"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเสนอให้ข้าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับคนทรยศพวกนั้น เซเลสเทีย!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวในห้องประชุมลับใต้ดิน กลิ่นอายของความกดดันอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเลดี้เซเลสเทีย ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างที่วาจาว่าไว้ แต่มันคือความห่วงใยที่แฝงมาในรูปของความกังวล
เซเลสเทียยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ปลายนิ้วเรียวบางของนางเคาะลงบนแผนที่กองทัพอย่างเป็นจังหวะ นางไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองแม่ทัพหนุ่มที่กำลังเดือดดาล ดวงตาคู่สวยจับจ้องเพียงพิกัดจุดยุทธศาสตร์ที่พวกนางกำลังจะสูญเสียไป
"ท่านยุคคาสเซียนคะ..." นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนห้องที่กำลังอื้ออึงพลันเงียบกริบ "ในสงครามที่ไร้มิตรแท้ การหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้ที่กำลังจะจมน้ำ คือการซื้อใจที่คุ้มค่าที่สุด หรือท่านคิดว่ากองทัพของเรเวนฮาร์ตแข็งแกร่งจนไม่ต้องพึ่งพาใครอีกแล้ว?"
"ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่การดึงเอา 'องค์หญิงแห่งทิศใต้' เข้ามาเกี่ยวข้อง มันจะทำให้สถานการณ์บานปลายไปถึงขั้นสงครามระหว่างอาณาจักร!"
"นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่หรือคะ?" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้น สบตาคาสเซียนด้วยแววตาที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน "องค์ชายอาร์เธอร์คิดว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า เพราะเขากุมอำนาจในเมืองหลวงไว้ได้หมด แต่เขาหลงลืมไปว่า... ในกระดานหมากนี้ ใครที่คุมเส้นทางเดินเรือได้ คนนั้นคือผู้ชนะ"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากโถงทางเดิน ประตูห้องลับถูกผลักเปิดออกกว้างโดยทหารยามที่ดูตื่นตระหนก แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปาก บุคคลที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของลมทะเลและกลิ่นหอมจากดอกไม้ป่าแปลกถิ่นโชยมาปะทะจมูก
หญิงสาวในชุดเครื่องแบบทหารรัดกุมสีน้ำเงินเข้ม เส้นผมสีน้ำตาลแดงถักเปียยาวประบ่า ดวงตาของนางเฉียบคมราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ นางคือ 'เจ้าหญิงอิซาเบลล่า' รัชทายาทแห่งอาณาจักรทางใต้ ที่หลายคนเชื่อว่ากำลังถูกขังอยู่ในกรงทอง
เซเลสเทียลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างผู้ที่ถือแต้มต่ออยู่ในมือ
"ท่านมาช้ากว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้ครึ่งชั่วโมงนะคะ องค์หญิง"
อิซาเบลล่าไม่ได้ตอบกลับด้วยความสุภาพ แต่นางกลับหัวเราะในลำคอ พร้อมกับถอดถุงมือหนังที่เปื้อนคราบดินปืนออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะกลางห้อง "เจ้าส่งคนไปช่วยข้าจากการถูกลอบสังหารกลางทะเล และมอบข้อมูลลับเกี่ยวกับแผนการของอาร์เธอร์ให้ข้า... เซเลสเทีย เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินเกมนี้โดยไม่มีผลตอบแทนหรืออย่างไร?"
"สิ่งที่ท่านได้รับไป เป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่ท่านควรจะได้" เซเลสเทียเดินเข้าไปหาหญิงสาวต่างแดนอย่างสง่างาม "ข้าไม่ได้ต้องการเพียงการขอบคุณ แต่ข้าต้องการพันธสัญญา... กองเรือรบของทางใต้ จะต้องปิดล้อมอ่าวเอลเดอร์ภายในสามวันนับจากนี้"
คาสเซียนยืนกอดอกแน่น เขาสังเกตเห็นว่ามือของอิซาเบลล่าสั่นเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะนิ่งเฉย แต่นั่นคือสัญญาณของความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่เร่งรีบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อมาให้ถึงที่นี่โดยไม่ให้ฝ่ายศัตรูจับได้
"ข้าทำเพื่ออาณาจักรของข้า ไม่ใช่เพื่อเจ้า" อิซาเบลล่ากระซิบใกล้ๆ เซเลสเทีย "แต่ดูเหมือนว่าเราจะมีศัตรูร่วมกันคนเดียวกัน... อาร์เธอร์ไม่ได้แค่ต้องการบัลลังก์ แต่เขาต้องการกวาดล้างเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดเพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์โดยสมบูรณ์"
เซเลสเทียหรี่ตาลง การเปิดเผยนี้สำคัญยิ่งกว่าการวางแผนรบทั้งหมดที่ผ่านมา อาร์เธอร์ไม่ได้เพียงต้องการแค่การเป็นใหญ่ แต่เขาต้องการลบชื่อของตระกูลที่เคยช่วยเหลือเขาให้หายไปจากประวัติศาสตร์
"ถ้าอย่างนั้น เราก็มีงานต้องทำกันมากเลยนะคะ" เซเลสเทียผายมือไปยังแผนที่ "คาสเซียน เตรียมกองกำลังหน่วยลับ เราจะทำการ 'ตัดตอน' เส้นทางลำเลียงอาวุธของอาร์เธอร์ในคืนนี้ ส่วนท่านองค์หญิง... หวังว่ากองเรือของท่านจะพร้อมรับมือกับพายุที่ข้ากำลังจะสร้างขึ้น"
ทว่าในวินาทีที่ทุกคนตกลงกันได้นั้น เสียงระเบิดดังสนั่นจากเบื้องบนเพดานฝ้า พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือน เศษหินร่วงกราวลงมาทับแผนที่จนขาดสะบั้น
แสงไฟจากตะเกียงวูบไหวและดับลงกะทันหัน ในความมืดมิดนั้น เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ล้อมกรอบเข้ามาจากทุกทิศทาง เสียงกระบี่ที่ชักออกจากฝักดังกังวานไปทั่วโถงมืด
"ดูเหมือนว่า... จะมีคนทรยศในกลุ่มของเรานะเซเลสเทีย" เสียงของคาสเซียนดังขึ้นท่ามกลางความมืด ตามมาด้วยเสียงคมดาบที่ปะทะกันอย่างดุเดือด
"ไม่หรอกคาสเซียน..." เซเลสเทียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก "ไม่มีใครทรยศ... นอกจากคนที่ข้าเพิ่งอนุญาตให้ 'เห็น' ที่ตั้งของที่นี่เมื่อครู่นี้เอง"
แสงจันทร์ส่องผ่านรอยแตกของเพดานลงมา เผยให้เห็นบุคคลที่ยืนขวางหน้าประตูทางออก บุคคลที่ถือดาบสีเงินวาววับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้กุมอำนาจสูงสุดในหน่วยรักษาการณ์หลวง... และเป็นคนที่เซเลสเทียเพิ่งกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณว่าจะร่วมมือด้วยเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
หวังว่ารี้ดที่น่ารักของดัชเชสจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 39
พันธมิตรจากต่างแดน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!