เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 18

ความรักที่เบ่งบานท่ามกลางงานหนัก

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"คุณนายซูเหยา! แย่แล้วครับ! ที่บ้านตระกูลจาง... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนแหบพร่าของอาเฉียง เด็กหนุ่มส่งของประจำหมู่บ้านดังลั่นทะลุประตูไม้รั้วบ้านเข้ามา ก่อนที่ร่างผอมเกร็งจะวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้าลานบ้าน หลินซูเหยาที่กำลังงละม่อมอยู่กับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์โสมชั้นดีในมิติเพื่อเตรียมนำไปเพาะปลูก ชะงักมือทันที รอยยิ้มเยдяเย็นบนมุมปากถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพินิจพิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ค่อยๆ พูด อาเฉียง ที่บ้านตระกูลจางเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือว่าแม่สามีฉันไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้อีก ถึงได้หน้าตาตื่นวิ่งมาไกลขนาดนี้" ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังพอจะดึงสติเด็กหนุ่มให้หายใจเข้าลึกๆ ได้ "ก็... ก็คุณนายใหญ่ตระกูลจางน่ะสิครับ แกไปอาละวาดที่ตลาดมืด หาว่าคุณซูเหยาขโมยสินค้าผักปลอดสารพิษและขนมรสเลิศไปขายตัดหน้า แถมยังบอกชาวบ้านว่าคุณซูเหยาแอบซ่อนเงินก้อนโตไว้ไม่ยอมส่งให้บ้านใหญ่ ตอนนี้คนมุงดูกันเต็มตลาด สามีของคุณ... พี่หย่งเจี้ยนที่เพิ่งลาพักร้อนกลับมาจากค่าย กำลังควบม้าฝ่าฝุ่นตลบตรงดิ่งไปที่นั่นแล้วครับ!" ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ ช่างไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย..." ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินออกจากมืออย่างไม่รีบร้อน ความตื่นตระหนกที่อาเฉียงคาดว่าจะได้เห็นกลับไม่มีแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายตาวาวโรจน์ดุจกุหลาบงามที่มีหนามแหลมคมพร้อมทิ่มแทงผู้ที่มารังควาน ในเมื่อสะใภ้รองผู้นี้เลือกที่จะก้าวเดินออกมาสร้างความมั่งคั่งด้วยลำแข้งตัวเองและมิติลับวิเศษแล้ว มีหรือที่นางจะยอมให้เฒ่าแก่เจ้าเล่ห์อย่างแม่สามีมาฉุดดึงลงไปในโคลนตมอีก! "ขอบใจมากนะอาเฉียง ที่อุตส่าห์วิ่งมาบอกฉัน..." ซูเหยาหยิบเงินเหรียญจำนวนหนึ่งยัดใส่มือเด็กหนุ่มเป็นสินน้ำใจ ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกจากบ้านด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา ณ ตลาดมืดใจกลางอำเภอ บรรยากาศอื้ออึงไปด้วยเสียงซุบซิบนินทา ร่างท้วมของแม่สามีตระกูลจางกำลังลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น ฝุ่นตลบเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ปากก็ร้องแรกแหกกระเชิงโวยวายราวกับถูกสุนัขไล่กัด "ช่วยด้วย! ชาวบ้านร้านตลาดทั้งหลายช่วยดูหน้าสะใภ้อกตัญญูคนนี้ที! แต่งเข้าบ้านฉันไม่เคยทำประโยชน์อะไร นอกเหนือจากผลาญเงินทอง แล้วยังบังอาจขนของมีค่าหนีออกจากบ้านไปเสวยสุขคนเดียว ปล่อยให้ฉันผู้เป็นแม่ต้องอดอยากปากแห้ง ทรมานสังขาร ลูกชายฉันเป็นถึงนายทหารรับใช้ชาติ แต่กลับต้องมาเมียใจดำทอดทิ้ง ช่างไร้ศีลธรรมสิ้นดี!" ฝูงชนต่างพากันชี้ไม้ชี้มือซุบซิบ บางคนหลงเชื่อคำพูดตลบแตลงเพราะเห็นแก่ความแก่เฒ่า ขณะที่อีกหลายคนซึ่งเคยลิ้มลองรสชาติอาหารพรีเมียมจากฝีมือซูเหยาต่างลังเลไม่กล้าออกความเห็น "หยุดแหกปากโวยวายเสียทีเถอะค่ะ แม่สามี..." เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความอึกทึก ซูเหยายืนกอดอกมองร่างที่กำลังแสดงละครตบตาด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว รองเท้าผ้าใบเหยียบบนพื้นถนนฝุ่นฟุ้งอย่างมั่นคง แม่สามีชะงักการดิ้นรำ ช้อนตาขึ้นมองลูกสะใภ้ที่บัดนี้ดูงดงามเปล่งปลั่ง ผิวพรรณผุดผ่องราวกับคุณหญิงคุณนายในเมืองกรุง จนความริษยาพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงสมอง แกแสร้งทำเป็นร้องไห้โฮหนักกว่าเดิม "นังตัวดี! แกยังกล้าโผล่หัวมาอีกเรอะ คายเงินทั้งหมดที่แกขโมยไปคืนตระกูลจางมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้หย่งเจี้ยนหย่ากับแกแน่!" "หย่าอย่างนั้นหรือคะ?" ซูเหยายิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปประชิดจนอีกฝ่ายต้องผงะถอยหลัง "จำได้ว่าตอนที่ฉันหอบผ้าผ่อนออกจากบ้านหลังนั้น ฉันไม่ได้หยิบแม้แต่เข็มสักเล่มติดมือมาด้วยซ้ำ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันใช้ตอนนี้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานและการค้าขายสุจริตของฉันเอง ส่วนเงินเดือนทหารของพี่หย่งเจี้ยน... ฉันไม่เคยแตะต้องสักแดงเดียว ถ้าแม่ยังกล้ากล่าวหาฉันลอยๆ แบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะค่ะว่าข้อหาหมิ่นประมานและแจ้งความเท็จจะทำให้คนแก่ๆ อย่างแม่ต้องไปนอนสำนึกผิดในซอกกรงเหล็กแทนที่จะได้มานั่งเห่าหอนกลางตลาดแบบนี้!" วาจาเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำเอาแม่สามีหน้าซีดเผือด พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ฝูงชนที่เคยส่งเสียงวิจารณ์ต่างเงียบกริบ ทึ่งในความเด็ดเดี่ยวและวาจาเชือดเฉือนของซูเหยา "บังani! เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมถึงมาโวยวายเสียงดังแถวนี้!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ดังขึ้น แหวกฝูงชนเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบนายทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำสมส่วน ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลัก ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันและเย็นชา กวาดสายตามองมารดาตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของภรรยา จางหย่งเจี้ยนมาถึงแล้ว! บรรยากาศรอบตัวพลันกดดันจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ แม่สามีเห็นลูกชายสุดที่รักมาถึงก็รีบคลานเข้าไปเกาะขา ร้องห่มร้องไห้ฟ้องทันที "หย่งเจี้ยน! ลูกรัก! เมียชั่วของแกมันรังแกแม่! มันตบตีจิตใจแม่จนแหลکสลาย แกต้องจัดการมัน! ต้องหย่ากับมันเดี๋ยวนี้!" หย่งเจี้ยนก้มมองมารดา แววตาไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด มีเพียงความระอาและเย็นชาที่สั่งสมมานาน เขาปัดมือมารดาออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะก้าวเข้าไปหาซูเหยาที่ยืนนิ่งสงบ ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้ขึ้นชื่อว่า "คลั่งรัก" ในเวลาต่อมา หัวใจเต้นกระหน่ำเล็กน้อย นางเตรียมใจรับคำต่อว่าหรือความเข้าใจผิดตามประสาชายหนุ่มหัวโบราณ แต่สิ่งที่หย่งเจี้ยนทำกลับเหนือความคาดหมายทั้งหมด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวซูเหยาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ท่อนแขนแข็งแรงโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ สายตาดุดันหันกลับไปจ้องมองมารดาและฝูงชนด้วยรัศมีคุกคามที่น่ากลัวกว่าเดิม "ภรรยาของผม ผมเป็นคนดูแลเอง และเงินทุกหยดหยาดที่เธอหามาได้ก็มาจากความสามารถของเธอ ไม่เกี่ยวกับตระกูลจาง ถ้าใครยังบังอาจกล้ามาหาเรื่อง รังควาน หรือแม้แต่พูดจาใส่ร้ายภรรยาของผมอีก..." หย่งเจี้ยนเว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันอย่างน่ากลัว "อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจในฐานะลูกชายก็แล้วกัน!" คำประกาศกร้าวท่ามกลางผู้คนนับร้อยทำให้ทุกคนอึ้งกิมกี่ แม่สามีอ้าปากค้างด้วยความตกใจไม่คิดว่าลูกชายแท้ๆ จะเข้าข้างสะใภ้จนออกนอกหน้าขนาดนี้ ส่วนซูเหยาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง นางเงยหน้าขึ้นมองสันจมูกโด่งเป็นสันและใบหน้าที่ตึงเครียดของสามี ไอร้อนแปลกๆ แล่นพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มขาวนวล หย่งเจี้ยนก้มลงกระซิบข้างหูซูเหยาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนแทบกลายเป็นความอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยความดุดันแบบสามีเจ้าเข้าเจ้าของ "กลับบ้านกันเถอะ... เมียรัก วันนี้ผมจะแสดงให้ดูเองว่าการปรนนิบัติสามีที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล เขาทำกันอย่างไร" ยังไม่ทันที่ซูเหยาจะได้เอ่ยปากท้วงติงอันใด หย่งเจี้ยนก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านทั้งตลาด เขาสาวเท้ายาวๆ พาภรรยาเดินฝ่าฝูงชนกลับบ้านทันทีโดยไม่สนสายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้น เมื่อกลับมาถึงเรือนหอหลังน้อย ประตูไม้ถูกปิดลงและลงกลอนอย่างแน่นหนาโดยฝีมือของนายทหารหนุ่มผู้ไม่ยอมปล่อยให้ใครมารบกวนความเป็นส่วนตัวอีก หย่งเจี้ยนวางภรรยาลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แต่ร่างสูงกลับทาบทับกักขังนางไว้ใต้ร่าง แววตาคมกริบพินิจพิจารณาใบหน้าเนียนใสของภรรยาด้วยความโหยหาและหวงแหนที่อัดอั้นมานานนับเดือน "ปล่อยนะหย่งเจี้ยน คุณจะทำอะไร..." ซูเหยาเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม "ทำหน้าที่สามีที่บกพร่องมานานอย่างไรล่ะ..." หย่งเจี้ยนกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม กลิ่นอายบุรุษเพศและลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความหวานละมุนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันเริ่มคุกรุ่นขึ้นทีละน้อย ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหย่งเจี้ยนกำลังจะก้มลงประทับจูบซับความดื้อรั้นของภรรยา เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรัวเร็วและรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของผู้ใหญ่บ้านที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักกึก! "คุณนายซูเหยา! ผู้กองหย่งเจี้ยน! แย่แล้วครับ! แปลงเกษตรสวรรค์หลังบ้าน... จู่ๆ ก็มีหมอกประหลาดสีทองพวยพุ่งขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นหอมหวานของโอสถทิพย์ที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของซูเหยาและสามีจอมคลั่งรักมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%