"คุณบ้าไปแล้วเหรอกรณ์! ภัตตาคารลอยฟ้า *'สตาร์ไลท์ สกาย เทอเรส'* ทั้งตึก... คุณจองมันไว้หมดเลยเนี่ยนะ? เราจะกินกันกี่คน ประชากรทั้งเมืองหรือยังไง!"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความตื่นตระหนกของมินตราดังขึ้นทันทีที่ก้าวเท้าพ้นลิฟต์แก้วความเร็วสูงขึ้นมาถึงชั้นดาดฟ้า
สายตาสาวเจ้ากวาดมองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกเวียนหัว ภัตตาคารหรูหราที่ปกติจะมีคู่รักมานั่งดินเนอร์เคล้าเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ตามโต๊ะต่างๆ บัดนี้กลับว่างเปล่า ไร้เงาผู้คน มีเพียงพนักงานต้อนรับในชุดสูทสากลนับชีวิตยืนเรียงแถวโค้งคำนับต้อนรับพวกเขาทั้งสองคนราวกับพระ A-list ระดับประเทศมาเยือน และที่สำคัญที่สุด... ทุกโต๊ะถูกรื้อถอนออกไป เหลือเพียงโต๊ะอาหารตัวใหญ่ใจกลางลานโล่งใต้แสงดาว พร้อมด้วยวงออเคสตราชุดใหญ่ที่กำลังนั่งประจำที่เตรียมบรรเลงเพลง
กรณ์ยิ้มมุมปาก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า ก้าวเดินตามหลังภรรยาที่เพิ่งเซ็นใบหย่า (แต่ยังตามติดเขาแจ) ไปติดๆ ด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองบรรยากาศรอบตัวอย่างพึงพอใจ
"ก็ผมอยากให้คุณได้กินอาหารแบบเป็นส่วนตัวนี่ครับมินตรา... ไม่อยากให้ใครมามองหน้าสวยๆ ของภรรยาผมเวลาเธอกำลังเคี้ยวสเต็กหรอกนะ มันเสียบุคลิก" กรณ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย
มินตราหันขวับมาค้อนใส่เขาจนตาแทบคว่ำ หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความหมั่นไส้ อยากจะหยิกแขนสามี (เก่า) ให้เนื้อเขียวเสียจริงๆ ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคืองและเธอเพิ่งจะตัดสินใจขอหย่าเพราะคิดว่าเขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ หมอนี่กลับใช้เงินมือเติบจองตึกภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ทั้งตึกเพื่อดินเนอร์มื้อเดียวเนี่ยนะ!
*เงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตของนายมันคงละลายหายไปกับค่ำคืนนี้แล้วสินะกรณ์... ประสาทจริงๆ ผู้ชายคนนี้!* มินตราคิดในใจอย่างหัวเสีย แต่ลึกๆ แล้ว หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวอย่างประหลาดกับความทุ่มเทที่ไร้เหตุผลนี้
"เชิญนั่งครับ คุณผู้หญิง"
พนักงานเสิร์ฟหนุ่มรีบก้าวเข้ามาเลื่อนเก้าอี้บุด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มให้มินตราอย่างนอบน้อม เธอนั่งลงด้วยท่าทางเกร็งๆ พลางกวาดสายตามองวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนจากมุมสูง 360 องศา แสงไฟจากตึกระฟ้าทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน มันงดงามจนแทบลืมหายใจ
กรณ์นั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาพินิจพิเคราะห์ภรรยาคนสวยที่กำลังทำตัวไม่ถูก
"ถ้าอาหารมื้อนี้ไม่อร่อย... คุณตายแน่กรณ์" มินตราขู่เสียงลอดไรฟัน พยายามทำตัวดุเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีตื้นขึ้นมา
"ระดับผมแล้ว มื้อนี้ต้องพิเศษที่สุดในสามโลกแน่นอนครับ" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
ทว่า... ความโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นและบรรยากาศอันแสนเงียบสงบ กลับต้องพังทลายลงในพริบตา เมื่อประตูห้องครัวเตรียมอาหารขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักเปิดผางออกพร้อมกับเสียงเอะอะโهاโกลาหล
*พรึ่บ!*
เปลวไฟสีส้มแดงพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้องครัวจนแสงสว่างวาบสะท้อนผ่านกระจกใสออกมาด้านนอก เสียงกรีดร้องของเชฟฝรั่งหัวหน้าเผ่า (เอ๊ย! เชฟใหญ่ชาวฝรั่งเศส) ดังลั่นภาษาฝรั่งเศสผสมภาษาไทยปนเป
"ไฟไหม้! ไฟไหม้ครับ! แอมป์เดอร์! ช่วยด้วย!"
เชฟหนุ่มร่างท้วมวิ่งเตลิดเปิดเปิงออกมาจากครัว โดยมีผ้ากันเปื้อนลุกเป็นไฟติดอยู่ที่สะโพก วิ่งวนรอบโต๊ะอาหารของกรณ์และมินตราสามรอบสี่รอบท่ามกลางเสียงร้องโวยวายชวนหัวเราะ พนักงานเสิร์ฟและบồiต่างพากันวิ่งถือถังดับเพลิงและกะละมังใส่น้ำวิ่งไล่กวดเชฟกันอลหม่าน เสียงฝีเท้าดังตึงตัง ผสมกับเสียงเพลงออเคสตราที่ยังคงบรรเลงเพลงรักหวานซึ้งต่อไปอย่างไร้รอยต่อ มันช่างเป็นภาพที่ surreal และชวนกุมขมับเสียเหลือเกิน
มินตราอ้าปากค้าง ตะลึงงันจนพูดไม่ออก เธอมองเชฟที่วิ่งผ่านหน้าไปพร้อมกับสะโพกติดไฟราวกับกำลังแสดงโชว์ควงกระบองไฟในผับริมหาด ก่อนจะหันขวับไปมองหน้าสามีที่นั่งจิบไวน์นิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"กร...กรณ์! นี่มันอะไรเนี่ย! เชฟครัวหรูระดับท็อปเท็นกำลังจะเผาร้านตัวเองตายอยู่แล้วนะ!" มินตราโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ ปนตลกจนเกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่
กรณ์วางแก้วไวน์ลงช้าๆ เขาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันไปตะโกนสั่งเสียงเรียบด้วยความใจเย็น
"เฮ้! พ่อหนุ่มเชฟฝรั่ง! ช่วยวิ่งไปทางซ้ายหน่อยครับ ตรงนั้นไม่มีถังดับเพลิง... อ้อ ระวังสะโพกคุณด้วยนะ ผมจองคอร์สสเต็กเนื้อวากิว A5 ไว้ ไม่ได้สั่งหมูหันย่างไฟแดง"
พนักงานและเชฟช่วยกันสาดน้ำและใช้ผ้าคลุมจนเปลวไฟมอดดับลงในที่สุด ทิ้งควันสีขาวโขมงและกลิ่นเนื้อย่างไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศสุดหรู มินตราทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างกั้นไม่อยู่ ปิดปากหัวจนตัวโยน น้ำตาเล็ดไหลพรากจากหางตา
"ฮ Ha ha ha! โอ๊ยกรณ์! คุณพาฉันมาดินเนอร์หรือมาดูละครสัตว์เนี่ย! ท้องฉันจะแข็งตายอยู่แล้ว!" มินตราหัวเราะจนตัวงอ ลืมภาพความเป็นกุลสตรีไปจนหมดสิ้น
กรณ์ยิ้มกว้าง มองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น สำหรับเขาแล้ว ต่อให้ภัตตาคารนี้จะไหม้เป็นจุล หรือเชฟจะวิ่งแก้ผ้าแก้ไฟ แค่ได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจและเสียงหัวเราะใสๆ ของมินตรา เงินก้อนโตที่เสียไปก็ถือว่าคุ้มค่าเกินราคาแล้ว
ในจังหวะนั้นเอง เชฟใหญ่ชาวฝรั่งเศสหน้าตาเนื้อตัวดำเป็นตอตะโก เดินคอตกถือจานเงินหรูหราเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยอาการสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจและหวาดกลัว
"ม...มาสเตอร์กรณ์... ผม... ผมขอโทษครับ สเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมชิ้นสุดท้ายของผม... มัน... มันกลายเป็นถ่านไปแล้วครับ..." เชฟพูดเสียงสั่นเครือ ก้มหัวขอโทษแทบไม่ทัน
มินตราชะงัก หันไปมองจานสีเงินที่มีก้อนสีดำปื้นใหญ่หน้าตาประหลาดวางอยู่ตรงกลาง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปลอบใจเพราะไม่อยากให้เชฟโดนไล่ออก แต่ทว่า... กรณ์กลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาหน้าตาเฉย
"ไม่เป็นไรครับเชฟ ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้..." กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับเปล่งประกายคมกริบ "แต่ในเมื่อสเต็กของคุณไหม้จนกินไม่ได้... งั้นผมขอซื้อกิจการภัตตาคารนี้ทั้งตึกเลยก็แล้วกันครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะส่งทีมบริหารชุดใหม่เข้ามาจัดการแทนคุณ..."
เชฟฝรั่งอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มินตราที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลัก สำลักพรวดออกมาจนเกือบพ่นใส่หน้าสามี
"แค่สเต็กไหม้... ถึงกับซื้อตึกเลยเหรอคุณ!" มินตราหวีดร้องเสียงหลง เบิกตากว้างมองหน้าสามีราวกับเห็นมนุษย์ต่างดาว
กรณ์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่กดหน้าจอมือถือไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นกังวานผ่านลำโพงบลูทูธที่เชื่อมต่อกับระบบของตึก
*ติ๊ง!*
*"โอนเงินสำเร็จจำนวน 500,000,000 บาท สู่บัญชีปลายทาง: สตาร์ไลท์ สกาย เทอเรส โฮลดิ้ง จำกัดเรียบร้อยแล้ว"*
เสียงระบบแจ้งยอดเงินมหาศาลดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของดาดฟ้า ขณะที่หน้าจอโทรศัพท์ของกรณ์ปรากฏสถานะ **"การชำระเงินสำเร็จ 100% - คุณคือเจ้าของอาคารคนใหม่"** เด่นหร่า
มินตราตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน ภาพสามีหนุ่มผู้แสนธรรมดาที่เธอเคยคิดว่ายากจนข้นแค้น พังทลายลงในเสี้ยววินาทีนี้ ใบหน้าสวยซีดเผือด หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออกจากปาก
ทว่า... ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากซักถามความจริงทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนตวาดกร้าวที่คุ้นหูอย่างยิ่งดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศ
"ไหนวะ! ใครมันบังอาจเหิมเกิมมาป่วนตึกของตระกูลเรา! เรียกผู้จัดการออกมาเดี๋ยวนี้!"
----
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 11
ค่ำคืนแห่งการดินเนอร์ที่ป่วนที่สุด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!