มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 47

เส้นด้ายที่ขาดสะบั้น

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ทรงคิดว่าเก้าอี้มังกรตัวนั้น จะยังรองรับพระวรกายของฝ่าบาทได้อีกสักกี่น้ำเพคะ, องค์เหนือหัว?" สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดอาบยาพิษก้องกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในท้องพระโรงชั้นใน กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยมาจากคราบเลือดซึ่งถูกเช็ดถูออกไปไม่หมดบนพื้นหินอ่อน เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ยืนหยัดอยู่ ณ เบื้องพระพักตร์ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายกางเขนคว่ำขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่นและเยือกเย็นยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตคู่คมกริบไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเหนือกว่าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม บนบัลลังก์ทองคำ องค์จักรพรรดิผู้ชราภาพแต่ยังคงไว้ซึ่งแววตาเหี้ยมเกรียมทรงพระสรวลต่ำๆ ในลำคอ พระหัตถ์ที่สั่นเทาเล็กน้อยกำพนักพิงแน่นจนข้อพระกรขาวซีด "เจ้ากล้ามากนะ... เซเลสเทีย ลูกสาวที่ข้าเคยชุบเลี้ยงมากับมือ กล้าดียังไงมาต่อรองกับบัลลังก์ของข้า" ตรัสด้วยพระสุ้มเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาเป็นระลอก "ชุบเลี้ยงหรือเพคะ? หรือเป็นแค่การขุนเหยื่อให้โตพอที่จะใช้เซ่นสังเวยเกมการเมืองของพระองค์กันแน่?" เซเลสเทียแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ไร้ซึ่งความอบอุ่น "แผนลอบสังหารข้าที่ชายแดนตะวันออกเมื่อสามวันก่อน ฝ่าบาททรงคิดว่าแนบเนียนพอแล้วหรือ? น่าเสียดาย... ทหารรับจ้างกลุ่มนั้นปากแข็งไม่พอ แต่พวกมันฉลาดพอที่จะสารภาพว่าใครคือผู้จ่ายทองคำก้อนโต" บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ทหารองครักษ์นับสิบนายที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านมุกขยับตัวพร้อมกัน เสียงเกราะกระทบกันเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยมรณะ แต่เซเลสเทียหาได้สะท้านสะเทือน นางเพียงปรายตามองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหลังม่านนั้นด้วยความสมเพช "เจ้าคิดว่าเข้ามาในวังหลวงตัวคนเดียวแล้วจะออกไปไม่ได้อย่างนั้นหรือ?" จักรพรรดิเหยียดยิ้มเย็นเยียบ พระหัตถ์ยกขึ้นเป็นสัญญาณ พริบตานั้นเอง ประตูบานใหญ่เบื้องหลังก็กระแทกเปิดออกเสียงดังสนั่น องค์ชายอาร์เธอร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเหนือกว่า ในมือถือราชโองการปลอมที่ประทับตราลัญจกรอย่างถูกต้อง พร้อมด้วยกองกำลังทหารราชองครักษ์หลวงที่ปิดล้อมทางเข้าออกไว้ทุกด้าน "เกมจบลงแล้วล่ะ เซเลสเทีย" อาร์เธอร์แค่นหัวเราะ ดวงตาคู่คมฉายแววอาฆาตมาดร้ายที่เก็บกดมานาน "เธอฉลาดเกินไป... และนั่นคือความผิดพลาดเดียวของเธอ ข้อหา 'กบฏต่อแผ่นดินและลอบปลงพระชนม์' โทษสถานเดียวคือประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร จงคุกเข่าลงแล้วถวายหัวให้อยู่แทบเท้าเสด็จพ่อเสียเถอะ!" เซเลสเทียเพียงแค่กวาดสายตามองอาร์เธอร์ราวกับกำลังมองแมวตัวหนึ่งที่กำลังพยายามคำรามขู่พยัคฆ์ นางไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง ปฏิกิริยาที่สงบนิ่งจนผิดปกตินี้ทำให้รอยยิ้มบนพระพักตร์ของจักรพรรดิเริ่มแข็งค้าง "เจ้าไม่ตกใจเลยหรือ?" จักรพรรัตรัสถามด้วยความระแวง "ตกใจหรือเพคะ? เกรงว่าพระองค์ต่างหากที่จะต้องตกใจยิ่งกว่า" เซเลสเทียยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้ออย่างใจเย็น "หม่อมฉันมิใช่คนโง่ที่จะเดินเข้าปากเสือโดยไม่เตรียมฟันปลอมไว้ตัดลิ้นมันหรอกเพคะ... อาร์เธอร์ พี่ชายผู้แสนดีของหม่อมฉัน เจ้าไม่คิดเลยหรือว่า ทำไมกองกำลังทหารครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงถึงยังไม่ออกมาตอบสนองราชโองการของเจ้า?" อาร์เธอร์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีทันที "เจ้าหมายความว่ายังไง?" "หมายความว่า... ตอนนี้ ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ได้นำกำลังทหารหน่วยพิทักษ์โลหิตเข้ายึดคลังแสงหลวงและประตูเมืองทุกด้านไว้หมดแล้วเพคะ" เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รากำลังรายงานสภาพอากาศยามบ่าย "และในวินาทีนี้ เสียงฝีเท้าที่เจ้าได้ยินจากด้านนอก... มิใช่ทหารของพระองค์หรอกเพคะ แต่มันคือทหารของหม่อมฉันต่างหาก" สิ้นคำกล่าว เสียงโห่ร้องและเสียงโลหะกระทบกันอย่างดุเดือดก็ดังสนั่นมาจากทางโถงด้านนอก ตามด้วยเสียงประตูบานยักษ์ที่ถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกอันมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารสีดำสนิทของดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายสงครามที่แผ่ซ่าน ดาบยาวในมือหยดหยาดโลหิตสีแดงฉาน ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองเหล่าองครักษ์ที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความเยียบเย็น คาสเซียนประสานสายตากับเซเลสเทียเพียงชั่วเสี้ยววินาที เป็นการสื่อสารทางใจที่รู้กันดีว่า... ทุกอย่างอยู่ในแผนการแล้ว "องค์จักรพรรดิ..." เซเลสเทียก้าวเข้าไปใกล้พระแท่นบรรทมทีละก้าวอย่างสง่างาม เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องกังวานราศีกดขี่ข่มเหงผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินให้ต้องผงะถอยหลัง "ทรงแก่ชราเกินกว่าจะแบกรับภาระของจักรวรรดิแล้ว ปล่อยให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเราดูแลต่อเถอะเพคะ" "เจ้า... นังเด็กทรยศ!" จักรพรรดิผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว คว้ากริชทองคำที่ซ่อนอยู่ข้างพระองค์พุ่งเข้าใส่เซเลสเทียหมายปลิดชีพด้วยพระองค์เอง อาร์เธอร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เซเลสเทียเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบอย่างเชี่ยวชาญ คมกริบเฉียดผ่านชายผ้าไปเพียงนิดเดียว ก่อนที่มือเรียวบางจะคว้าข้อมือของจักรพรรดิไว้แน่นด้วยพละกำลังที่ซ่อนอยู่ แล้วบิดเข้าหาตัวอย่างแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ! กริชทองคำร่วงหล่นลงกระทบพื้น เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังเล็ดลอดออกมาจากพระโอษฐ์ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เซเลสเทียโน้มตัวลงกระซิบข้างพระเนตรที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว "บัลลังก์นี้... หม่อมฉันไม่ได้มาขอ... แต่หม่อมฉันมา 'ยึด' คืนต่างหากเพคะ" ในจังหวะที่สถานการณ์ทั้งหมดกำลังพลิกผันและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม จู่ๆ เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานใสราวกับเสียงกระดิ่งเงินก็ดังขึ้นจากระเบียงชั้นบน ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนักบวชชั้นสูงผู้ไม่ควรจะปรากฏตัว ณ ที่นี้ ก็ก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยพิษร้ายถูกส่งตรงมายังเซเลสเทีย "ช่างเป็นฉากการปฏิวัติที่งดงามเสียจริงค่ะ... เลดี้เซเลสเทีย แต่, น่าเสียดายนะคะที่เกมกระดานนี้... ยังมีผู้เล่นอีกคนที่พวกท่านลืมคำนวณไป" หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%