ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 30

วิกฤตการณ์บริษัทสั่นคลอน

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"หุ้นของบริษัทเราดิ่งลงเหวไปสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับท่านประธาน! สื่อทุกสำนักกำลังตีข่าวว่ากลุ่มทุนต่างชาติยักษ์ใหญ่เทขายหุ้นทิ้งเพราะเรากำลังจะล้มละลาย!" เสียงรายงานของเลขาธิการหนุ่มดังลั่นห้องทำงานกระจกใส ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดอากาศได้ กรณ์ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง มือข้างหนึ่งหมุนปากกาหมึกซึมราคาเรือนแสนเล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนห้าลำกำลังบินวนอยู่บนท้องฟ้าเหนือตึกระฟ้าแห่งนี้ เสียงใบพัดที่ตีฝ่าอากาศคำรามก้องเข้ามาข้างใน ยิ่งเพิ่มความระทึกขวัญให้กับผู้ที่พบเห็น เพิ่งจะวินาทีที่แล้วเองที่เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารในสมาร์ทโฟนของเขาเด้งขึ้นมาโชว์ตัวเลขยอดเงินในระบบที่เพิ่มขึ้นอีก "ห้าหมื่นล้านบาท" แบบสด ๆ ร้อน ๆ จากระบบมหาศาลที่คอยหนุนหลังเขาอยู่ "ปล่อยให้พวกมันดีใจไปก่อนเถอะครับคุณวิชัย..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น ชายหนุ่มปรายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กราฟหุ้นกำลังดิ่งลงเหวราวกับภูเขาไฟถล่ม "ศัตรูเก่าของเราคงคิดว่าการร่วมมือกับกลุ่มทุนต่างชาติปล่อยข่าวลือปลอมจะทำให้ผมกระอักเลือดได้สินะครับ ช่างเป็นความพยายามที่น่าสมเพชเสียจริง" ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่เขายังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนต๊อกต๋อย ถูกเหยียดหยามจากแม่ยายจอมแสบและสังคมรอบข้าง มีเพียงมินตรา อดีตภรรยาที่เคยอยู่เคียงข้างเขาในยามลำบาก แม้สุดท้ายเธอจะทนความจนไม่ไหวจนขอหย่าเพราะคิดว่าเขาไม่มีอนาคต แต่กรณ์ก็ไม่เคยโกรธเกลียดเธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับใช้ช่วงเวลานั้นสร้างอาณาจักรทางการเงินขึ้นมาเพื่อรอวันที่เหมาะสมในการปกป้องเธอจากเงื้อมมือของพวกคนเห็นแก่ตัว ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรีบร้อน ก่อนที่ประธานกรรมการอาวุโสของกลุ่มทุนต่างชาติคู่กรณีจะผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา เขาสวมสูทแบรนด์ดังระดับโลก ใบหน้าฉาบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย "ไงล่ะท่านประธานกรณ์! หุ้นร่วงสนุกไหมครับ?" เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากชายวัยกลางคนนามว่า 'เดชา' ศัตรูทางธุรกิจที่พยายามโค่นล้มเขามาโดยตลอด "ข่าวลือเรื่องการทุจริตและสภาวะล้มละลายของบริษัทคุณกำลังแพร่สะพัดไปทั่วโลก พรุ่งนี้เช้าบริษัทของคุณคงเหลือมูลค่าเท่ากับศูนย์ หนี้สินท่วมหัวจนต้องกราบตีนผมแน่นอน!" กรณ์ยังคงนั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ เขาวางปากกาลงบนโต๊ะอย่างช้า ๆ เสียงกระทบกับเนื้อไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ "คุณเดชานี่ใจร้อนเสียจริงนะครับ..." กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ทำให้เดชาถึงกับผะเผงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คิดว่าการใช้เงินซื้อสื่อต่างชาติปล่อยข่าวปลอมจะล้มผมได้เหรอครับ? คุณคงลืมไปแล้วกระมังว่า... คนที่มีเงินสดอยู่ในมือห้าหมื่นล้านบาทเมื่อนาทีที่แล้ว กับคนที่มีหนี้สินก้อนโตอย่างพวกคุณ ใครกันแน่ที่จะต้องไปกราบตีนใคร" "ปากดี! ถึงคุณจะมีเงินแค่ไหน แต่ตอนนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมันพังพินาศไปหมดแล้ว ไม่มีใครกล้าอุ้มหุ้นที่คุณถืออยู่หรอก!" เดชาแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์กราฟที่ดิ่งลงเหวให้ดู "ดูนี่ซะ! วินาศสันตะโรของแท้!" กรณ์ยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นอบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวที่ทำเอาเลขาฯ วิชัยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่านประธานของเขากำลังจะแสดงอภินิหารให้ดูอีกครั้งแล้วสินะครับ "คุณวิชัยครับ..." กรณ์เอ่ยเรียกเลขาฯ ส่วนตัวเสียงนุ่ม "โอนเงินจากบัญชีสำรองฉุกเฉินจำนวนสองหมื่นล้านบาทเข้าสู่ตลาดหุ้นตอนนี้เลยครับ... กว้านซื้อหุ้นทุกหุ้นที่พวกมันเทขายออกมาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่หุ้นเดียว!" "รับทราบครับท่านประธาน!" วิชัยตอบรับด้วยความกระตือรือร้น นิ้วเรียวรีบกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์รัวเร็วด้วยความชำนาญ เดชาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเริ่มกระตุกวูบแปลกๆ "วะ... ว่ายังไงนะ? สองหมื่นล้าน? คุณบ้าไปแล้วรึเปล่า เงินจำนวนนั้นเอามาพยุงหุ้นที่กำลังเจ๊งก็รังแต่จะละลายแม่น้ำเปล่าๆ!" "เงินของผม จะละลายหรือจะเอาไปเผาเล่น มันก็เรื่องของผมครับคุณเดชา..." กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีความกดดันมหาศาลออกมาจนเดชาเริ่มมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "แต่สำหรับคุณ... เตรียมตัวรับผลกรรมจากการปั่นหุ้นและปล่อยข่าวปลอมได้เลยครับ เพราะทีมทนายความระดับโลกของผม และสำนักงานตรวจสอบบัญชีระหว่างประเทศ กำลังเดินเข้าไปยื่นฟ้องบริษัทของคุณในข้อหาอาญาแผ่นดินแล้วในวินาทีนี้" เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องทำงาน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของเดชาดังขึ้นรัวยิ่งกว่าเสียงปืนกล ข้อความจากตลาดหลักทรัพย์และธนาคารพันธมิตรเด้งขึ้นมาเตือนรัวๆ ว่า หุ้นของกลุ่มทุนต่างชาติที่เขากำลังถืออยู่กำลังถูกโจมตีกลับอย่างหนักหน่วงจนวงเงินกู้ยืมถูกระงับกะทันหัน! สีหน้าของเดชาถอดสีซีดเผือกราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งร่องรอยความมั่นใจเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ขาสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่อยู่ "เป็นไปไม่ได้... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" เดชาอุทานออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสทำงานหรูหรา ใบหน้าตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพุ่งเข้ามาในห้องอย่างไม่สนใจมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น "กรณ์! คุณพี่กรณ์คะ... ฮือ!" มินตรา อดีตภรรยาที่เพิ่งเซ็นใบหย่าไปหมาดๆ ยืนหอบหายใจสะท้านอยู่หน้าประตู ดวงตากลมโตคู่นั้นมองหน้าเขาด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว ข่าวลือเรื่องบริษัทของอดีตสามีล้มละลายทำให้เธอนั่งแท็กซี่มาที่นี่ด้วยความร้อนรนโดยไม่รู้ตัวว่า แท้จริงแล้วผู้ชายที่เธอกอดทะเบียนหย่าด้วยเมื่อไม่กี่วันก่อน คือบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดการเงินเวลานี้ มินตราทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงทันทีต่อหน้ากรณ์ เสียงสะؤกสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา เธอเอื้อมมืออันสั่นเทาจะไปจับชายกางเกงของเขา แต่ทว่า... ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องหรูบนโต๊ะทำงานของกรณ์ดังขึ้นตัดบรรยากาศความตึงเครียด หน้าจอแสดงผลยอดเงินสุทธิในระบบที่อัปเดตแบบเรียลไทม์พุ่งทะยานทะลุเพดาน จนตัวเลขศูนย์ยาวเหยียดจนแทบจะล้นจอ พร้อมกับเสียงข้อความเสียงจากระบบอัตโนมัติที่ดังเล็ดลอดออกมาให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจนถ้วนหน้า... [ ยินดีด้วยครับท่านประธาน การกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิในระบบของคุณตอนนี้... ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกอย่างเป็นทางการแล้วครับ! ] ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%