มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 43

เบื้องหลังม่านเหล็ก

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงกระดาษแผ่นบางถูกกรีดผ่านคมมีดพับเงินแท้ดัง *'สวบ'* แผ่วเบาในความเงียบงันของห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ ทว่าเสียงนั้นกลับบาดลึกลงไปในประสาทสัมผัสของคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าจนแทบหยุดหายใจ เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทประสานกันไว้บนตัก ดวงตาคู่คมกริบดั่งนิลกาฬสะท้อนประกายไฟจากเชิงเทียนสีชา เธอกวาดตามองร่างของบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากเธอ—บัดนี้กลับเหลือเพียงสภาพของนักโทษทางความคิดที่กำลังรอวันพิพากษา "เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา" เสียงทุ้มต่ำขององค์ชายอาร์เธอร์สั่นเครือเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนน่าสมเพช ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งราชวงศ์ "หม่อมฉันเพียงแต่นำความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองธุลีแห่งประวัติศาสตร์กลับคืนสู่แสงสว่างก็เท่านั้นเพคะ องค์ชายอาร์เธอร์..." เซเลสเทียเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "หรือว่าพระองค์ทรงกังวลว่า... หากความจริงเรื่องพระมารดาของพระองค์ถูกเปิดเผย บัลลังก์ที่พระองค์ทรงกระเสือกกระสนแย่งชิงมา จะพังทลายลงในชั่วพริบตา?" อาร์เธอร์พุ่งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาอยากจะแผดเผาผู้หญิงตรงหน้าให้เป็นจุลด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เขารู้ดีว่าในเวลานี้ อำนาจไม่ได้อยู่ในมือของเขาอีกต่อไปแล้ว เอกสารในมือของเซเลสเทียคือศาสตราวุธที่คมกริบยิ่งกว่าดาบเล่มใดในกองทัพ เซเลสเทียปรายตามองเอกสารปึกหนาบนโต๊ะ—มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการสืบสาวราวเรื่อง ขุดคุ้ยลงไปในบันทึกโบราณของราชสำนักและปากคำของพยานปากสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ความลับที่ถูกปิดตายมานานนับยี่สิบปี... ความลับที่ว่าแท้จริงแล้ว พระมารดาของอาร์เธอร์ไม่ได้สิ้นพระชนม์ด้วยโรคระบาดอย่างที่ทางการประกาศ แต่ทรงเป็นเพียง "นักโทษการเมือง" จากตระกูลกบฏที่ถูกลอบปลิดชีพเพื่อปิดปาก และตัวอาร์เธอร์เองก็หาใช่สายเลือดแท้จริงขององค์จักรพรรดิองค์ก่อน หากแต่เป็นหมากที่ถูกวางไว้โดยขุนนางฝ่ายตรงข้ามเพื่อแทรกซึมบัลลังก์ "เจ้าคิดว่าจะใช้กระดาษไม่กี่แผ่นนี้มาทำลายอนาคตของข้าได้งั้นหรือ?" อาร์เธอร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามอย่างยิ่งที่จะดึงความเย่อหยิ่งของตนกลับคืนมา "ต่อให้สิ่งที่เจ้าพูดจะเป็นความจริง แล้วใครจะเชื่อเจ้าระหว่างองค์ชายรัชทายาทผู้เพียบพร้อม กับหญิงสาวที่ถูกถอนหมั้นเพราะความริษยา?" เซเลสเทียระบายยิ้มบางๆ บนเรียวปากสีชาด เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อดิ้นรนอยู่ในตาราง "ความริษยาหรือเพคะ? น่าขันสิ้นดี..." เซเลสเทียลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงสง่าของเธอและชุดกระโปรงยาวสีรัตติกาลทำให้เธอดูลึกล้ำและทรงอำนาจราวกับราชินีแห่งความมืด เธอก้าวเข้าไปใกล้อาร์เธอร์ทีละน้อย ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนชายหนุ่มต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "หม่อมฉันไม่เคยริษยาคนโง่เขลา... และยิ่งไม่จำเป็นต้องใช้ความริษยามาทำลายคนที่พังทลายลงด้วยความทะเยอทะยานของตัวเองอยู่แล้ว" ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทรงอักษรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าหนาหนักแน่น ชุดเกราะอ่อนสีเงินสะท้อนแสงไฟวับวาว ใบหน้าคมเข้มไร้ความรู้สึก ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยว "ทหารรอบนอกถูกควบคุมตัวไว้หมดแล้วตามบัญชาเลดี้เซเลสเทีย" คาสเซียนรายงานเสียงทุ้มต่ำ สายตาคมกวาดมองอาร์เธอร์ด้วยความเหยียดหยันเพียงชั่วพลาสต์ก่อนจะหันมาสบตากับเซเลสเทีย "ไม่มีใครกล้าขัดขวาง" อาร์เธอร์หน้าถอดสีทันที เขาหันขวับกลับมามองทั้งสองคนสลับกัน ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตา "พวกเจ้า... วางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ? เซเลสเทีย เจ้าคิดจะก่อกบฏหรือไง!" "กบฏ?" เซเลสเทียทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากของเธอ "คำนี้ช่างน่าฟังสำหรับคนอย่างพระองค์เหลือเกินเพคะ องค์ชาย... สิ่งที่หม่อมฉันกำลังทำ ไม่ใช่การกบฏ แต่เป็นการ 'ชำระล้าง' ต่างหาก ราชบัลลังก์ที่เปื้อนเลือดและคำโกหก ไม่สมควรมีผู้ปกครองที่ไร้ความชอบธรรมอย่างพระองค์มาประทับอยู่แม้แต่วินาทีเดียว" เซเลสเทียหยิบเอกสารแผ่นบนสุดขึ้นมา ชูให้เห็นตราประทับลับของราชสำนักที่เลือนรางแต่ยังคงความชัดเจนพอที่จะยืนยันความจริงทั้งหมด ดวงตาสีนิลจ้องมองอาร์เธอร์ราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปในจิตใจ "หากพระองค์ทรงยอมก้มหัวลงแต่โดยดี และลงพระนามในราชโองการสละสิทธิ์การสืบราชสันตติวงศ์ในคืนนี้ หม่อมฉันอาจจะเมตตาไว้ชีวิตให้พระองค์ได้ไปใช้ชีวิตอย่างสงบในดินแดนห่างไกล... แต่หากพระองค์ทรงดื้อรั้น เอกสารฉบับนี้จะถูกกระจายไปทั่วทุกหัวระแหงในยามรุ่งสาง และถึงตอนนั้น แม้แต่ความตายก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ปรานีเกินไปสำหรับพระองค์" อาร์เธอร์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาหยดลงบนพรมปูพื้นราคาแพง เขากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองที่สุม Fอก แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตานิ่งสนิทไร้ความปรานีของคาสเซียนที่วางมืออยู่บนด้ามดาบข้างกาย เขาก็รู้ทันทีว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว หมากตานี้... เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ทว่า ในวินาทีที่อาร์เธอร์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำยอมจำนน ทันใดนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยยามวิกาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานไปทั่วทั้งพระราชวังหลวง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังห้องทรงอักษรแห่งนี้! คาสเซียนชักดาบออกจากฝักในพริบตา ดวงตาคมกริบหันขวับไปทางประตูห้องด้วยความระแวดระวังสูงสุด "มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกรุกเข้ามาทางปีกตะวันตก... พวกมันเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้" เซเลสเทียขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความฉงนชั่วขณะ—ไม่ใช่เพราะแผนการของเธอรั่วไหล แต่เป็นเพราะ... ในบันทึกความลับที่เธอถืออยู่ ไม่มีร่องรอยใดๆ บ่งบอกเลยว่ายังมี "ตัวหมากอีกตัว" ที่ซ่อนอยู่เงียบๆ ในเงื้อมเงาของราชสำนักแห่งนี้ ประตูห้องทรงอักษรถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงอีกครั้ง พร้อมกับร่างของเงาดำนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามา ทว่าคนที่ก้าวเข้ามาอยู่แถวหน้าสุดกลับไม่ใช่ทหารยาม หรือกองกำลังของขุนนางฝ่ายตรงข้าม... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะถูกจองจำอยู่ในคุกใต้ดินลึกที่สุด และไม่มีทางรอดชีวิตออกมาได้ด้วยซ้ำ ดวงตาของเซเลสเทียเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นความมืดเข้าสู่แสงไฟ และเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%