ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 17

แผนลองใจภรรยาฉบับคนคลั่งรัก

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
กลิ่นเหม็นหืนของเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นที่หาซื้อได้ตามกองขยะข้างทาง ไม่ได้ทำให้กรณ์รู้สึกกระดากใจแม้แต่น้อย สิ่งที่ชายหนุ่มผู้ครอบครองอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้านกำลังสนใจในวินาทีนี้ คือกระจกเงาบานเล็กในห้องน้ำสาธารณะ เขากำลังใช้ดินสอเขียนคิ้วสีดำขีดป้ายรอยแผลเป็นปลอมไว้ที่โหนกแก้มข้างขวา พร้อมกับขยี้ผมทรงวินเทจราคาแพงของตัวเองให้ยุ่งเหยิงราวกับไม่ได้สระมาสามชาติ "ระบบ... แน่ใจนะว่าแผนนี้จะไม่ทำให้มินตราตกใจจนช็อกเข้าโรงพยาบาลจริงๆ?" กรณ์กระซิบถามระบบอัจฉริยะในหัวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ [ติ๊ง! รายงานจากระบบมหาเศรษฐี: จากการวิเคราะห์จิตวิทยาเชิงพฤติกรรมของเป้าหมาย (มินตรา) อัตราความเห็นอกเห็นใจพุ่งสูงถึง 98.5% ครับท่านประธาน รับรองว่าท่านจะได้เห็นมุมอ่อนโยนที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นตอนที่ท่านยังยากจนแน่นอนครับ!] กรณ์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาหยิบกระป๋องกาแฟขึ้นมาเคาะเบาๆ พร้อมกับเดินกะโผลกกะพละไปยังจุดยุทธศาสตร์ หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ของ "มินตรากรุ๊ป" บริษัทที่เธอกำลังบริหารอยู่อย่างขันแข็งในเวลานี้ นี่คือ "แผนลองใจภรรยาฉบับคนคลั่งรัก" ที่กรณ์ลงทุนปลอมตัวเป็นขอทาน เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจว่า หญิงสาวผู้เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตั้งแต่สมัยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อเดียวกัน จะยังมีจิตใจที่งดงามเหมือนเดิมหรือไม่ แม้ว่าตอนนี้เธอจะกลายเป็นผู้บริหารสาวพราวเสน่ห์ไปแล้วก็ตาม เบื้องหน้าของเขาคือประตูทางเข้ากระจกใสขัดมันวาว พนักงานในชุดสูทสากลเดินเข้าออกกันอย่างขวักไขว่ สายตานับสิบคู่ที่มองมายังชายสภาพมอซอข้างเสาไฟ ต่างแสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีราวกับกลัวว่ากลิ่นอายความจนจะติดตัว และแล้ว... ร่างระหงในชุดสูทสีขาวเข้ารูปกับรองเท้าส้นสูงคัทชูสีดำเงางามก็ก้าวออกมาจากลิฟต์ VIP มินตราในยามนี้ดูสง่างาม เด็ดขาด และเปี่ยมไปด้วยออร่าของนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล แต่ในสายตาของกรณ์ เธอก็ยังคงเป็นภรรยาตัวน้อยที่ชอบทำหน้ามุ่ยเวลาเขาแกล้งซื้อขนมมาฝากผิดรสชาติเสมอ โอกาสมาถึงแล้ว! กรณ์แกล้งทำเป็นเดินโซเซเข้าไปใกล้ พร้อมกับยื่นกระป๋องกาแฟเก่าๆ ออกไปข้างหน้า ส่งเสียงแหบพร่าสั่นเครือที่ฝึกมาอย่างดี "คุณ... คุณผู้หญิงครับ ขอทานสักสิบบาท ให้คนตาบอด... เอ๊ย คนขาเป๋คนนี้ได้มีข้าวกินสักมื้อเถอะครับ..." มินตราที่กำลังก้มหน้าตรวจเช็กเอกสารในไอแพดชะงักฝีเท้าลงทันที เธอนิ่วหน้าด้วยความรำคาญเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหน้าขอทานที่มารบกวนเวลาอันมีค่าของเธอ ทว่า... ทันทีที่ดวงตากลมโตคู่นั้นสบเข้ากับใบหน้ามอมแมมและรอยแผลเป็นปลอมที่โหนกแก้ม ร่างบางก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ มินตราจ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่แอบซ่อนความขี้เล่นเอาไว้ใต้คราบเขม่าดิน แม้รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไป แต่ประกายในแววตานั้น... มันช่างคุ้นเคยเหลือเกินคุ้นจนหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ *หรือว่า...* ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของหญิงสาว ชั่วพริบตานั้น ความทรงจำเก่าๆ สมัยที่เธอกับกรณ์ยังต้องช่วยกันหาเงินก้อนแรกเพื่อตั้งตัวก็หลั่งไหลย้อนกลับมา วันที่พวกเขาไม่มีแม้แต่เงินซื้อข้าวซองเดียว วันที่กรณ์ยอมอดเพื่อแบ่งขนมปังชิ้นสุดท้ายให้เธอ ขอบตาของมินตราเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอมองชายตรงหน้าไม่ใช่ในฐานะขอทานสกปรก แต่เธอกำลังมองเห็นเงาสامีเก่าผู้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่... สามีที่เธอเพิ่งขอหย่าไปเพราะความกดดันและความจน! "คุณ..." มินตราเอמהเสียงสั่นเครือ มือเรียวบางที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักแสนสั่นเทาเล็กน้อย กรณ์แอบลอบกลืนน้ำลายในคอ เขาเกือบจะหลุดขำออกมาแล้วเมื่อเห็นภรรยาสาวทำท่าเหมือนจะร้องไห้จริงๆ *แย่ล่ะสิ อินจัดเกินไปหรือเปล่าเนี่ยแม่คุณ?* แต่ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยปากแก้ตัวอะไร มินตราก็ดึงกระเป๋าเงินหนังแท้ราคาแพงออกมาจากกระเป๋าอย่างไร้ความลังเล เธอไม่ได้หยิบเหรียญสิบบาท หรือแบงก์ร้อย... แต่มินตราดึงธนบัตรสีม่วงมูลค่าหนึ่งพันบาทออกมาปึกใหญ่! พรึบ! พรึบ! พรึบ! พรึบ! พรึบ! แบงก์พันห้าใบถูกหย่อนลงไปในกระป๋องกาแฟเก่าๆ จนเต็มเอี๊ยด เสียงธนบัตรกระทบก้นกระป๋องดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าบอดี้การ์ดและพนักงานที่ยืนมองอยู่รอบๆ "ฉัน... ฉันไม่มีเวลาคุยด้วยตอนนี้..." มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูขึ้นมาในอก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด เธอยื่นมือไปหยิบถุงกระดาษแบรนด์ดังที่เพิ่งซื้อมาจากร้านอาหารออร์แกนิกหรูเมื่อครู่นี้ ยัดใส่มือของกรณ์ทันที "เอานี่ไปกินซะ! ในนี้มีข้าวกล้องออร์แกนิกแซลมอนย่างกับซุปไก่ตุ๋นยาจีน... กินซะนะ อย่าปล่อยให้ตัวเองอดจนผอมโซแบบนี้ล่ะ... แล้วก็..." มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้กรณ์ถึงกับหัวใจกระตุกวูบ "ถ้า... ถ้าวันไหนไม่ไหว... ไปรอฉันที่หน้าตึกเดิมที่เราเคยอยู่ด้วยกันนะ... ฉันจะหาเงินมาให้เธอตั้งตัวใหม่เอง..." พูดจบ มินตราก็รีบหันหลังกลับแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีขึ้นรถยนต์หรูส่วนตัวที่แล่นมารับพอดี ราวกับเธอกลัวว่าตัวเองจะกลั้นน้ำตาต่อหน้าคนแปลกใจคนนี้ไม่ไหว กรณ์ยืนถือกระป๋องกาแฟที่มีแบงก์ห้าพันบาทและถุงข้าวกล้องราคาแพงลิบลิ่วค้างเติ่งอยู่กลางลานจอดรถ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องหัวใจ ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้ ต่อให้ปากบอกว่าอยากหย่าเพราะความจนแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับไม่เคยทิ้งความใจดีและความทรงจำที่มีร่วมกับเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว! [ติ๊ง! ระบบตรวจพบค่าความรัก (Love Point) พุ่งทะยานแตะระดับ 100% เต็ม! ปลดล็อกรางวัลพิเศษ: หุ้นส่วน 30% ของเครือโรงแรมระดับโลกโอนเข้าชื่อ "มินตรา" ทันที!] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว แต่กรณ์ไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด ชายหนุ่มก้มมองถุงข้าวกล้องในมือ รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ในเมื่อภรรยาของเขาน่ารักและมั่นคงในความรู้สึกขนาดนี้ แผนการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงคงต้องเร่งให้เร็วกว่ากำหนดเสียแล้ว! กรณ์หยิบโทรศัพท์มือถือราคาถูกที่ใช้สำหรับปลอมตัวขึ้นมา กดต่อสายตรงหาเลขาคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและทรงอำนาจที่สุด "เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว แล้วโอนโฉนดตึกสำนักงานใหญ่ที่มินตรากำลังเช่าอยู่ทั้งหมด มาเป็นชื่อของเธอภายในสิบนาทีนี้... ฉันจะไปเซอร์ไพรส์ภรรยาตัวเองแบบจัดหนักชุดใหญ่ให้เธอกระอักเลือดกันไปข้าง!" ทว่า ในขณะที่กรณ์กำลังจะก้าวขาเดินไปขึ้นรถเพื่อเตรียมแผนการเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ เสียงฝีเท้ารัวเร็วและเสียงรองเท้าส้นสูงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจสุดขีดของใครบางคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถตู้หรู "คุณกรณ์คะ! คุณ... คุณมาทำอะไรตรงนี้ ทำไมถึงกลายสภาพเป็นขอทานไปได้ล่ะคะเนี่ย?!" น้ำเสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและรังเกียจระคนสงสัยดังขึ้น ทำให้กรณ์ต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง ร่างอวบอ้วนของแม่ยายจอมแสบ ที่เพิ่งกลับจากการไปช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมกำลังยืนอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นลูกเขยตกอับที่เธอเคยไล่ตะเพิดออกจากบ้าน กำลังยืนถือกระป๋องขอทานอยู่หน้าบริษัทของลูกสาวตัวเอง! รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของกรณ์ทันที ในเมื่อแม่ยายตัวดีอยากเข้ามาเล่นละครฉากใหญ่ด้วยตัวเองขนาดนี้ ก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายเลยก็แล้วกัน! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะและสะใจไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความมันส์ระดับสิบกะรัตนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%