"จดหมายฉบับนี้... เลดี้เซเลสเทียเพิ่งเขียนมันด้วยลายมือของเธอเองไม่ใช่หรือคะ?"
น้ำเสียงของดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคมดาบที่กำลังกรีดผ่านความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของฉัน กระดาษสีครีมที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบกลับขึ้นมาใหม่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คหนาหนัก มันไม่ใช่จดหมายรัก แต่มันคือบันทึกรายชื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุการณ์คืนที่ฉัน 'สิ้นลม' ในชาติก่อน
ฉันไม่ได้ตอบโต้ในทันที ทว่ากลับเลือกที่จะขยับกายนั่งลงบนเก้าอี้กำมะหยี่สีเลือดนกอย่างเชื่องช้า สายตาจ้องมองนัยน์ตาสีเทาเข้มของบุรุษตรงหน้า กลิ่นจางๆ ของไม้สนและไอความเย็นจากภายนอกทำให้บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"ท่านดยุคคะ" ฉันเอ่ยขึ้นพลางคลี่ยิ้มบางที่ไปไม่ถึงดวงตา "การถือวิสาสะในห้องทำงานของผู้หญิง และการเก็บเศษกระดาษจากถังขยะมาประกอบใหม่... นี่คือมารยาทของแม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งอาณาจักรเอลเดอร์งั้นหรือคะ?"
คาสเซียนนิ่งไปชั่วอึดใจ แววตาของเขาไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความสงสัยที่ปนเปไปกับความห่วงใยที่ฉันไม่เคยต้องการ เขาไม่ได้ขยับตัว แต่กดดันด้วยรัศมีของอำนาจที่แผ่ออกมาจนบานพับประตูส่งเสียงลั่นเอี๊ยด
"ความตายที่ควรจะเป็นจุดจบ กลับกลายเป็นการเริ่มต้นที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับใครบางคน" เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้าฉัน "ลายมือนี้... คือสิ่งที่ยืนยันว่าสิ่งที่ฉันสงสัยมาตลอดคือความจริง คุณถูกวางยาพิษด้วย 'หยาดน้ำตาแห่งเงา' ซึ่งมีเพียงคนในตระกูลที่ได้รับอนุญาตให้ถือครองเท่านั้น และคนคนนั้น... ไม่ใช่องค์ชายอาร์เธอร์อย่างที่คุณพยายามป้ายสีเขา"
หัวใจของฉันเต้นจังหวะผิดไปเพียงเล็กน้อย แต่ฉันควบคุมสีหน้าได้ดีเยี่ยม ฉันหยิบเศษกระดาษขึ้นมาจ้องมอง ร่องรอยของรอยแยกบนกระดาษเปรียบเสมือนรอยร้าวในอดีตที่ฉันพยายามปะติดปะต่อมันขึ้นมาใหม่ ชาติก่อนฉันโง่เขลา หลงเชื่อในคำลวงของคู่หมั้นจนละเลยศัตรูที่ยืนอยู่ใกล้ตัวที่สุด
"ท่านกำลังจะบอกว่า... ผู้ที่ลงมือสังหารฉัน ไม่ใช่อาร์เธอร์ แต่เป็นคนของตระกูลเอลเดอร์เอง?" ฉันถามพลางลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำให้เงาของฉันทอดยาวไปบนพื้นห้อง ดูโดดเดี่ยวและเยือกเย็น
"ตราประทับขี้ผึ้งที่เหลืออยู่เศษเสี้ยวตรงนี้" คาสเซียนเดินตามมาหยุดอยู่เบื้องหลัง ระยะห่างของเราใกล้จนฉันได้กลิ่นอายความแกร่งกร้าวจากตัวเขา "มันคือตราประจำตัวของอดีตราชครู... ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของทั้งคุณและอาร์เธอร์"
ฉันกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อผ้าไหม ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาเหมือนน้ำป่า ราวกับว่าพิษที่เคยแล่นผ่านเส้นเลือดกลับมาสร้างความทรมานให้อีกครั้ง ราชครูผู้ที่ฉันเคารพรักเสมือนบิดาคนที่สอง ผู้อยู่เบื้องหลังการสอนวิชาการเมืองให้ฉันทุกกระบวนท่า คนที่ฉันเชื่อมั่นที่สุด... กลับเป็นคนเดียวกับที่หยิบยื่นความตายให้ฉันในแก้วไวน์ใบนั้น
"เขาต้องการอะไรคะ?" ฉันเค้นเสียงถาม "อำนาจที่ฉันถือครองอยู่ หรือความลับที่เขาขโมยไปจากห้องสมุดหลวง?"
"เขาต้องการล้างบางตระกูลเอลเดอร์ให้สิ้นซาก เพื่อเปิดทางให้ระบบราชการปกครองโดยขุนนางกังฉินที่คุณขัดขวางมาตลอด" คาสเซียนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นจนเกือบชิดแผ่นหลัง "และที่น่ากลัวกว่านั้น... อาร์เธอร์ไม่ได้ทรยศคุณเพียงเพราะความทะเยอทะยาน เขาถูกบีบให้ยอมรับเงื่อนไขนั้น หากเขาไม่ยอมให้คุณตาย เขาก็จะต้องเป็นฝ่ายลงไปนอนในโลงแทน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ข้อมูลนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวกว่าที่ฉันคาดคิดไว้ อาร์เธอร์ไม่ได้แค่เลวทราม แต่เขาคือหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยอย่างสมบูรณ์แบบโดยราชครูผู้เฒ่า หากฉันยังคงเดินหมากตามแผนเดิม คือการกำจัดอาร์เธอร์ทิ้งเสียตอนนี้ คนที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือราชครู ผู้ที่กำลังจ้องมองบัลลังก์นี้อยู่หลังม่านมานานหลายทศวรรษ
"ท่านแม่ทัพคะ" ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา นัยน์ตาของฉันเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "หากการเปิดโปงความจริงในครั้งนี้หมายถึงการที่ฉันต้องประกาศสงครามกับอาจารย์ของตัวเอง... ท่านพร้อมจะชักดาบเล่มนั้นออกมารับมือกับกองทัพเงามืดของเขาเพื่อฉันหรือไม่?"
คาสเซียนมองสบตาฉันลึกซึ้ง แววตาของเขาที่เคยเงียบขรึมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยด้วยคำพูด ความเงียบระหว่างเราถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบจากด้านนอก
"ท่านหญิงคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" เสียงของสาวใช้คนสนิทดังรอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "องค์ชายอาร์เธอร์... เขาบุกมาที่คฤหาสน์พร้อมกับกองกำลังองครักษ์หลวง และเขากำลังถือหมายจับที่ลงตราประทับของกษัตริย์ ในข้อหา... กบฏต่อแผ่นดินค่ะ!"
ฉันแสยะยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงาน อาร์เธอร์ไม่ได้มาเพื่อคุย เขามาเพื่อปิดปากฉันก่อนที่ความจริงเรื่องราชครูจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่า 'ความจริงหลังม่าน' ที่ฉันเพิ่งค้นพบ จะกลายเป็นชนวนสงครามที่ไม่มีวันหวนกลับคืน
ขณะที่ฝีเท้าขององครักษ์หลายสิบคนกำลังวิ่งขึ้นบันไดมาทางนี้ คาสเซียนขยับเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "เลือกเอาค่ะ เซเลสเทีย... จะสู้ด้วยเล่ห์จนได้ชัยชนะ หรือจะให้ฉันนองเลือดในโถงทางเดินนี้เพื่อเปิดทางให้คุณหนี?"
ฉันหันไปมองประตูที่กำลังถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายในอำนาจที่แท้จริง
"ไม่ต้องหนีค่ะ... เพราะคนที่ควรจะหนีในคืนนี้ ไม่ใช่เรา"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองที่เข้มข้นบทนี้กับดัชเชสโพดำนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของเซเลสเทียค่ะ
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 9
ความจริงหลังม่าน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!