มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 45

ความพ่ายแพ้ของอาร์เธอร์

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงกัมปนาทของตราประทับประจำตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิ ที่ถูกกระแทกลงบนแผ่นกระดาษหนังแกะราคาแพง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงยุทธการที่เงียบงันจนน่าอึดอัด มันไม่ใช่เสียงของการอนุมัติราชการ แต่มันคือเสียงกงจักรแห่งประวัติศาสตร์ที่กำลังบดขยี้อนาคตของชายผู้หนึ่งให้แหลกละเอียดคามือ "ท่าน... ท่านกำลังทำบ้าอะไร คาสเซียน!" อาร์เธอร์คำรามลั่น ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนแทบเสียทรง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวاطระแวงยามที่จ้องมองไปยังบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ ผู้ซึ่งยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวเดิมของเขา ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตองค์ชายผู้ตกอับ ดวงตาสีเทาเข้มของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารลับที่รวบรวมความผิดพลาด ทุจริต และการทรยศหักหลังกองทัพของอาร์เธอร์ตลอดสามปีที่ผ่านมา "ข้าไม่ได้กำลังทำบ้าอะไรทั้งสิ้น องค์ชายอาร์เธอร์..." คาสเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา "ข้ากำลังทำหน้าที่กวาดล้างขยะที่หมักหมมอยู่ในกองทัพหลวง เพื่อไม่ให้แผ่นดินต้องแปดเปื้อนด้วยเลือดของทหารผู้บริสุทธิ์ที่ท่านเคยส่งไปตายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวต่างหาก" เอกสารกองโตนับสิบฉบับถูกผลักไสมาตรงหน้าอาร์เธอร์ มันคือรายชื่อนายทหารระดับสูงที่จงรักภักดีต่อเขา ซึ่งบัดนี้ถูกปลด ปลดอาวุธ และถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมดแล้ว ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน เครือข่ายอำนาจที่อาร์เธอร์ใช้เวลาสะสมมาค่อนชีวิตถูกถอนรากถอนโคนจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก "แก... แกกล้าดียังไง! อำนาจในกองทัพครึ่งหนึ่งเป็นของตระกูลข้า จักรพรรดิไม่มีทางยอมรับคำสั่งนี้!" อาร์เธอร์พยายามคว้าตราประจำตำแหน่งของตนคืน แต่ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า เพราะมันถูกริบไปตั้งแต่วินาทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว "จักรพรรดิหรือเพคะ?" เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่เยือกเย็นดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายกุหลาบหนามก้าวออกมาจากเงาไม้สลัว แสงเทียนวับแวมสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเลดี้เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ผู้หญิงที่เขาทั้งเคยดูแคลนและหักหลังอย่างไร้เยื่อใย เซเลสเทียก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่มั่นคงและทรงอำนาจ ทุกย่างก้าวของนางแผ่รังสีแห่งการกดดันจนอาร์เธอร์ต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "เลดี้เซเลสเทีย..." อาร์เธอร์กัดฟันกรอด สันกรามของเขานูนเด่นด้วยความเคียดแค้น "นังปีศาจ... ทุกอย่างนี่คือแผนของเจ้าตั้งแต่แรกสินะ!" "ระวังปากด้วยค่ะ องค์ชายอาร์เธอร์" เซเลสเทียหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว ดวงตาสสีนิลคู่สวยจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของอาร์เธอร์ ราวกับกำลังผ่าตัดหัวใจที่หวาดกลัวของเขาออกมาดูเล่น "คำว่า 'ปีศาจ' หากใช้ไม่ถูกกาลเทศะ มันอาจจะย้อนกลับมากลืนกินลิ้นของท่านเองได้นะคะ" นางเอื้อมมือไปหยิบคำสั่งปลดฟ้าผ่าขึ้นมาพิจารณาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังอ่านบทกวีในยามบ่าย หาใช่เอกสารที่กำลังตัดสินชะตากรรมความเป็นความตายของราชวงศ์ไม่ "ท่านคิดจริงๆ หรือคะว่าอำนาจในกองทัพที่ได้มาจากการเหยียบย่ำศพของเพื่อนร่วมรบ และการขายข่าวลับให้ศัตรู จะเป็นของท่านไปตลอดกาล? ความโลภทำให้ท่านตาบอดอาร์เธอร์ ท่านคิดว่าท่านคุมหมากทุกตัวบนกระดาน แต่ท่านลืมไปว่า... ตัวท่านเองก็เป็นแค่เบี้ยที่ถูกวางไว้ให้เดินไปสู่ความหายนะตั้งแต่ต้น" "เจ้า... เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า! ข้าคือสายเลือดแห่งราชวงศ์!" อาร์เธอร์ตะโกนลั่นด้วยความสติแตก เขาพยายามจะพุ่งเข้าหาเซเลสเทียด้วยความโกรธแค้นขั้นสุด ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะ1แตะโดนชายผ้า ดยุคคาสเซียนก็ขยับตัวราวกับสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าคอเสื้อของอาร์เธอร์แล้วกดลงกับโต๊ะทำงานอย่างรุนแรงจนข้าวของกระจัดกระจาย ปัง! เสียงร่างของอาร์เธอร์กระแทกกับโต๊ะอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าคือศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี "อย่าได้แม้แต่จะคิดแตะต้องนาง" คาสเซียนกระซิบข้างหูของอาร์เธอร์ด้วยเสียงที่เย็นเยียบดั่งยมทูต "ไม่อย่างนั้น มือข้างที่เจ้าใช้เอื้อมมาเมื่อครู่ จะไม่ได้กลับออกไปจากที่นี่ในสภาพที่ยังใช้งานได้อีก" อาร์เธอร์หอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าแนบชิดกับแผ่นกระดาษคำสั่งปลดอำนาจของตนเอง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาผสมกับหยาดเหงื่อ ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียตำแหน่งแม่ทัพ แต่มันหมายถึงการสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งอำนาจ เกียรติยศ และบัลลังก์ที่เขาไขว่คว้ามาทั้งชีวิต เซเลสเทียก้มตัวลงเล็กน้อย มองดูสภาพของอาร์เธอร์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้ความปรานี ไร้ซึ่งความโกรธแค้น มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดอยู่ภายใน "ความพ่ายแพ้ไม่ได้น่ากลัวหรอกค่ะ อาร์เธอร์..." เซเลสเทียเอ่ยกระซิบแผ่วเบatข้างหูของเขา เสียงนั้นหวานหยดแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือการที่ท่านเพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้ว่า... ท่านไม่เคยมีอำนาจอะไรตั้งแต่แรกเลยต่างหากล่ะคะ" นางผายมือเป็นเชิงอนุญาตให้คาสเซียนปล่อยตัวเขา อาร์เธอร์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับตุ๊กตาเชิดที่ถูกตัดสายทิ้ง ดวงตาเหม่อมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ขณะที่คาสเซียนยืนนิ่งเป็นเกราะคุ้มGกันให้อยู่เคียงข้างเซเลสเทียอย่างมั่นคง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศแห่งชัยชนะกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงยุทธการนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของทหารยามด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของหัวหน้าหน่วยข่าวกรองที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซเลสเทียด้วยใบหน้าซีดเผือด "ท่านเลดี้... เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" ทหารนายนั้นละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตราประทับสำนักพระราชวัง... ถูกใช้งานโดยองค์รัชทายาทผู้ลี้ภัยแล้วตอนนี้ พระองค์ทรงออกราชโองการด่วนที่สุด... ประกาศให้พวกเราทุกคนเป็นกบฏแผ่นดิน!" เซเลสเทียหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากของนางแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวจะเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เมื่อประตูเหล็กบานใหญ่ด้านหลังห้องค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่พวกเขานึกว่าตายไปแล้วในกองเพลิง หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%