เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสราคาแปดหลักดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้มินตราที่ยืนก้มหน้าอยู่เบื้องหน้าสะดุ้งสุดตัว เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไม่มีสีเลือด ความอัปยศอดสูและความประหม่ากำลังตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
นี่คือห้องทำงานประธานบริษัท "เคจี กรุ๊ป" อาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านที่เพิ่งกว้านซื้อบริษัทเก่าของเธอมาหมาดๆ และคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงลิบลิ่ว ก็คือกรณ์... อดีตสามีตกอับที่เธอเพิ่งเซ็นใบหย่าไปเมื่อไม่ถึงสัปดาห์ก่อนหน้านี้เอง
"อ่านมันให้ละเอียดทุกบรรทัดสิครับ คุณอดีตภรรยา... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้คุณคือนางสาวมินตรา พนักงานทดลองงานระดับต่ำสุดของที่นี่ต่างหาก"
กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความกวนประสาทไว้อย่างเต็มเปี่ยม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยไว้หนวดเคราครึ้มจนดูเซอร์ ตอนนี้ถูกโกนเกลี้ยงเกลาจนดูสะอาดสะอ้านและทรงอำนาจ ชุดสูทตัดมือจากอิตาลีขับเน้นให้เขาดูเหมือนพญามารในคราบสุภาพบุรุษ ไม่มีเค้า 𝄆เงาของนายกรณ์คนจนที่เคยขอเงินเธอซื้อมาม่าประทังชีวิตเลยแม้แต่น้อย
มินตราช้อนสายตาขึ้นมองด้วยความคับแค้นใจ มือเรียวสั่นเทาหยิบเอกสารสัญญาจ้างฉบับนั้นขึ้นมาพลิกดู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะถลونออกจากเบ้า เมื่อกวาดสายตาไปเจอข้อความในหมวด 'เงื่อนไขพิเศษและหน้าที่รับผิดชอบของเลขา(ส่วนตัว)'
*ข้อ 5.4: นอกเหนือจากงานเอกสารและกาแฟแล้ว เลขานุการส่วนตัวมีหน้าที่ต้อง 'ปฏิบัติภารกิจเพิ่มขวัญกำลังใจ' ให้แก่ท่านประธานด้วยการหอมแก้มวันละสามครั้ง (เช้า, กลางวัน, และก่อนเลิกงาน) อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะถูกหักเงินเดือน 50% ต่อครั้ง*
"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไงกรณ์!..." มินตราเผลอหลุดปากอุทานออกมาด้วยความลืมตัว ดวงหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "นี่มันสัญญาจ้างงานหรือสัญญาขายวิญญาณกันแน่คะ! จะให้ฉันมาเป็นเลขาหรือมาเป็น... ตุ๊กตาให้คุณแกล้งเล่นกันแน่!"
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาว183เซนติเมตรก้าวเข้ามาประชิดตัวมินตราอย่างรวดเร็วจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
มือหนาข้างหนึ่งยันกระจกไว้เหนือศีรษะของเธอ กักขังร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างจำยอม ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเขาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน
"ระวังคำพูดด้วยนะครับคุณมินตรา..." กรณ์กระซิบเสียงต่ำทุ้มนุ่มข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอจนมินตราขนลุกซู่ "จำได้ไหมครับว่าใครเป็นคนพูดคำว่า 'เราไปกันไม่ได้เพราะคุณมันไม่มีอนาคต' เมื่อเจ็ดวันที่แล้ว? ตอนนี้ผมมีอนาคตแล้วไงครับ... อนาคตที่ใหญ่โตจนคุณไม่มีปัญญาจ้างผมต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นราวกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้ามาทิ่มแทงหัวใจของมินตรา ความจริงที่ว่าเธอเป็นคนทิ้งเขาไปในวันที่เขาลำบาก (หรือที่เธอคิดว่าลำบาก) ย้อนกลับมาตบหน้าเธอฉาดใหญ่ ความรู้สึกผิดและความเสียดายพรั่งพรูเข้ามาในอกจนจุกแน่น น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร แต่กรณ์ไม่มีวันใจอ่อนให้กับภาพลวงตานี้เด็ดขาด ในเมื่อเธอเลือกทางเดินนี้เอง เขาก็แค่จัดสรรบทเรียนราคาแพงให้เธอได้ลิ้มรสชาติของความโลภ
"ถ้าไม่อยากเซ็น... เชิญเดินออกไปจากตึกนี้ได้เลยครับ แต่อย่าลืมนะว่าคุณยังมีหนี้สินก้อนโตที่แม่ของคุณไปกู้ยืมมาค้ำประกันไว้กับบริษัทในเครือเรา... ซึ่งบังเอิญว่าตอนนี้ ผมคือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด"
กรณ์ถอยหลังกลับไปนั่งไขว่ห้างตามเดิม รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้มินตราอยากจะร้องไห้โฮออกมาดังๆ
แม่ตัวแสบของเธอก่อเรื่องเอาไว้มหาศาล แถมยังโดนหลอกให้เอาโฉนดที่ดินไปจำนองไว้กับนายทุนหน้าเลือด ที่แท้... นายทุนหน้าเลือดคนนั้นก็คือบริษัทของกรณ์ที่วางแผนซื้อหนี้ทั้งหมดมาไว้ในมือตั้งแต่แรก! นี่มันแผนการล้างแค้นที่แยบยลและเลือดเย็นที่สุด
มินตรากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ สมองอันชาญฉลาดประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในเมื่อเธอไม่มีทางเลือกอื่น การก้มหัวให้สามีเก่า (ที่กลายเป็นมหาเศรษฐี) ดีกว่าการบ้านถูกยึดและติดคุกหัวโตอย่างแน่นอน
"ก็ได้..." มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความอาฆาตมาดร้ายปนความจำยอม "ฉันเซ็น! แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันทำตามหน้าที่เลขาเท่านั้น อย่าหวังว่าฉันจะยอมทำอะไรเกินเลยเด็ดขาด!"
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เขายื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงให้เธอ "เซ็นตรงนี้ครับ... และเพื่อเป็นการเริ่มต้นงานที่ดี ภารกิจแรกของวันนี้..."
เขายื่นแก้มซ้ายมาตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"...เริ่มนับหนึ่งได้เลยครับ ท่านเลขา"
มินตราหน้าแดงแจ๋ เม้มปากแน่นด้วยความเคืองแค้น เธอหลับตาปี๋แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้... ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามวินาทีก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะสัมผัสโดนแก้มของเขา
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงเลขาหน้าห้องตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คุณผู้หญิงท่านใหญ่... หรือก็คือคุณแม่ยายของคุณประธาน บุกมาที่ล็อบบี้ชั้นล่างพร้อมกับประกาศกร้าวว่าจะมาลากตัวคุณมินตรากลับไปแต่งงานใหม่กับลูกชายมหาเศรษฐีน้ำมันครับ!"
กรณ์ชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ส่วนมินตราช็อกตาค้างทันทีเมื่อได้ยินว่าแม่ของเธอสร้างเรื่องใหญ่อีกแล้ว
และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับร่างของแม่ยายจอมแสบที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางวางโต พร้อมเชิดหน้าประกาศกร้าวเสียงดังลั่นตึก
"มินตรา! แกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย! ตามฉันลงไปเดี๋ยวนี้! ฉันหาลูกเขยคนใหม่ที่รวยกว่าไอ้กระจอกนี่ร้อยเท่าไว้รอแล้ว!"
ทว่า... เมื่อแม่ยายกวาดสายตาขึ้นมาสบตากับประธานหนุ่มแห่งเคจี กรุ๊ป ที่นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างอวบอัดของเธอก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจกแตกกระจาย เสียงหัวเราะเยาะในลำคอของกรณ์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับคำพูดประโยคเดียวที่ทำให้แม่ยายเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
"ยินดีต้อนรับครับคุณแม่... ในฐานะลูกเขยคนโปรด (ที่รวยที่สุดในประเทศ)"
---
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความสะใจและความฮานี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 5
คำสั่งแรกในฐานะเจ้านายใหม่
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!