"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอา 'ของเหลือเดน' มาวางเทียบกับสินค้าของตระกูลจางในตลาดเมืองหลวงอีกแม้แต่ครั้งเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องใบเสร็จภาษีและบัญชีสต็อกสินค้าของสหกรณ์อำเภอเลยนะคะ!"
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าพ่อค้าแม่ขายประจำตลาดค้าส่งใหญ่ประจำมณฑล หลินซูเหยาในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเรียบสะอาดตา ยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเฉียบคมดุจใบมีดเคลือบน้ำตาล นางไม่ได้ตะโกนโกลาหล แต่ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อกลับทรงพลังพอจะทำให้ผู้มีอิทธิพลในตลาดถึงกับหน้าซีดเผือด
นี่คือ 'ก้าวสู่ตลาดระดับเมือง' ของแท้... ไม่ใช่แค่การหิ้วตะกร้าใส่ผักป่ามานั่งขายตามมุมถนนเหมือนเช่นวันวาน แต่เป็นการยกขบวนสินค้าเกรดพรีเมียมจากมิติลับที่ผ่านการแปรรูปอย่างประณีต มาบุกเบิกพื้นที่ทำกินใหม่ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่ทั้งทึ่ง ทั้งอิจฉา และจดจ้องจะหาเรื่อง
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงรุ่งสางที่ผ่านมา บรรยากาศภายในบ้านตระกูลจางไม่ได้เงียบสงบเหมือนเคย แม่สามีผู้มักมากในลาภยศและชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของยืนกอดอกขวางประตูเรือน พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความริษยา
"หลินซูเหยา! แกคิดจะทำบ้าอะไร หอบเอาหัวเชื้อแยมผลไม้และหมูแดดเดียวพวกนี้ขึ้นเกวียนเข้าเมือง จะไปอวดรวยให้ชาวบ้านเขาติฉินนินทาตระกูลจางหรือไง ยัยตัวดี! ของพวกนี้ถ้าขายไม่ออก เงินทองก็สูญเปล่าน่ะสิ!"
แม่สามีถลึงตาใส่จนแทบจะถอดรูปเป็นแม่มดใจร้ายในนิทานพื้นบ้าน ทว่าหลินซูเหยาเพียงแค่คลี่ยิ้มบางเบา นางย่อกายทำความารพตามมารยาทอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
"คุณแม่คะ ของจะขายได้หรือไม่ได้ ย่อมวัดกันที่ฝีมือและคุณภาพ ไม่ใช่เสียงนกเสียงกาหน้าเรือนค่ะ อีกอย่าง... เงินที่ฉันนำไปลงทุน ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของฉันกับพี่หย่งเจี้ยน ไม่ได้เบียดเบียนข้าวสารในยุ้งฉางของตระกูลสักเมล็ดเดียว หากคุณแม่เป็นห่วงเรื่องกำไรนัก... รบกวนเก็บแรงไว้รอรับเงินปันผลที่ฉันจะเอามาวางฟาดหน้าท่านตอนสิ้นเดือนดีกว่านะคะ"
ประโยคนั้นทำเอาแม่สามีสำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง ยืนตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ฮึดฮัดกระทืบเท้าอยู่หน้าบ้าน ปล่อยให้สะใภ้ตัวแสบก้าวขึ้นรถเกวียนมุ่งหน้าสู่ประตูเมืองใหญ่โดยมีสามีหนุ่มมาดนิ่งคอยทำหน้าที่ต้อนม้าให้อย่างแข็งขัน
จางหย่งเจี้ยนเหลือบมองภรรยาที่นั่งจัดระเบียบขวดโหลแก้วบรรจุแยมผลไม้รสเลิศด้วยความชื่นชมระคนห่วงใย ดวงตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนยามที่เขาเอ่ยปากถามเสียงทุ้มต่ำ
"ซูเหยา... เมืองใหญ่นั้นผู้คนซับซ้อน พ่อค้าคนกลางก็เขี้ยวลากดิน น้องแน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่ให้พี่ช่วยกดดันใครตั้งแต่ก้าวแรก?"
หลินซูเหยาหันมาสบตาผู้เป็นสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ายวนใจ นางยื่นมือเรียวไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อแกร่งของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นและไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่ช่วงนี้ "คลั่งรัก" นางจนออกนอกหน้า
"พี่หย่งเจี้ยนคะ การทำธุรกิจในเมืองใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารขู่ขวัญเสมอไปหรอกค่ะ เราต้องใช้ 'ผลประโยชน์' ผูกมัดใจคน และใช้ 'คุณภาพ' ตบหน้าพวกหน้าเลือดให้หงายเงิบต่างหากล่ะคะ เชื่อมือภรรยาคนนี้เถอะค่ะ รับรองว่าวันนี้... เราจะได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทองกลับบ้านจนเกวียนแทบแอ่นเลยทีเดียว"
และคำพูดนั้นก็ไม่ใช่การโอ้อวดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่เกวียนสินค้าของตระกูลจางเคลื่อนมาถึงย่านการค้าใจกลางเมือง กลิ่นหอมหวานละมุนของแยมสตรอว์เบอร์รีป่าและกลิ่นหอมเครื่องเทศย่างอวลของหมูหมักสูตรพิเศษจากมิติลับ ก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกซอกซอย ดึงดูดสายตาของเหล่าแม่บ้านชนชั้นกลางและภรรยาข้าราชการผู้มีอันจะกินให้เดินตามกลิ่นราวกับต้องมนต์สะกด
พ่อค้าคนกลางเจ้าถิ่นที่เคยคิดจะเข้ามาขัดขวางและกดราคาสินค้า ต่างต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นว่าสินค้าของหลินซูเหยาไม่ได้มีดีแค่แพ็กเกจจิ้งขวดโหลแก้วใสสะอาดตา แต่รสชาติและการันตีคุณภาพความสดใหม่นั้น... ไร้ที่ติจนต่อให้เอาทองคำมาแลกก็ยังถือว่าคุ้มค่า
ท่ามกลางความชุลมุนของการแย่งกันซื้อสินค้าล็อตแรกจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดสูทสากลและมีบอดี้การ์ดติดตามตัวถึงสองคน ก็เดินแหวกฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงค้าของนาง
"คุณคือเจ้าของผลิตภัณฑ์ 'กุหลาบหนามเงิน' ที่เลื่องลือสินะครับ?" ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มการค้า "ผมเป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้าใหญ่ประจำมณฑล... สนใจจะเซ็นสัญญาผูกขาดส่งสินค้าให้เราแต่เพียงผู้เดียวไหมล่ะครับ?"
หลินซูเหยาสบตาชายผู้มาใหม่นิ่งนาน รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางไม่ได้ตอบรับทันที แต่กลับหยิบขวดโหลแยมสูตรพิเศษรุ่นลิมิเต็ดที่ซ่อนไว้ก้นตะกร้าขึ้นมาวางบนโต๊ะเบาๆ
"ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะท่านผู้จัดการ... แต่ก่อนจะคุยเรื่องสัญญา ฉันมี 'เงื่อนไขลับ' สามข้อที่ท่านต้องรับให้ได้เสียก่อนนะคะ"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงทัน3ตา จางหย่งเจี้ยนก้าวขึ้นมาขนาบข้างภรรรยา มือหนาวางทับบนไหล่มบางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและพร้อมปกป้อง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชน พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกด้วยความตกใจ
"คุณนายซูเหยา! แย่แล้วครับ! ที่บ้านตระกูลจาง... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความแซ่บและรอยยิ้มของซูเหยานะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 17
ก้าวสู่ตลาดระดับเมือง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!