กลิ่นอายของผงเครื่องเทศเซจและพริกไทยดำป่นใหม่จากแคว้นใต้ ลอยคละคลุ้งผสมผสานกับไอร้อนกรุ่นของซุปเนื้อตุ๋นไวน์แดงในหม้อดินเผาเคลือบอินาเมลสีเขียวมรกต เซเลสเทียไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำยังคงบรรจงใช้มีดพับเงินแท้สลักลายกุหลาบ หั่นแผ่นเนื้อแกะรมควันบางเฉียบเรียงลงบนจานกระเบื้องเคลือบเนื้อดีอย่างใจเย็น
"ถ้าท่านลอร์ดคิดจะใช้มุกเดิมๆ มาเกลี้ยกล่อมดิฉันให้ส่งเสบียงล็อตใหม่ไปคลังกองทัพหลวงโดยไม่จ่ายเงินสดล่วงหน้า เกรงว่าท่านคงต้องเดินกลับออกไปทางเดิมพร้อมกับถังเปล่าพวกนั้นนะคะ, ท่านเคาท์มาร์คัส"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูใบไม้ร่วงเอ่ยขึ้น โดยที่ดวงตาสง่างามภายใต้แพขนตางอนงามยังคงจดจ่ออยู่กับการจัดแต่งจานอาหารให้สวยงามราวดั่งงานศิลปะ เคาท์มาร์คัส ทูตพาณิชย์แห่งราชสำนักผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดและเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใบหน้าอวบอิ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความอึดอัด เขามาที่คฤหาสน์เรเวนฮาร์ตแห่งนี้ด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถกดดันสตรีตรงหน้าได้เหมือนอดีต แต่เขาลืมไปเสียสนิทว่าเลดี้เซเลสเทียในวันนี้ ไม่ใช่องค์หญิงไร้เดียงสาคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้ารับชะตากรรมในวังหลวงอีกต่อไปแล้ว
"เลดี้เซเลสเทีย... สถานการณ์ที่ชายแดนตอนนี้วิกฤตเกินกว่าที่ท่านจะมาถือสาเรื่องผลกำไรเล็กๆ น้อยๆ นะครับ กองทัพขององค์ชายอาร์เธอร์กำลังเผชิญหน้ากับกองโจรแดนเถื่อน ทหารนับหมื่นนายต้องการเสบียงและอาวุธ ถ้าท่านยังดึงดันจะเรียกเก็บภาษีการค้าล่วงหน้าแบบนี้ เกรงว่าชื่อเสียงของตระกูลเรเวนฮาร์ตคง..."
"ชื่อเสียงหรือคะ?" เซเลสเทียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำเอาเคาท์มาร์คัสถึงกับสันหลังวาบ เธอวางมีดในมือลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาสีอำพันคู่นั้นคมกริบราวนิดนึงของใบมีดที่เพิ่งลับ "ท่านพ่อค้าหน้าเลือดอย่างท่าน มีหน้ามาพูดเรื่องชื่อเสียงกับดิฉันเชียวหรือ? เสบียงล็อตที่แล้วที่ส่งไปกองทัพหลวง ท่านอมเงินเบี้ยเลี้ยงของทหารชั้นผู้น้อยไปกี่เปอร์เซ็นต์? ข้าวสาลีชั้นดีที่ส่งไปถึงมือพลทหาร กลายเป็นข้าวขึ้นรามีมอดไต่อย่างนั้นหรือคะ? อย่าคิดว่าหูตาของดิฉันจะส่องไปไม่ถึงคลังหลวงเลยนะคะ"
เซเลสเทียลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินระยิบระยับรับกับรูปร่างเพรียวระหง เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคนช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่กดดันจนเคาท์มาร์คัสต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"ดิฉันทำมาค้าขึ้น ผลิตทั้งแป้งสาลีสูตรพิเศษ เนื้ออบแห้งถนอมอาหารเกรดพรีเมียม และสมุนไพรสมานแผลที่แม้แต่หมอหลวงยังต้องมาขอซื้อ ทุกเหรียญทองที่ได้มามาจากหยาดเหงื่อและความซื่อสัตย์ ไม่ได้มาจากการปล้นชิงคราบน้ำตาของราษฎรตาดำๆ เหมือนพวกท่านในราชสำนัก!"
บรรยากาศในห้องทำงานตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดได้ ทว่าก่อนที่เคาท์มาร์คัสจะได้ทันแก้ตัว ประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ของดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงอิทธิพลที่สุดแห่งแดนเหนือ ก้าวเข้ามาด้วยชุดเกราะสนามที่ยังมีคราบฝุ่นดินและกลิ่นอายสนามรบติดตัว ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีกวาดมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก เพียงแค่เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เคาท์มาร์คัสก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
"ท่านแม่ทัพ..." เคาท์มาร์คัสละล่ำละลักคำนับ "กระผม... กระผมเพียงแต่นำราชโองการด่วนจากองค์ชายอาร์เธอร์มาแจ้ง เรื่องสถานการณ์สงครามชายแดนที่กำลังลุกลาม..."
คาสเซียนไม่แม้แต่จะชายตามองทูตพาณิชย์ผู้นั้น เขาก้าวผ่านร่างอ้วนท้วมไปหยุดยืนเคียงข้างเซเลสเทีย มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางไว้หลวมๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้มุมปากของเซเลสเทียคลายรอยยิ้มเยาะหยันลงเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ให้เฉพาะสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์คนนี้เท่านั้น
"สถานการณ์ที่ชายแดนใต้เป็นอย่างไรบ้างคะ, ท่านพี่?" เซเลสเทียเอ่ยถามเสียงนุ่ม ผิดกับที่ใช้คุยกับแขกราวฟ้ากับเหว
"พวกกوفอนเผ่าป่าบุกทะลวงแนวป้องกันที่สามแตกแล้ว" คาสเซียนตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกวาดมองจานเนื้อแกะรมควันบนโต๊ะก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาสูดกลิ่นหอมกรุ่นใกล้ซอกคอภรรยาอย่างถือวิสาสะ "และองค์ชายอาร์เธอร์กำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก ส่งสสารมาขอร้องให้ส่งกองกำลังสนับสนุนจากแดนเหนือไปช่วย... พร้อมกับบังคับให้เราสละสิทธิ์การค้าขายเกลือและเหล็กทั้งหมดให้พวกพ้องของมัน"
เซเลสเทียแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาเสียจริง องค์ชายอาร์เธอร์ผู้ทะเยอทะยาน คิดจะใช้สงครามบีบให้ตระกูลเรเวนฮาร์ตยอมจำนน เพื่อที่เขาจะได้กอบโกยผลประโยชน์และกลับไปครองบัลลังก์อย่างสง่างามโดยไม่ต้องออกแรง ทว่าเขาลืมคิดไปว่า... คนที่จะกำหนดเกมนี้ หาใช่ราชสำนักหลวงไม่ แต่คือสตรีที่กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและกำลังทหารทั้งหมดไว้ในกำมืออย่างเธอต่างหาก!
"ส่งกำลังเสริมไปหรือคะ?" เซเลสเทียหันไปสบตาสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "ส่งไปแน่นอนค่ะ... แต่เราจะไม่ได้ส่งไปเพื่อช่วยชีวิตอาร์เธอร์ เราจะส่งไปเพื่อ 'ทวงคืน' ทุกสิ่งที่พวกมันเคยแย่งชิงไปจากเราต่างหากล่ะคะ ท่านพี่"
คาสเซียนมองภรรยาคนสวยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความศรัทธา ไม่ว่าภรรยาของเขาจะต้องการวางหมากกระดานเลือดเช่นไร เขากพร้อมจะเป็นดาบที่คมที่สุดให้เธอกวาดล้างศัตรูให้สิ้นซากเสมอ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังฮึกเหิม เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วเป็นจังหวะฉุกเฉินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พ่อบ้านชราเปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยใบซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่อยู่
"นายท่าน! เลดี้เซเลสเทีย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ..." พ่อบ้านหอบหายใจถี่กระชั้น สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด "ม้าเร็วจากชายแดน... ส่งจดหมายด่วนฉบับสุดท้ายมาแจ้งว่า... กองกำลังปริศนาที่ไม่ใช่ทั้งทหารหลวงและเผ่าป่า ได้เข้าย้อมสีเลือดค่ายพักแรมหลักขององค์ชายอาร์เธอร์ราบเป็นหน้ากลอง และ... และธงที่พวกมันปักไว้บนซากค่ายพักแรม... เป็นธงตราประจำตระกูล 'วอน เอลเดอร์' ของท่านแม่ทัพเก่าผู้ล่วงลับไปแล้วขอรับ!"
เซเลสเทียชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที ดวงตาสองสีเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย ตระกูลวอน เอลเดอร์... ตระกูลเดิมของเธอที่ถูกกวาดล้างและฆ่าล้างบางไปจนหมดสิ้นในคืนแห่งการรัฐประหารเมื่อหลายปีก่อน เหตุใดจึงฟื้นคืนชีพขึ้นมากลางสนามรบได้?
หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 34
เสียงเพรียกจากชายแดน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!