กลิ่นอายของดินประสิวและคราบเขม่าจากเตาหลอมอาวุธลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก เซเลสเทียไม่ได้กะพริบตาเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทกำลังบรรจงเลื่อนหมากตัวสุดท้าย—ม้าสีนิลแกะสลักจากหินออบซิเดียน—ลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่ปูลาดอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กหนาหนัก
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบดังขึ้นเบื้องหลัง แต่นางไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ปรากฏกายขึ้นในเงาสลัวของห้องบัญชาการ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและนัยน์ตาคู่คมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าจากการเตรียมกำลังพลตลอดสามคืนที่ผ่านมา
"กองกำลังทางเหนือขยับตัวตามแผนแล้วหรือยังคะ ท่านดยุก"
เสียงหวานทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น โดยที่ดวงตาสีไพลินยังคงจับจ้องอยู่ที่หมากในมือ
"ทุกกองพันสแตนด์บายเรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง ทุกกองพันเตรียมพร้อมตามคำสั่งของคุณหญิงอย่างเคร่งครัดแล้วค่ะ" คาสเซียนแก้คำพูดของตนเองอย่างรวดเร็ว เมื่อตระหนักได้ถึงรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาวูบหนึ่งบนใบหน้าเรียวสวยของสตรีตรงหน้า
เซเลสเทียหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนทำให้บรรยากาศรอบกายลดฮวบลงไปอีกหลายองศา
"ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหรอกค่ะ คาสเซียน... อีกไม่ถึงสشช.ชั่วโมงข้างหน้า เกมกระดานนี้ก็จะสิ้นสุดลงแล้ว อาร์เธอร์คงกำลังฝันหวานอยู่บนบัลลังก์ที่เขายื้อแย่งมาด้วยคราบเลือดของตระกูลเรา โดยไม่รู้เลยว่าฐานรากใต้บัลลังก์นั้น ถูกฉาบไว้ด้วยน้ำมันสนและสลักคำพิพากษาไว้หมดแล้ว"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นทั้งแม่ทัพและสหายร่วมเป็นร่วมตาย แววตาของคาสเซียนมีความลังเลพาดผ่านอยู่เสี้ยววินาที—ไม่ใช่ความกลัวในความตาย แต่เป็นความกังวลต่อความปลอดภัยของสตรีที่เขามอบหัวใจให้
"คุณหญิงมั่นใจแค่ไหนกับแผนการเปิดโปงในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองค่ำคืนนี้? องค์ชายอาร์เธอร์ไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมต้องเตรียมทหารองครักษ์ไว้แน่นหนา..."
"ความโง่เขลาที่สุดของมนุษย์ คือการคิดว่าตนเองฉลาดที่สุด" เซเลสเทียตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงเข้ารูปสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายกุหลาบหนามส่งเสริมให้ร่างเพรียวระหงดูสง่างามราวกับพญาหงส์ผู้พร้อมจะจิกกัดเหยื่อให้จมเขี้ยว "อาร์เธอร์อยากได้ความชอบธรรม เขาจึงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะครั้งนี้ขึ้นด้วยตัวเอง เพื่อตอกย้ำอำนาจต่อหน้าขุนนางทั่วราชอาณาจักร... นั่นแหละค่ะ คือหลุมศพที่เขาขุดขึ้นมาฝังตัวเองอย่างแท้จริง"
นางก้าวเข้าไปใกล้คาสเซียน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายลอยเข้าแตะนาสิกของท่านแม่ทัพ เซเลสเทียเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อคลุมให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีด
"ถ้าเขาใช้ความโลภครอบงำผู้คน เราก็จะใช้ความจริงกระชากหน้ากากเขา... จำไว้นะคะคาสเซียน คืนนี้ไม่มีการเจรจา ไม่มีคำว่าปรานี ใครก็ตามที่ขวางทางเรา... ให้ถือว่าเป็นศัตรูทั้งหมด"
ในขณะเดียวกัน ณ ท้องท้องพระโรงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลนับร้อยดวง เสียงดนตรีบรรเลงเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะและเสียงชนแก้วไวน์ชั้นเลิศ องค์ชายอาร์เธอร์ในชุดคลุมกำมะหยี่สีแดงปักทองกำลังยืนยิ้มรับคำสรรเสริญเยินยอจากเหล่าขุนนางที่พากันมาสอพลอเพื่อเอาอกเอาใจผู้มีอำนาจสูงสุดในเวลานี้
"ฝ่าบาททรงปรีชาญาณยิ่งนัก กำจัดกบฏตระกูลเอลเดอร์ได้ ราชสำนักจึงกลับมาร่มเย็นเป็นสุขอีกครั้ง" ขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มจอมปลอม
อาร์เธอร์ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รอยยิ้มเย่อหยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงแววเจ้าเล่ห์ "ทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อความผาสุกของอาณาจักรเราท่านขุนนาง... น่าเสียดายก็แต่นังผู้หญิงไร้ค่าอย่างเซเลสเทีย ที่ดันเลือกเดินผิดทาง มิฉะนั้นป่านนี้คงได้มายืนเคียงข้างเราบนบัลลังก์นี้แล้ว"
สิ้นคำพูดของอาร์เธอร์ เสียงหัวเราะชอบใจก็ดังประสานกันขึ้นรอบโคมระย้า ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า บรรยากาศรอบนอกวังหลวงนั้นเงียบสงบผิดปกติ ราวกับความเงียบก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน
ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานไม้หนักอึ้งดึงดูดสายตาทุกคู่ในท้องท้องพระโรงให้หันไปมองเป็นตาเดียว
ที่หน้าประตูนั้น... ร่างระหงในชุดสีดำสนิทรากับมัจจุราชก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพอดี ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ดวงตาสีไพลินกวาดมองเหล่าขุนนางด้วยสายตาดุจพญาเหยี่ยวที่กำลังมองฝูงลูกแกะ
อาร์เธอร์ชะงักค้าง แก้วไวน์ในมือเกือบหลุดร่วง "เซเลสเทีย...!" เขาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนหวาดผวา นึกว่านางตายไปในกองเพลิงวันนั้นแล้ว
เซเลสเทียยกยิ้มมุมปาก นางไม่ได้เดินมาคนเดียว ด้านหลังของนางคือทหารหน่วยรบพิเศษแห่งเรเวนฮาร์ตที่ถืออาวุธครบมือเดินเรียงแถวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างรวดเร็ว
"ตกใจอะไรหรือเพคะ องค์ชายอาร์เธอร์..." เสียงหวานใสแต่บาดลึกดังสะท้อนก้องไปทั่วท้องท้องพระโรงที่บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ "หม่อมฉันอุตส่าห์มาร่วมแสดงความยินดีกับ 'ชัยชนะ' ของพระองค์ทั้งที... เหตุใดทำหน้าเหมือนเห็นผีเช่นนั้นเล่าเพคะ?"
นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าบันไดบัลลังก์ เงยหน้าขึ้นสบตากับอาร์เธอร์ที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่เซเลสเทียจะสะบัดข้อมือ โยนแผ่นม้วนกระดาษหนังแพะประทับตราลับลงแทบเท้าขององค์ชาย
"และของขวัญชิ้นนี้... หม่อมฉันมั่นใจว่าพระองค์จะต้องโปรดปรานมันมากกว่าบัลลังก์ที่พระองค์นั่งอยู่เสียอีกนะคะ"
อาร์เธอร์ก้มมองม้วนกระดาษนั้นด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อสายตาปะทะเข้ากับลายเซ็นและหลักฐานการทรยศหักหลังที่โยงใยถึงการลอบปลงพระชนม์พระราชาองค์ก่อน ซึ่งมีลายมือของเขาเองกำกับอยู่ชัดเจน ลมหายใจขององค์ชายก็ขาดห้วงไปทันที
เซเลสเทียโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ทว่าชัดเจนราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางใจ
"เกมจบแล้วค่ะ... องค์ชายผู้โง่เขลา ถึงเวลาชำระหนี้เลือดแล้ว"
หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 42
หมากรุกกระดานสุดท้าย
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!