"ฝ่าบาททรงมั่นใจหรือเพคะ ว่าตราประทับนี้จะเพียงพอต่อการเปลี่ยนทิศทางของกองทัพในคืนที่เลือดกำลังจะนองแผ่นดิน?"
เสียงของเซเลสเทียไม่ได้ดัง แต่มันกรีดแทงผ่านความเงียบในห้องทำงานส่วนพระองค์ขององค์ชายอาร์เธอร์ราวกับคมมีด เธอยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กแกะสลัก มือเรียวงามภายใต้ถุงมือผ้าไหมสีดำวางราบลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกกางทิ้งไว้ สายตาของเธอจับจ้องไปยังจุดยุทธศาสตร์ ‘หุบเขาเงาจันทร์’ ที่ซึ่งกองทัพหลักของอาณาจักรกำลังมุ่งหน้าไป
อาร์เธอร์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารลับ ดวงตาที่เคยฉายแววอบอุ่นในอดีตยามที่เขายังเป็นคู่หมั้นของเธอ บัดนี้หลงเหลือเพียงความเย็นชาและแววตาของนักล่าที่หิวกระหายอำนาจ เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหมุนแหวนประจำตระกูลบนนิ้วชี้อย่างเชื่องช้า
"ความมั่นใจคือสิ่งที่เจ้าเคยมีให้ข้าอย่างเต็มเปี่ยมไม่ใช่หรือ เซเลสเทีย? น่าเสียดายที่วันนี้เจ้ามาในฐานะแขกที่ไม่ได้รับเชิญ" เขาเว้นวรรค ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองใบหน้าที่เรียบเฉยของหญิงสาว "ตราประทับนี้ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่คือจุดจบของราชวงศ์ที่อ่อนแอ เจ้าเองก็รู้ดีว่าพ่อของข้า... กษัตริย์ที่ยึดติดกับความเมตตาจอมปลอม กำลังนำพาเราไปสู่หายนะ"
"และวิธีแก้ไขคือการแทงข้างหลังทหารกล้าที่กำลังสู้รบอยู่แนวหน้าอย่างนั้นหรือเพคะ?" เซเลสเทียยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ช่างเป็นกลยุทธ์ที่... ต่ำช้าจนข้าเกือบจะชื่นชม"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศจะกลายเป็นของแข็ง อาร์เธอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาแผ่รังสีแห่งการคุกคาม แต่เซเลสเทียไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอรู้ดีว่าอาร์เธอร์ไม่ได้แค่ต้องการยึดอำนาจ แต่เขากำลัง 'เดิมพัน' ทุกอย่างไว้กับสงครามครั้งนี้ หากเขาสามารถควบคุมกองทัพได้ในจังหวะที่ข้าศึกบุกเข้าตี เขาก็จะเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้ที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ท่ามกลางซากศพ
"ถ้าเจ้าหวังจะหยุดข้า ก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่าที่เจ้าจะจ่ายไหว" อาร์เธอร์เดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายของเธอ เขาเอื้อมมือไปเชยคางเธอขึ้นเบาๆ แต่เซเลสเทียกลับปัดมือเขาออกด้วยความรังเกียจที่ปิดไม่มิด
"ข้าไม่ได้มาเพื่อหยุดท่านอาร์เธอร์" เธอกล่าวเสียงเรียบ "ข้ามาเพื่อ 'จัดระเบียบ' ให้แน่ใจว่าเมื่อท่านล้มลง ท่านจะไม่มีวันได้ลุกขึ้นมาอีก"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังขึ้นจากหน้าประตู คาสเซียน เรเวนฮาร์ต ปรากฏตัวขึ้นในชุดเกราะเต็มยศ มือของเขาแตะอยู่ที่ด้ามดาบตลอดเวลา ดวงตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเขาจ้องมองไปยังอาร์เธอร์ด้วยความดูแคลนที่ไม่มีการปิดบัง
"องค์ชาย... กองกำลังที่ท่านสั่งการไว้ที่หุบเขาเงาจันทร์ ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว" คาสเซียนเอ่ยขึ้น เสียงของเขาหนักแน่นและทรงพลัง
อาร์เธอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้ม "เจ้าคิดว่านั่นคือทั้งหมดที่ข้าเตรียมไว้หรือ? คาสเซียน เจ้ามันก็แค่หมาล่าเนื้อที่ซื่อสัตย์เกินไป"
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทางทิศตะวันตกของพระราชวัง แสงเพลิงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มืดมิด เซเลสเทียหันไปมองหน้าต่าง ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธอเพิ่งตระหนักได้ว่าแผนการของอาร์เธอร์ไม่ได้มีเพียงแค่การกบฏ แต่เป็นการวางระเบิดเส้นทางขนส่งเสบียงหลักของเมืองหลวง
"ท่านทำลายเสบียงของตัวเอง?" เซเลสเทียหันกลับมาถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าด้วยความโกรธ "ท่านจะปล่อยให้ประชาชนอดตายเพียงเพื่อจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในภาวะสงครามงั้นหรือ!"
อาร์เธอร์หัวเราะร่าด้วยความสะใจ "โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เซเลสเทีย! ถ้าข้าต้องปกครองซากปรักหักพัง ข้าก็จะทำ ขอเพียงให้มันเป็นอาณาจักรที่ข้าเป็นผู้ถืออำนาจเด็ดขาด!"
ทว่าในจังหวะที่อาร์เธอร์กำลังจะได้ใจ คาสเซียนกลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับวางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ จดหมายที่มีตราประทับลับของกองทัพฝ่ายศัตรูที่อาร์เธอร์ติดต่อด้วยมาตลอดหลายเดือน
"พระองค์ทรงพลาดไปอย่างหนึ่ง องค์ชาย" คาสเซียนเอ่ยเสียงเย็น "ข้าไม่ได้แค่จัดการทหารของพระองค์ แต่ข้าได้เปลี่ยนตัวเอกสารฉบับนั้น... พระองค์ไม่ได้สั่งให้จุดระเบิดเสบียง แต่นั่นคือคำสั่งที่พระองค์ส่งให้กองทัพข้าศึกบุกโจมตี 'ค่ายทหารของพระองค์เอง'"
ใบหน้าของอาร์เธอร์เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดทันที ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้นในชั่วพริบตา เมื่อเสียงโห่ร้องจากการรบเริ่มขยับเข้ามาใกล้พระราชวังมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เสียงของพันธมิตรที่เขารอคอย แต่เป็นเสียงของกองทัพศัตรูที่กำลังกรูเข้ามาตามรอยรั่วที่เขาเปิดไว้เอง
เซเลสเทียเดินเข้าไปใกล้เขาที่กำลังตกตะลึง เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่บาดลึกยิ่งกว่าดาบ "ขอบคุณสำหรับความทะเยอทะยานที่โง่เขลานะเพคะ... เพราะตอนนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรับรู้แล้วว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนทรยศต่อแผ่นดิน"
ก่อนที่อาร์เธอร์จะได้ทันตอบโต้ ประตูห้องทำงานก็ถูกกระแทกเปิดออกโดยเหล่าองครักษ์หลวงที่กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ไม่ใช่เพื่อคุ้มกันเขา แต่เพื่อประกาศจับกุมในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เซเลสเทียหันหลังเดินจากไปอย่างสง่างามโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง แต่ในเสี้ยววินาทีที่เธอจะก้าวพ้นประตู เธอกลับหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาของใครบางคนยืนรออยู่มุมมืดของระเบียงทางเดิน... บุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในสงครามเมื่อสามปีก่อน
หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 37
แผนกบฏของอาร์เธอร์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!