมาดักรอสตรีที่ท่านเคยประกาศตัดขาดไปแล้วอย่างข้าในป่าลึกแบบนี้เชียวหรือ?" อาร์เธอร์หรี่ตาลง แววตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวจ้องมองเหยื่อ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเขาบดบังแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาภายในรถม้า "ข่าวลือที่ว่าเลดี้ผู้เย่อหยิ่งและอ่อนแอกำลังเปลี่ยนไป... ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงสินะ เซเลสเทีย เจ้าดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะถูกเนรเทศเลยสักนิด" "ข่าวลือเป็นเพียงเรื่องที่คนว่างงานชอบพูดคุยกันเพื่อฆ่าเวลาค่ะ" เธอตอบพลางหยิบถุงมือลูกไม้ขึ้นมาสวมช้าๆ "แต่การที่ท่านมาปรากฏตัวตรงนี้ หมายความว่า 'พายุ' ที่ข้ากำลังก่อขึ้น มันเริ่มสั่นคลอนเก้าอี้ของท่านบ้างแล้วใช่ไหมคะ?" อาร์เธอร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยื่นมือเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปต้องนิ่วหน้า แต่เซเลสเทียกลับนิ่งเฉย เธอสบตากับเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว ในใจเธอรู้อยู่แล้วว่านี่คือหมากตัวหนึ่งที่เขาใช้ลองเชิง หากเธอแสดงความอ่อนแอแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่รออยู่คือการถูกกำจัดทิ้งโดยสมบูรณ์ "เจ้าเปลี่ยนไปจนข้าเกือบจะจำไม่ได้" อาร์เธอร์กระซิบข้างหู "ดวงตาของเจ้า... มันไม่มีความรักหลงเหลืออยู่แล้ว มันมีแต่ความเย็นชาที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?" เซเลสเทียกระชากข้อมือกลับอย่างแรง เธอไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับมองเขาด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังดิ้นรนก่อนจมน้ำ "สิ่งที่ข้ากำลังวางแผนน่ะหรือคะ? ข้าก็แค่กำลังทำในสิ่งที่ท่านสอนข้ามาตลอด... การเอาตัวรอดในโลกที่ไม่มีใครปรารถนาดีต่อใครอย่างไรล่ะคะ องค์ชาย" เธอหันไปให้สัญญาณกับคนขับรถม้าโดยไม่สนใจคำขู่ของอาร์เธอร์ รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งให้องค์ชายยืนอยู่กลางถนนที่มืดมิดเพียงลำพัง เมื่อพ้นจากรัศมีของเขา เซเลสเทียถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะ 'อะดรีนาลีน' ที่กำลังพลุ่งพล่าน การเผชิญหน้าเมื่อครู่คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ข่าวลือเรื่องที่เธอเปลี่ยนไปนั้น เริ่มส่งผลกระทบต่อจิตใจของศัตรูอย่างมหาศาล พวกเขาเริ่มหวาดระแวง และเมื่อใดที่คนฉลาดเริ่มหวาดระแวง พวกเขาก็จะทำผิดพลาด เช้าวันรุ่งขึ้น... ในงานเลี้ยงน้ำชา ณ สวนหลวง ข่าวลือเรื่อง 'เลดี้เซเลสเทีย' กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักของเหล่าสตรีชนชั้นสูง "พวกเธอเห็นนางเมื่อวานไหม? ท่าทางที่ดูมั่นใจนั่น ไม่เหมือนคนที่จะถูกส่งไปชายแดนเลยนะ" "ฉันได้ยินมาว่า ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ให้การสนับสนุนนางเป็นการลับ นางคงมั่นใจเพราะมีกองทัพหนุนหลังอยู่สินะ" "นางร้ายกาจขึ้นผิดหูผิดตาจริงๆ ต่อให้องค์ชายอาร์เธอร์จะพยายามกีดกันแค่ไหน นางก็ดูเหมือนจะเตรียมตัวรับมือไว้หมดแล้ว" เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ เซเลสเทียก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูสง่างามดุจนางพญา เธอไม่ได้สนใจสายตาของใคร แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงผู้ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ขุนนางทหาร... ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต เขาสังเกตเห็นเธอ สายตาที่เคร่งขรึมนั้นมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ เขาขยับตัวแยกจากกลุ่มคนเดินเข้ามาหาเธอเงียบๆ กลิ่นไออายของสนามรบและกลิ่นไม้หอมจางๆ จากตัวเขาทำให้เธอดูผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "ดูเหมือนข่าวลือจะแพร่สะพัดเร็วกว่าที่ข้าคิดนะคะ ท่านดยุค" เซเลสเทียทักทายพลางจิบชาด้วยท่าทางสง่างาม "ข่าวลือเป็นเพียงดาบสองคมค่ะ เลดี้เซเลสเทีย" คาสเซียนตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ลึกซึ้ง "ยิ่งคนพูดถึงท่านมากเท่าไหร่ ท่านก็ยิ่งตกเป็นเป้าสายตามากขึ้นเท่านั้น ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าพร้อมจะรับมือกับพายุที่รุนแรงกว่านี้?" เซเลสเทียหันมองเขา ดวงตาของเธอมีประกายที่ยากจะอ่านออก "พายุที่รุนแรงที่สุด ไม่ได้มาจากภายนอกหรอกค่ะท่านดยุค แต่มันคือพายุที่เกิดขึ้นจากความโลภในจิตใจของคน... ยิ่งพวกเขากลัวข้ามากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเปิดช่องโหว่ให้ข้าโจมตีมากขึ้นเท่านั้น" เธอกำลังจะกล่าวต่อ ทว่าจู่ๆ เสียงดนตรีในงานก็หยุดชะงักลง ตามมาด้วยเสียงประกาศจากทหารรักษาพระองค์ที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งสวน "ประกาศ! มีราชโองการด่วนจากพระราชา!" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ขุนนางทุกคนคุกเข่าลงพื้น เซเลสเทียขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่ไม่ใช่กำหนดการที่เธอเคยล่วงรู้มาก่อน ข่าวลือที่ว่าเธอกำลังจะถูกเนรเทศอาจจะถูกเปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น นายทหารผู้ถือม้วนกระดาษตราประทับสีทองก้าวขึ้นมาด้านหน้า สายตาเขากวาดมองไปทั่ว ก่อนจะหยุดลงที่เลดี้เซเลสเทีย "เลดี้เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์... ท่านได้รับพระบัญชาให้เข้าพบพระราชาเป็นการด่วน ณ ห้องโถงมังกรทอง เนื่องจากพบหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงท่านเข้ากับ... การกบฏที่กำลังจะเกิดขึ้น!" เซเลสเทียชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุดลง หัวใจเต้นแรงราวกับกลองรบ ใครบางคนกำลังเล่นสกปรก และมันไม่ใช่แค่การกำจัดเธอให้พ้นทาง แต่มันคือการ 'ต้อนเธอเข้าสู่กรงขัง' โดยมีโทษประหารเป็นเดิมพัน ดยุคคาสเซียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้กระซิบเสียงต่ำ "แผนที่ท่านวางไว้ ถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปก้าวหนึ่งแล้วค่ะ... ท่านจะทำอย่างไรต่อไป?" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวอย่างที่ทุกคนคาดคิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว เธอเข้าใจแล้วว่าใครคือคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ "ถ้าพวกมันอยากให้ข้าเป็นกบฏนัก..." เซเลสเทียแสยะยิ้มที่ทำให้คาสเซียนต้องนิ่งอึ้ง "ข้าก็จะแสดงให้เห็นว่า การเป็นกบฏที่แท้จริงนั้น... เขาทำกันอย่างไร!" ดัชเชสโพดำขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%