“เจ้าควรจะดีใจไม่ใช่หรือ เซเลสเทีย? ในเมื่อของขวัญที่ข้าอุตส่าห์ไปเสาะหามาให้ถึงนรกนั้น ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำของอาร์เธอร์แหบพร่าคล้ายเสียงกรีดหิน แววตาของเขาไม่ได้สะท้อนความรักหรือความอาทร แต่มันว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความกระหายที่จะเห็นข้าแตกสลาย ข้ากวาดสายตามองร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเขา สตรีผู้นั้นมีโครงหน้าเดียวกับข้าไม่ผิดเพี้ยน ดวงตาสีอเมทิสต์ที่เคยอบอุ่นกลับดูไร้จิตวิญญาณคล้ายตุ๊กตาที่ถูกเชิดด้วยเส้นด้ายอาคม
ข้าสูดลมหายใจเข้าลึก ประคองสติให้มั่นคงดั่งหินผา ข้าคือเซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ข้าไม่ใช่เด็กสาวที่ถูกทอดทิ้งในกองเพลิงอีกต่อไป ข้าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน
“ตายแล้วฟื้น หรือเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดราคาถูกที่ท่านหยิบฉวยมาเพื่อเล่นตลกกับความรู้สึกของข้ากันแน่ อาร์เธอร์?” ข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นระรัวราวกับกลองรบ ข้าเหลือบไปเห็นคาสเซียนที่ยืนอยู่มุมมืดของห้อง มือขวาของเขาวางอยู่บนด้ามดาบตลอดเวลา สายตาที่เขามองมายังข้าเต็มไปด้วยความกังวล แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยการสนับสนุนที่ไร้เงื่อนไข
คาสเซียนขยับตัวเข้ามาช้าๆ รัศมีอำนาจของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนแผ่กระจายออกไปจนอาร์เธอร์ต้องถอยกรูดไปหนึ่งจังหวะ
“การเมืองบนโต๊ะอาหารมักมีรสชาติของยาพิษเสมอ” คาสเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบพอที่จะแช่แข็งบรรยากาศในห้อง “องค์ชาย... การนำคนตายมาอ้างสิทธิ์ในงานเลี้ยงรับรองทูตจากทางเหนือเช่นนี้ ท่านคิดว่าทางสภาสูงจะมองว่าท่านมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนหรือไม่?”
อาร์เธอร์แค่นหัวเราะ “คาสเซียน เจ้าก็ยังเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์เสมอมา แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าว่าตระกูลเอลเดอร์นั้นมีสายเลือดที่ไม่อาจลบล้างได้ และหาก 'ท่านแม่' ของเจ้าผู้นี้เอ่ยปากยอมรับว่าใครคือผู้ควรครองบัลลังก์ที่แท้จริง... เจ้าคิดว่าตระกูลขุนนางที่เหลือจะยังกล้าเงยหน้ามองข้าอีกหรือ?”
ข้าจับจ้องไปยังสตรีที่ดูเหมือนแม่ของข้า เธอไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้พูดจา มีเพียงหยดน้ำตาที่เอ่อล้นไหลลงมาอาบแก้มข้างหนึ่งช้าๆ นั่นไม่ใช่การแสดง ข้าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ถูกบงการ ข้าเดินเข้าไปหาเธอด้วยท่าทีสง่างาม ไม่มีความเกรงกลัวในแววตา
“หากท่านคือแม่ของข้าจริงๆ” ข้าเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าที่คุ้นเคย ผิวหนังของเธอยังอุ่น แต่ชีพจรที่ข้อมือกลับเต้นจังหวะที่ผิดปกติ “ท่านย่อมรู้ดีว่าข้าได้รับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายอะไรไว้ก่อนที่คฤหาสน์จะถูกไฟคลอก”
ข้าจงใจใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือ แต่มือที่สั่นเทาของสตรีตรงหน้ากลับขยับขึ้นมาคว้าข้อมือข้าแน่น เธอโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับสายลม “...กุหลาบ... สีเลือด... ในหีบ... เพชร...”
คำพูดนั้นทำให้เลือดในกายข้าเย็นวาบ มันคือรหัสลับที่ข้ากับท่านแม่ใช้สื่อสารกันในวัยเยาว์เท่านั้น! แสดงว่านี่ไม่ใช่หุ่นเชิดธรรมดา แต่เป็นตัวจริงที่ถูกกักขังและทรมานมานานนับทศวรรษ อาร์เธอร์ไม่ได้เพียงแค่ขุดศพขึ้นมา แต่เขาได้ทำลายวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
“เกมนี้มันช่างน่ารังเกียจจริงๆ” ข้าหันไปเผชิญหน้ากับอาร์เธอร์ด้วยรอยยิ้มที่เย็นกว่าน้ำแข็ง “ท่านคิดว่าการเอาแม่มาขู่จะทำให้ข้าศิโรราบงั้นหรือ? อาร์เธอร์... ท่านมองข้าผิดไปแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร?” อาร์เธอร์ขมวดคิ้ว
“ในฐานะที่ข้าเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลเอลเดอร์ ข้าขอประกาศกลางโต๊ะอาหารนี้... ว่าการที่ท่านลักพาตัวบุคคลในตระกูลข้าไปกักขังเยี่ยงทาส ถือเป็นการประกาศสงครามกับตระกูลเอลเดอร์อย่างเป็นทางการ!” ข้าตวาดก้อง บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปทันที เหล่าขุนนางที่ยืนอยู่รอบข้างเริ่มซุบซิบและถอยห่างจากอาร์เธอร์ นี่คือจุดที่ข้าต้องการ... การทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของความชิงชังจากทุกฝ่าย
อาร์เธอร์หน้าถอดสี เขาพยายามจะชักกระบี่ออกมา แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูใหญ่ ร่างสูงของคาสเซียนขวางหน้าข้าไว้อย่างมั่นคงราวกับกำแพงเหล็ก
“อาร์เธอร์ เจ้าจบสิ้นแล้ว” คาสเซียนกล่าวเพียงสั้นๆ
ทว่า ในวินาทีที่ความชุลมุนกำลังจะปะทุขึ้น สตรีที่ยืนอยู่ข้างอาร์เธอร์ก็กรีดร้องเสียงหลง เธอทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงก่อนที่ปลอกคอเหล็กสีดำที่คอของเธอจะเรืองแสงสีแดงฉาน ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอด้วยความตื่นตระหนก
จู่ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความบ้าคลั่ง เธอคว้ามีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของอาร์เธอร์ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์!
*ฉึก!*
ปลายมีดปักลงบนโต๊ะอาหารกลางงานเลี้ยง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน สตรีคนนั้นไม่ได้แทงใคร แต่เธอจ้องมองมาที่ข้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอแสยะยิ้มที่ดูชั่วร้ายและอำมหิตยิ่งกว่าอาร์เธอร์เสียอีก ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจข้าหยุดเต้นลงชั่วขณะ
"เซเลสเทีย... ยินดีต้อนรับสู่ 'นรก' ที่แท้จริง... ลูกรัก"
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามบทต่อไปนะคะ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ ดัชเชสโพดำ
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 31
เกมการเมืองบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!