กลิ่นหอมของน้ำมันงาที่คั่วจนส่งกลิ่นหอมกรุ่นตัดกับความฉุนสดชื่นของขิงแก่และต้นหอมซอย ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบของตระกูลจาง ราวกับมือที่ไร้รูปร่างกำลังฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของทุกคนให้หลุดลอย
หลินซูเหยายืนอยู่หน้าเตาถ่านเก่าๆ ที่ซ่อมแซมด้วยดินเหนียว ในมือถือตะหลิวไม้เนื้อแข็งที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองวัตถุดิบในกระทะเหล็กด้วยความพึงพอใจ เนื้อหมูสามชั้นที่นางแอบหยิบมาจาก "มิติฟาร์ม" ในจิตวิญญาณ ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ไขมันสีขาวแทรกตัวสลับกับเนื้อแดงสดฉ่ำราวกับงานศิลปะ เมื่อสัมผัสกับความร้อน มันก็ส่งเสียงฉ่าชวนน้ำลายสอ พร้อมกับสีคาราเมลอุ่นๆ ที่เคลือบผิวเนื้อจนเงางาม
นี่ไม่ใช่หมูสามชั้นธรรมดา... แต่มันคือหมูออร์แกนิกเกรดพรีเมียมจากมิติที่ได้รับการบำรุงด้วยน้ำทิพย์บริสุทธิ์ กลิ่นหอมของมันจึงรุนแรงและเย้ายวนยิ่งกว่าอาหารของภัตตาคารในเมืองใหญ่เสียอีก
"กลิ่นอะไรน่ะ... หอมอะไรขนาดนี้!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังขึ้นแทรกเสียงน้ำมันเดือด พร้อมกับร่างท้วมที่พุ่งพรวดเข้ามาในครัวราวกับหมูป่าได้กลิ่นเห็ดหอม ดวงตาเล็กหยีของนางเบิกกว้าง จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมที่ลอยเตะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงปนความโลภที่ปิดไม่มิด
ซูเหยาเหลือบตามองเงาของแม่สามีที่สะท้อนบนผนังดิน มุมปากของนางยกยดยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับราบเรียบและแฝงความประชดประชันไว้เนียนๆ
"อ้าว แม่ตื่นแล้วหรือคะ พอดีเห็นว่าวัตถุดิบเก่าๆ ในตู้มันเหลืออยู่นิดหน่อย ข้าก็เลยลองเอามาเจียวดู เผื่อว่ามันจะพอกลืนลงคอได้บ้าง ไม่คิดว่ากลิ่นมันจะรบกวนการนอนของแม่เข้า"
แม่สามีกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาจดจ้องกระทะเหล็กราวกับจะกินเข้าไปทั้งใบ ปกติแล้วลูกสะไภ้คนนี้ทำอาหารได้รสชาติแย่ยิ่งกว่าเศษอาหารให้หมูกิน แต่วันนี้... แค่กลิ่นก็ทำให้กระเพาะอาหารของนางส่งเสียงร้องประท้วงโครกครากแล้ว
"เจ้า... เจ้าทำอะไรกิน! ไหนเอามาดูซิ!" แม่สามีพยายามยื่นมืออันสั่นเทาเข้ามาคว้าตะหลิว แต่ซูเหยาไวกว่า นางตวัดข้อมือพลิกหมูในกระทะอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับปัดมือนั้นออกไปอย่างไม่ไว้หน้า
"อุ๊ย มือแม่สกปรกนะคะ ระวังจะโดนน้ำมันกระเด็นใส่เอา ข้ายังทำไม่เสร็จค่ะ อาหารจานนี้... ข้าตั้งใจทำไว้ให้ 'คนที่ทำงานเหนี่ยวเหนื่อย' ต่างหากล่ะคะ"
คำว่า 'คนที่ทำงานเหนี่ยวเหนื่อย' ทำให้แม่สามีชะงัก นางถลึงตาใส่สะไภ้ตัวดีด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังเด็กนี่! เจ้ากล้าดียังไงมาพูดจากวนประสาทข้า! ข้าเป็นแม่ยาย... เอ๊ย เป็นแม่สามีแกนะ! อาหารในบ้านนี้ เป็นของข้าครึ่งหนึ่ง!"
"ครึ่งหนึ่งงั้นหรือคะ?" ซูเหยาหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบราวกับใบมีด กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างระหงทำเอาแม่สามีถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ถ้าพูดถึงเรื่องส่วนแบ่ง... ตั้งแต่ข้าแต่งเข้าบ้านนี้มา ข้าทำงานหนักยิ่งกว่าวัวควาย ส่วนเงินเดือนทหารของหย่งเจี้ยน... แม่ก็ฮุบเอาไปใช้คนเดียวจนหมดไม่เคยเหลือให้พวกเราได้กินอิ่มท้องเลยสักมื้อ แบบนี้เรียกว่ายุติธรรมแล้วหรือคะ?"
"แก... แกกล้าเถียงข้าเรอะ!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายและโกรธจัด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะไภ้ตัวดีสักฉากเพื่อสั่งสอน
หมับ!
ข้อมือเหี่ยวย่นถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศด้วยมือหนาที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก แม่สามีสะดุ้งสุดตัว หันไปมองด้วยความตกใจและตัดพ้อ
"หย่งเจี้ยน! ลูกสะใภ้มันปีนเกลียวแม่นะ ลูกไม่เห็นหรือว่ามันทำตัวยังไง!"
จางหย่งเจี้ยนก้าวเข้ามาในครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าทหารดูโดดเด่นและทรงอำนาจจนทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูแคบลงไปถนัดตา ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองมารดาของตนด้วยแววตาเรียบนิ่ง เยียบเย็น จนคนเป็นแม่ถึงกับใจแป้ว
"ข้าเห็น... ทุกอย่างครับแม่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลัง "สิ่งที่ซูเหยาพูด... มีคำไหนที่ไม่จริงบ้างหรือครับ?"
แม่สามีอ้าปากค้าง พูดไม่ออก นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าลูกชายแท้ๆ ที่เคยเชื่อฟังและส่งเงินให้ทุกบาททุกสตางค์ จะกล้าหันมาต่อปากต่อคำเพื่อปกป้องนังสะไภ้ตัวแสบคนนี้!
ในจังหวะนั้นเอง สายตาของจางหย่งเจี้ยนก็เบนกลับมามองที่ภรรยาของตน กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารในกระทะยังคงลอยวนอยู่รอบตัวนาง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขามากที่สุด ไม่ใช่หมูสามชั้นสีสวย... แต่เป็นประกายความมั่นใจและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของหญิงสาวต่างหาก
หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีตื้นขึ้นมาในอก... เมียของเขาเปลี่ยนไปจริงๆ แล้ว นางไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไป แต่นางคือพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาความเน่าเฟะทั้งหมดในบ้านหลังนี้ให้พังทลายลง
"หอมดีนี่..." จางหย่งเจี้ยนเอ่ยเสียงพร่า ทอดสายตามองภรรยาด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาซูเหยาถึงกับชะงัก ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ "ฝีมือเจ้าพัฒนาขึ้นเยอะนะ... ซูเหยา"
"ถ้าชอบ... ก็กินให้หมดก็แล้วกันค่ะ" ซูเหยาหลบสายตาร้อนผ่าวคู่นั้นอย่างเก้ๆ กังๆ นางรีบตักหมูสามชั้นผัดขิงหอมฉุยใส่จานกระเบื้องเคลือบสีเก่า ก่อนจะจัดแจงยกมันเดินเลี่ยงออกไปที่โต๊ะอาหาร
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะวางจานอาหารลงบนโต๊ะไม้ไผ่ผุๆ นั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"คุณผู้ชายตระกูลจาง! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาทางเหนือแล้ว!"
ซูเหยาขมวดคิ้วแน่น นางหันไปสบตากับจางหย่งเจี้ยนทันที ทั้งสองคนต่างสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ประหลาดที่กำลังคืบคลานเข้ามา... และเมื่อจางหย่งเจี้ยนเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน สิ่งที่อีกฝ่ายรายงานกลับทำให้สีหน้าของนายทหารหนุ่มถอดสีลงในพริบตา!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 3
มื้ออาหารที่เปลี่ยนโลก
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!