"ถ้ารวยจริง ก็เอาเงินสดแปดล้านมาวางสิครับ! อย่ามาทำเป็นเดินดมกาวแถวโชว์รูมรถนำเข้าของผมเลย ชุดนักศึกษาเก่าๆ แบบนั้น ต่อให้เก็บขวดขายทั้งชาติ ก็ยังซื้อได้แค่ล้อยางรถมินิบัสคันโน้นแหละ!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่นระเบิดขึ้นกลางโชว์รูมซูเปอร์คาร์สุดหรูใจกลางเมือง พนักงานขายหนุ่มหน้าตาดีแต่งกายด้วยสูทเนี๊ยบเฉียบคม กำลังใช้สายตารังเกียจมองสำรวจร่างของชายหนุ่มในชุดนักศึกษาซีดเก่าที่มีรอยเปื้อนหมึกจางๆ ตรงกระเป๋าเสื้อ กรณ์ยืนนิ่งสงบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี ท่ามกลางสายตาของลูกค้าระดับไฮโซนับสิบคนที่หันมามองด้วยความสมเพช
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หลังจากที่เขาเพิ่งเซ็นใบหย่ากับมินตรา อดีตภรรยาที่ทนความยากลำบากร่วมกันมาสามปีไม่ไหวเพราะเชื่อคำกรอกหูของแม่ยายจอมเคี่ยว ระบบเศรษฐีพันล้านที่เคยหลับใหลอยู่ในสมองของเขาก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาทันที พร้อมกับยอดเงินในบัญชีแรกเกิดที่พุ่งทะยานแตะหลักหมื่นล้านบาท! และภารกิจแรกที่ระบบมอบหมายให้ทำเพื่อคลายเครียดก็คือ การมาถล่มเงินซื้อรถเล่นสักคันสองคัน
"น้องพนักงานครับ..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ชวนฟัง แต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม "รถคันสีแดงทรงสวยปานเทพนิยายตรงนั้น ราคาเท่าไหร่หรือครับ?"
พนักงานขายคนเดิมนามว่า 'ชยพล' กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างสุดจะทน เขาปัดมือไล่ราวกับกรณ์เป็นแมวข้างถนน "คันนั้นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นครับ แบรนด์อิตาลีแท้ๆ ราคาแปดสิบหกล้านบาทถ้วน! ฟังไม่ผิดหรอครับแปดสิบหก ล้าน! ไม่ใช่แปดสิบหกบาท ถ้ารู้ราคาแล้วก็เชิญไสหัวออกไปได้เลยครับ พื้นโชว์รูมผมเพิ่งขัดเงามาใหม่ ไม่อยากให้รองเท้าผ้าใบขาดๆ ของคุณมาเหยียบให้สกปรก"
เสียงซุบซิบดังระงม ลูกค้าคนอื่นๆ เริ่มหัวเราะคิกคัก บ้างก็ส่ายหัวให้กับความไร้เจียมตัวของเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัย บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเตรียมไปประจานลงโซเชียลมีเดียว่ามีคนสติไม่ดีมาเดินป่วนเปื้อนโชว์รูมรถหรู
กรณ์ไม่ได้โกรธเคืองเลยสักนิด หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความสนุกสนาน การได้แกล้งคนพวกนี้มันช่างบันเทิงเริงรมย์เสียจริง สามปีที่ผ่านมาเขาต้องอดทนกินข้าวแกงข้างทางและโดนแม่ยายด่าทอสารพัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ แต่วันนี้ ในเมื่อพวกเธอเลือกที่จะเดินจากไปเพราะเงิน... เขาก็จะใช้เงินนี่แหละตบหน้าพวกมันให้ฉานฉาน
"แปดสิบหก้านบาทสินะครับ..." กรณ์พึมพำเบาๆ ก่อนจะคววกระเป๋าเสื้อกั๊กนักศึกษาเก่าๆ หยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทลวดลายเรียบหรูทำจากโลหะคาร์บอนไฟเบอร์แท้ น้ำหนักหนقหน่วงและสะท้อนแสงไฟในโชว์รูมเป็นประกายวาววับออกมา บัตรใบนั้นไร้ซึ่งชื่อธนาคาร ไร้ซึ่งตัวเลขูน มีเพียงชิปสีทองอร่ามฝังอยู่ตรงกลาง
นั่นคือ "เดอะ แบล็กการ์ด ไวท์ ไดมอนด์" บัตรเครดิตระดับตำนานที่จำกัดสิทธิ์ผู้ถือครองทั่วโลกเพียงแค่สิบคันเท่านั้น วงเงินไม่จำกัด!
กรณ์วางบัตรใบนั้นลงบนเคาน์เตอร์กระจกใสเสียงดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ในโชว์รูมให้หันมามองเป็นตาเดียว
ชยพลก้มลงมองบัตรสีดำทึบนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะพรวดออกมาเสียงดังลั่น "โอ้โห! บัตรพลาสติกเคลือบสีดำซื้อมาจากสำופןไหนเนี่ย? เนียนมากเลยครับน้อง เหมือนบัตรจริงเด๊ะๆ สงสัยซื้อมาจากสำเพ็งราคาอันละยี่สิบบาทล่ะสิ คิดจะเอามาหลอกต้มตุ๋นผมเหรอครับ? รปภ.! ช่วยลากไอ้เด็กนี่ออกไปที!"
"เดี๋ยวก่อนสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้น ชยพลยังไม่ทันได้เรียก รปภ. ผู้จัดการโชว์รูมวัยกลางคนสวมแว่นสายตาหนาเตอะที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ก็หน้าซีดเผือด รีบวิ่งหน้าตื่นแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบทะลุออกจากเบ้าเมื่อมองเห็นลวดลายและโลโก้จางๆ บนบัตรสีดำใบนั้นชัดเจน
ผู้จัดการโชว์รูมจำมันได้แม่นยำ จากการอบรมผู้บริหารระดับสูงเมื่อปีก่อน บัตรใบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีครอบครองได้ ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีติดอันดับท็อปของประเทศก็ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง!
*เพียะ!*
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าของชยพลดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในโชว์รูม ชยพลเซถลาหน้าหัน มือข้างหนึ่งกุมแก้มแดงเถือกด้วยความมึนงง น้ำตาคลอเบ้า "ผู้จัดการครับ! ตบผมทำไม! ไปตบไอ้เด็กนี่สิครับ มันเอาบัตรปลอมมาหลอกเรา!"
"หุบปากโง่ๆ ของแกซะไอ้ชยพล!" ผู้จัดการโชว์รูมตะคอกเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น เขาหันมาหากรณ์ทันที พร้อมกับโค้งตัวลงต่ำเกือบเก้าสิบองศาจนศีรษะเกือบชิดพื้น ท่าทางนอบน้อมราวกับกำลังก้มกราบพระเจ้า
"ก...กราบขออภัยท่านผู้ทรงเกียรติอย่างยิ่งครับ!" ผู้จัดการละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า "พนักงานคนนี้ตาบอด หูหนวก ไร้ซึ่งรสนิยมและสามสำนึก จึงบังอาจล่วงเกินท่านประธานผู้สูงศักดิ์ ได้โปรดเมตตาอภัยให้ความโง่เขลาของพวกเราด้วยเถิดครับ!"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมโชว์รูมในทันที ลูกค้าไฮโซที่เคยหัวเยาะเย้ยต่างอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาทุกคู่จ้องมองกรณ์ด้วยความตื่นตะลึงพรึงเพริด ชุดนักศึกษาเก่าๆ ที่พวกเขาเคยดูถูก ในตอนนี้กลับกลายเป็นแฟชั่นชั้นสูงของผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่จงใจปลอมตัวมาลองใจคน!
กรณ์แย้มยิ้มบางๆ สายตาคมกริบกวาดมองพนักงานหนุ่มที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ที่หน้าอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง
"ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหريكครับผู้จัดการ..." กรณ์เอ่ยพลางใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนเคาน์เตอร์ "ผมแค่รู้สึกว่า... รถคันสีแดงเมื่อกี้ มันดูเหงาๆ ยังไงก็ไม่รู้"
ผู้จัดการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบพยักหน้ารัวๆ "ทะ...ท่านประธานหมายความว่าอย่างไรครับ?"
"ผมจะเหมาหมดโชว์รูมครับ..." กรณ์ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "คันสีแดง คันสีดำด้าน คันสีขาวมุก คันสีน้ำเงินเข้ม แล้วก็คันสีเหลืองทองตรงมุมห้องนั้นด้วย เอามาจอดเรียงกันให้ครบห้าคัน... รูดบัตรยอดเต็มตอนนี้เลยครับ"
ชอนพลได้ยินดังนั้นก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที สมองขาวโพลน ร่างกายชาดิกราวกับโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
*ปี๊ด!*
เสียงเครื่องรูดบัตรเครดิตไร้สายดังขึ้นพร้อมกับไฟเขียวที่กะพริบสว่างวาบ บัตรสีดำใบเล็กในมือของผู้จัดการโชว์รูมถูกรูดผ่านเครื่องชำระเงินอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด ไม่มีปฏิเสธวงเงิน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของกรณ์ พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทอยู่บนลานจอดดาดฟ้าของโชว์รูมอย่างอลังการ!
ทว่า... ในวินาทีที่ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก ร่างของใครบางคนก้าวลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และใบหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นกรณ์ยืนอยู่ท่ามกลางซูเปอร์คาร์ห้าคันรวด...
นั่นคือ "มินตรา" อดีตภรรยาที่เพิ่งเซ็นใบหย่ากับเขาไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน!
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความสะใจและความฮานี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 2
บัตรดำใบแรกที่สั่นสะท้านวงการ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!