“จดหมายฉบับนี้... ท่านเขียนมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หรือหัวใจที่เน่าเฟะกันแน่คะ?”
ข้าปาทับตราครั่งสีแดงฉานลงบนโต๊ะไม้โอ๊คหนาหนัก เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้องทรงงานที่เงียบสนิท กลิ่นอายของความตายไม่ได้มาจากศพที่ไหน แต่มันอบอวลอยู่ในมวลอากาศรอบตัวท่านเคานต์เอ็ดมอนด์ ชายชราผู้กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าข้า เขารีบก้มหน้าหลบสายตา ประหนึ่งว่าเงาของข้ากำลังกลืนกินเขาเข้าไปทั้งเป็น
“มะ... หม่อมฉันไม่เข้าใจที่ฝ่าบาทตรัสพ่ะย่ะค่ะ...” เขาพยายามรวบรวมความกล้าเค้นเสียงออกมา แต่หยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามขมับกลับทรยศความนิ่งเฉยนั้นอย่างน่าเวทนา
ข้าลุกขึ้นยืนช้าๆ ลากปลายกระโปรงผ้าไหมสีดำสนิทไปบนพื้นพรม ขยับกายเข้าใกล้ชายตรงหน้าจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา “การโกงภาษีที่ดินแถบชายแดนเป็นเวลาสามปีติดต่อกัน ยอดเงินมหาศาลที่ควรตกถึงมือราษฎรกลับไหลเข้ากระเป๋าส่วนตัวของพวกท่าน เพื่อนำไปสมทบทุนให้กับการ 'สร้างบารมี' ขององค์ชายอาร์เธอร์... เรื่องนี้ท่านจะอธิบายอย่างไรดีคะ? จะบอกว่าตัวเลขบัญชีพวกนี้มันเดินมาปรากฏบนโต๊ะทำงานของข้าเองงั้นหรือ?”
เอ็ดมอนด์ตัวแข็งทื่อ เขาเหลือบมองไปทางประตูอย่างมีความหวัง หวังว่าใครสักคนจะก้าวเข้ามาช่วยเขาจากสถานการณ์นี้ แต่ข้ารู้ดีว่าไม่มีใครกล้าเข้ามา ข้าสั่งกำชับทหารยามไว้หน้าห้องแล้วว่า ไม่ว่าจะมีเสียงกรีดร้องหรือการสวดอ้อนวอนใดๆ ดังออกมา ก็ห้ามขัดจังหวะการ 'สนทนาเชิงวิชาการ' ของเราเป็นอันขาด
“ท่านคงกำลังรอคอยความเมตตาจากเขาอยู่สินะคะ?” ข้าโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจเย็นเยียบเหมือนกับคำพูดของอาร์เธอร์ที่ยังคงติดค้างอยู่ในหัวใจ “แต่น่าเสียดายนะคะ ความตายมักจะเดินทางมาถึงก่อนความช่วยเหลือเสมอ โดยเฉพาะกับหมากที่เริ่มหมดประโยชน์เช่นท่าน”
ข้าถอยออกมาแล้วหยิบซองจดหมายอีกฉบับขึ้นมา สะบัดมันเบาๆ ต่อหน้าเขา “นี่คือรายการบัญชีลับที่ข้าให้คนของดยุคคาสเซียนไปขุดคุ้ยมา ท่านรู้อะไรไหมคะ? ท่านไม่ได้โกงแค่ภาษี ท่านแอบส่งเสบียงทหารไปให้พวกกบฏทางเหนือด้วย... ข้อหาทรยศต่อแผ่นดิน มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต และริบทรัพย์สินทั้งตระกูล ท่านคิดว่าองค์ชายอาร์เธอร์จะยอมแลกอนาคตของเขา เพื่อรักษาชีวิตขุนนางต่ำต้อยที่ทำหลักฐานรั่วไหลอย่างท่านไหมคะ?”
เคานต์เอ็ดมอนด์ปล่อยโฮออกมา เขาทรุดตัวลงกับพื้น กอดปลายเท้าข้าด้วยความหวาดกลัว “ฝ่าบาท... โปรดเมตตา! กระหม่อมถูกบังคับ! องค์ชาย... องค์ชายเป็นผู้สั่งให้กระหม่อมทำเช่นนี้ทุกอย่าง กระหม่อมเป็นเพียงเครื่องมือ!”
ข้ามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสาร นี่คือโลกที่ข้าเลือกจะเหยียบย่ำขึ้นไปบนบัลลังก์ ใครที่ขวางทางเดินของข้า ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือถูกบงการ สุดท้ายก็ต้องถูกกำจัดเพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้ที่เหลือ
“ถ้าเช่นนั้น ก็จงพิสูจน์ความจงรักภักดีต่ออาณาจักรนี้เสียสิคะ” ข้าวางปากกาหมึกซึมลงในมือของเขา พร้อมกับแผ่นกระดาษเปล่า “เขียนมันลงไป... ทุกอย่างที่ท่านรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเงินของอาร์เธอร์ รายชื่อขุนนางที่สมรู้ร่วมคิด และจดหมายตอบโต้ที่เขาสั่งการท่านโดยตรง หากท่านทำสำเร็จ... ข้าอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตบุตรสาวของท่าน”
เอ็ดมอนด์ตัวสั่นงันงก มือที่เคยควงดาบในวัยหนุ่มบัดนี้กลับจับปากกาแทบไม่อยู่ เขาจ้องมองหน้ากระดาษราวกับมันคือใบมรณบัตรของตนเอง ข้าเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หยิบชาอุ่นขึ้นจิบพลางมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรื่นรมย์ ดยุคคาสเซียนที่ยืนรออยู่ในมุมมืดของห้องขยับตัวเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาที่เขามองข้านั้นเปี่ยมไปด้วยความเคารพและความกังวลที่ซ่อนลึก
“ท่านเซเลสเทีย” คาสเซียนเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นเอ็ดมอนด์เริ่มจรดปากกาเขียน “หากเราเปิดโปงเรื่องนี้ อาร์เธอร์จะไม่มีวันอยู่นิ่งเฉย เขาจะเริ่มเกมรุกที่โหดเหี้ยมกว่าเดิม ท่านเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามกลางเมืองที่กำลังจะปะทุขึ้นหรือยัง?”
ข้าแค่นยิ้ม มือเรียวบางลูบไล้จี้ห้อยคอที่เป็นตราประจำตระกูลเอลเดอร์ “สงครามไม่ได้เริ่มวันนี้หรอกค่ะคาสเซียน มันเริ่มตั้งแต่วินาทีที่เขากระซิบคำว่า 'ลาก่อน' ข้างหูข้าในวันนั้นแล้วต่างหาก และในเมื่อเขาอยากให้ข้าตายนัก... ข้าก็จะส่งของขวัญชิ้นใหญ่ไปให้เขาถึงในวังหลวง”
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงตามด้วยเสียงตะโกนของทหารยามที่ดูจะเสียการควบคุม “ฝ่าบาท! พะ... พะยะค่ะ! องค์รัชทายาทอาร์เธอร์ทรงเสด็จมาถึงหน้าประตูห้องรับรองแล้วพะยะค่ะ! ทรงรับสั่งว่าต้องการเข้าเฝ้าท่านเดี๋ยวนี้!”
เอ็ดมอนด์เบิกตากว้างจนแทบถลน ปากกาในมือเขาร่วงหล่นลงพื้นน้ำหมึกสีดำกระจายเปรอะเปื้อนเอกสารสารภาพผิดจนดูไม่ได้ คาสเซียนก้าวขวางหน้าข้าทันที มือขวาแตะด้ามดาบเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้
ข้าลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนกระโปรงอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่มั่นคงราวกับจะเดินไปสู่พิธีราชาภิเษกของตัวเอง ข้าหันกลับมามองคาสเซียนด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาต้องชะงัก
“ดูเหมือนศัตรูจะรีบร้อนอยากจบเกมนี้เต็มทีนะคะ” ข้าเอ่ยพลางเอื้อมมือไปจับกลอนประตู “เตรียมตัวให้พร้อมคาสเซียน เพราะหลังจากประตูนี้เปิดออก... จะไม่มีคำว่า 'พี่น้อง' หลงเหลืออยู่ระหว่างเราอีกต่อไป”
ข้ากระชากประตูเปิดออก กลิ่นอายความเย็นเยียบของอาร์เธอร์ปะทะเข้ากับใบหน้าของข้าทันที แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ข้าต้องตัวแข็งทื่อ... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจข้าสะดุดคือร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังอาร์เธอร์ เธอคนนั้นคือสตรีที่ข้าคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน... ท่านแม่ผู้ล่วงลับของข้า!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยความจริงอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับดัชเชสโพดำนะคะ
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 30
จดหมายถึงความตาย
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!