มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 49

วันแห่งพายุคลั่ง

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้วยชาใบนี้... ขมเกินไปหรือเพคะ องค์ชายอาร์เธอร์" เสียงหวานใสราวกับระฆังเงินทอดเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในท้องพระโรงหลวง แสงคบเพลิงวับแวมสะท้อนบนพื้นหินอ่อนขัดเงาขับให้ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักด้ายเงินลายกางเขนกลับด้านดูน่าเกรงขามรากับราชioนีนอกรีต เลดี้เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ประทับอยู่ ณ เบื้องสูงบนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีเลือด ไม่ใช่บัลลังก์... แต่เป็นเก้าอี้ที่เธอนั่งทับสิทธิ์ของราชวงศ์อย่างจงใจ อาร์เธอร์ที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่เบื้องล่าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเขาแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เซเลสเทีย! เจ้ามันนังปีศาจ สวมรอยเป็นกบฏ กล้าดียังไงมาเหยียบที่นี่ แผ่นดินนี้เป็นของราชวงศ์วาลคิวรี บัลลังก์นั้นไม่ใช่ที่ของสามัญชนต่ำช้าอย่างเจ้า!" เซเลสเทียหัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวheadของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับไม่แยแสต่อคำด่าทอ "สามัญชนต่ำช้าอย่างนั้นหรือคะ..." เซเลสเทียทวนคำ วางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองเสียงกระทบกันดัง *กริ๊ง* กังวานก้องท้องพระโรง "คนที่ลอบปลงพระชนม์พระมารดาตัวเองเพื่อแลกกับราชสมบัติ และขายแผ่นดินให้พวกนอกคอกทางเหนืออย่างท่าน มีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องความสูงส่งกับดิฉันกันคะ อาร์เธอร์... หรือควรจะเรียกว่า *กบฏอาร์เธอร์* ดีล่ะคะ?" "จับตัวนาง!" อาร์เธอร์คำรามลั่น สัญญาณมือเดียวทำให้อัศวินหลวงเกราะทองคำนับร้อยนายที่ซุ่มอยู่ด้านนอกพุ่งทะยานเข้ามาในห้องโถง หอกและดาบปลายแหลมชี้ตรงมาที่เซเลสเทียราวกับป่าเหล็ก ทว่า... ไม่มีใครในที่นั้นกล้าขยับเข้ามาประชิดตัวเธอแม้แต่ก้าวเดียว เพราะที่เบื้องหลังของเซเลสเทีย ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของเสาหินขนาดใหญ่ ดาบยักษ์ประจำตระกูลในมือของเขาอาบไล้ด้วยไอสังหารเย็นยะเยือก เพียงแค่ก้าวเดียวที่แม่ทัพไร้พ่ายขยับ อากาศรอบตัวก็คล้ายจะลดอุณหภูมิจนกลายเป็นน้ำแข็ง กองกำลังอัศวินหลวงชะงักงันโดยสัญชาตญาณ—สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจากความตายที่อยู่ตรงหน้า "ใครกล้าขยับ... หัวมันจะหลุดออกจากบ่าก่อนที่เท้าจะแตะพื้น" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคาสเซียนทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของทุกคนในห้อง เซเลสเทียลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอประกอบกับรัศมีอำนาจที่สั่งสมมานานทำให้เธอดูยิ่งใหญ่ราวกับจอมราช Lีที่แท้จริง สายตากวาดมองเหล่าขุนนางที่แอบซ่อนอยู่หลังเสาด้วยความหวาดกลัว บางคนตัวสั่นเทาจนเครื่องประดับกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง "พวกท่านมองดูให้ดีสิคะ ท่านขุนนางทั้งหลาย..." เซเลสเทียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงก้องกังวานไปทั่วทุกซอกมุมของห้องโถง "ราชวงศ์ที่พวกท่านก้มหัวให้อยู่ในตอนนี้ ไม่ได้หลงเหลือความชอบธรรมที่จะปกครองอีกต่อไปแล้ว ความโลภ ความไร้ความสามารถ และการทรยศหักหลัง คือสิ่งที่พวกมันมอบให้ประชาชน" เธอสะบัดมือขวาเบื้องหน้า ม้วนกระดาษหนังแพะประทับตราลัญจกรสีเลือดถูกโยนลงไปแทบเท้าของอาร์เธอร์ มันกลิ้งหลaหลุนๆ ไปหยุดอยู่ตรงรองเท้าบูทของเขา อาร์เธอร์ก้มลงมองด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะใช้ปลายเท้าเขี่ยมันออก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นข้อความด้านในที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง *ประกาศราชโองการแห่งดินแดนเอลเดอร์ และกองทัพพันธมิตรภาคเหนือ-ตะวันตก* *การประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ เพื่อโค่นล้มระบอบทรราชแห่งราชวงศ์วาลคิวรี และชำระล้างแผ่นดินให้บริสุทธิ์* "เจ้า... เจ้าบ้าไปแล้ว!" อาร์เธอร์เงยหน้าขึ้นตะโกนเสียงหลง ลมหายใจหอบกระชั้น "เจ้าประกาศสงครามกับทั้งอาณาจักร! เจ้าคิดว่ากองกำลังตระกูลเอลเดอร์กับพวกบ้านนอกคอกนาจะสู้กับกองทัพหลวงได้งั้นรึ! พวกมันจะฆ่าล้างโคตรเจ้า!" "กองทัพหลวง?" เซเลสเทียยิ้มเยาะ ดวงตาพินิจพิเคราะห์คู่สนทนาราวกับมองดูตัวตลกบนเวที "ท่านหมายถึงกองทัพที่ตอนนี้เสบียงถูกตัดขาด เงินเดือนค้างจ่ายมาสามเดือน และแม่ทัพครึ่งหนึ่งแปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายดิฉันแล้วอย่างนั้นหรือคะ องค์ชาย... ท่านยังหลับฝันหวานอยู่หรือคะว่าตัวเองยังมีอำนาจ?" สิ้นคำพูดของเซเลสเทีย ประตูบานยักษ์ด้านหลังท้องพระโรงก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับพันก้าวประสานเสียงกันรากับเสียงคำรามของฟ้าผ่า กลิ่นอายของสนามรบและควันไฟลอยอบอวลเข้ามาแทนที่กลิ่นหอมของดอกไม้ประดับ ทหารเกราะดำสนิทสัญลักษณ์สุนัขป่าแห่งเรเวนฮาร์ต และธงรบรูปกางเขนกลับด้านของตระกูลเอลเดอร์เดินเรียงแถวเข้ามาตรึงพื้นที่รอบนอกไว้ทั้งหมด พวกเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อเจรจา แต่เข้ามาเพื่อยึดครอง อาร์เธอร์หน้าถอดสี ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นว่าสถานการณ์พลิกผันเกินกว่าจะควบคุม ขุนนางหลายคนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อกองกำลังที่ทรงพลังยิ่งกว่ากองทัพหลวงเสียอีก "วันนี้... ณ ที่แห่งนี้" เซเลสเทียก้าวลงมาจากแท่นประทับ เดินตรงเข้ามาหาอาร์เธอร์ทีละก้าวอย่างมั่นคง เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ดั่งเสียงนาฬิกามรณะที่นับถอยหลังเวลาของอีกฝ่าย "ในนามของเลดี้เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ผู้นำแห่งพันธมิตรผู้ทวงคืนความยุติธรรม ดิฉันขอประกาศสงครามอย่างเป็นทางการต่อราชวงศ์วาลคิวรี..." เธอหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอาร์เธอร์ ระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ สายตาที่เธอมองเขานั้นเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "...และหัวของท่าน จะเป็นสิ่งแรกที่เราใช้ประดับประตูเมืองในวันพรุ่งนี้ค่ะ" เซเลสเทียสะบัดมือเป็นสัญญาณให้คาสเซียนขยับ ทว่าก่อนที่ดาบในมือของแม่ทัพหนุ่มจะทันได้ตวัดลงปลิดชีพอาร์เธอร์ เสียงระฆังเตือนภัยยักษ์จากหอคอยสูงของเมืองหลวงก็ดังสนั่นหวั่นไหว *ตูมมม!* แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้กระจกสีสเตนลาสของท้องพระโรงแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันและเศษปูนร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ไม่ใช่แค่กองทัพหลวง... และไม่ใช่แค่กำลังของตระกูลเรเวนฮาร์ต เงาดำมหึมานับร้อยพุ่งแหวกอากาศเหนือท้องฟ้าสีเทาเข้มของเมืองหลวง เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาททำให้อัศวินทุกนายต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดผวา สิ่งที่บินอยู่เหนือพวกเขาไม่ใช่ธงรบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มันคือฝูงสัตว์อสูรสงครามโบราณที่ควรจะสูญพันธุ์ไปแล้ว และบนหลังของตัวที่ใหญ่ที่สุด มีร่างของบุคคลในอดีตที่เซเลสเทียคิดว่าตายไปแล้วกำลังแย้มยิ้มส่งตรงมาให้เธอจากเบื้องสูง หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%