มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 8

หมากตัวแรกเดิน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“ท่านดยุค... ถ้าความซื่อสัตย์คืออาภรณ์ที่ท่านสวมใส่มาตลอดชีวิต ฉันเกรงว่าวันนี้อาจจะเป็นวันที่ท่านต้องเปลื้องมันออก เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองนะคะ” เซเลสเทียเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว แสงเทียนวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสารลับในมือ แต่ความกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด คาสเซียน เรเวนฮาร์ต ผู้ซึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ในมุมมืด ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ดาบประจำตระกูลที่ข้างเอวสะท้อนแสงไฟวับวาว เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที หากแต่รอคอยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน—ความเงียบที่เซเลสเทียชื่นชอบ เพราะมันมักจะบีบให้คู่สนทนาเผยธาตุแท้ออกมา “ท่านกำลังเล่นกับไฟ องค์หญิง” คาสเซียนกล่าวเสียงต่ำ “อาร์เธอร์ไม่ใช่เด็กน้อยที่ท่านจะล่อหลอกด้วยเศษขนมหวานได้อีกต่อไป เขามีรากฐานในสภาสูงที่แข็งแกร่ง และเขาก็รู้ดีว่าการจะกำจัดท่านให้สิ้นซากนั้น ต้องทำอย่างไร” เซเลสเทียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความร่าเริง แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความหนาวสั่น เธอวางปากกาขนนกในมือลงอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่เธอมอบความไว้วางใจให้มากที่สุด “ถ้าศัตรูมีรากฐานที่แข็งแกร่ง เราก็แค่ทำให้ผืนดินใต้รากฐานนั้นกลายเป็นหนองน้ำโคลนตมก็พอไม่ใช่หรือคะ?” เธอหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาแล้วเลื่อนไปบนโต๊ะ “นี่คือหลักฐานการทุจริตในกองเสบียงหลวงที่เชื่อมโยงไปถึงมือขวาของอาร์เธอร์ ถ้าเราส่งมันไปให้ ‘สภาผู้ตรวจสอบ’ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม... คิดว่าความเชื่อใจระหว่างพวกเขายังจะเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์คะ?” คาสเซียนก้าวออกมาจากเงามืด สายตาของเขาจ้องมองจดหมายฉบับนั้นด้วยความระแวดระวัง “นั่นเป็นการโยนหินถามทางที่เสี่ยงมาก หากพลาดไปเพียงนิดเดียว ท่านจะกลายเป็นเป้าหมายหลักแทนที่จะเป็นผู้สังเกตการณ์” “ความเสี่ยงคือรสชาติของชัยชนะค่ะ ท่านแม่ทัพ” เซเลสเทียลุกขึ้นยืน ร่างระหงในชุดเดรสสีเข้มดูสง่างามดุจนางพญาที่พร้อมจะประกาศสงคราม “วันนี้เราจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาที่หอคอยทิศตะวันออก เชิญทั้งฝ่ายสนับสนุนอาร์เธอร์ และฝ่ายของตระกูลที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกข้างไปที่นั่น หน้าที่ของท่านไม่ใช่การจับดาบ แต่เป็นการ ‘แสดงละคร’ ให้สมบทบาทที่สุด” ... งานเลี้ยงในหอคอยทิศตะวันออกอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิและเสียงหัวเราะที่เสแสร้ง องค์ชายอาร์เธอร์ปรากฏตัวในชุดสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาของเขาดูสงบนิ่งภายใต้หน้ากากแห่งความเป็นสุภาพบุรุษ ทว่าเมื่อเขาเห็นเซเลสเทียเดินเคียงคู่มากับคาสเซียน มุมปากของเขาก็มีรอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่ “เซเลสเทีย ดูเหมือนเธอจะหาที่พักพิงใหม่ได้รวดเร็วกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีกนะ” อาร์เธอร์เอ่ยเสียงดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน “แต่ระวังให้ดีเถิด ดอกไม้ที่เบ่งบานบนกองเลือด มักจะเหี่ยวเฉาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น” เซเลสเทียหยุดเดิน เธอไม่สะทกสะท้านกับถ้อยคำดูหมิ่นนั้นแม้แต่น้อย กลับกัน เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเนิบนาบ ก่อนจะส่งสายตาเปี่ยมเลศนัยไปยังเคาท์เอ็ดมันด์ ชายแก่ผู้เป็นกระเป๋าเงินสำคัญของอาร์เธอร์ “บางที ดอกไม้ที่ท่านว่าอาจจะดูดซับสารพิษที่ท่านฝังไว้ใต้ดินมานานจนเกินไปก็ได้นะคะ องค์ชาย” เธอเว้นจังหวะ “จริงไหมคะ ท่านเคาท์? เรื่องงบประมาณก่อสร้างเขื่อนที่ล่าช้าไปสองปี ทั้งที่เงินถูกเบิกจ่ายออกไปครบถ้วนแล้ว... ท่านคงมีคำอธิบายที่ดีให้กับสภาในวันพรุ่งนี้ใช่ไหมคะ?” ใบหน้าของเคาท์เอ็ดมันด์เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดทันที แก้วชาในมือเขาสั่นจนเกิดเสียงกระทบกันดังแกรก กราก สายตาของอาร์เธอร์เปลี่ยนไปในทันที เขาหันไปมองคนของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความเกรี้ยวกราดที่ถูกกักเก็บไว้ “เซเลสเทีย... เธอทำอะไรลงไป?” อาร์เธอร์เค้นเสียงถาม “ฉันแค่ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางความจริงค่ะ” เธอก้าวเข้าไปใกล้เขา กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “และถ้าท่านกลัวว่าความลับของคนสนิทจะทำลายท่าน ก็จงเลือกให้ดีนะคะว่าจะ ‘ตัดทิ้ง’ หรือจะ ‘จมไปพร้อมกัน’ กับเขา” ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายในงานเลี้ยง กลุ่มก้อนอำนาจที่เคยเหนียวแน่นเริ่มแตกแยกจากการซุบซิบและการระแวงกันเอง อาร์เธอร์พยายามคุมสถานการณ์ แต่สายตาของบรรดาขุนนางที่จ้องมองมายังเคาท์เอ็ดมันด์นั้นเต็มไปด้วยความชิงชังและหิวโหยในผลประโยชน์ เซเลสเทียหันหลังกลับเดินออกมาจากวงล้อมนั้น เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเดินหมากตัวแรก หมากที่เธอตั้งใจจะให้มันเป็น ‘จุดเริ่มต้นของจุดจบ’ ของคนอย่างอาร์เธอร์ ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูระเบียงเพื่อหลบไปพักหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะที่จ่อเข้าที่เอวของเธอ “เจ้าหญิง... หมากตัวนี้ของท่าน มันยังไม่สมบูรณ์หรอก” เสียงแหบพร่าของชายปริศนาที่เธอไม่ได้เชิญมาในงานดังขึ้นข้างหู “เพราะท่านลืมคำนวณไปว่า ในกระดานนี้ ยังมีผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ข้างใคร แต่พร้อมจะพลิกกระดานทิ้งทั้งหมดอยู่ด้วย” เซเลสเทียหยุดนิ่ง ใจของเธอเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงแม้สถานการณ์จะวิกฤต เธอเหลือบสายตาไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่—มันไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน แต่เป็น ‘องครักษ์เงา’ ที่เธอคิดว่าเขาสิ้นชีพไปแล้วในสงครามชายแดนเมื่อสามปีก่อน และเขากำลังถือจดหมายฉบับที่เธอเพิ่งทำลายทิ้งไปเมื่อเช้าในมืออีกข้างหนึ่ง! ดัชเชสโพดำหวังว่าทุกท่านจะยังคงลมหายใจไว้ให้ทันกับการพลิกผันในตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%