หมอกสีทองเรืองรองที่พวยพุ่งขึ้นจากแปลงเกษตรสวรรค์หลังบ้าน ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่หลินซูเหยาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หญิงสาวกลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองกลุ่มคนแปลกหน้าสามคนที่กำลังยืนทำตาโต น้ำลายสออยู่ริมรั้วไม้ไผ่
"โอ้โฮ! กลิ่นหอมอะไรกันเนี่ย หอมจนไส้ในพุงฉันสั่นไปหมดแล้ว!"
เสียงแหลมสูงของหญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน สวมเสื้อผ้าเก่ามอมแมมแต่ประดับด้วยเข็มกลัดพลาสติกราคาถูกดังขึ้น นางคือ 'ป้าเฉิน' ญาติห่างๆ ฝั่งแม่สามีที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเกือบสิบปี พ่วงด้วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและภรรยาที่เดินตามกันมาติดๆ แบบไม่ได้นัดหมาย
ซูเหยาปัดเศษดินออกจากมือช้าๆ นางหันไปสบตากับจางหย่งเจี้ยนที่เพิ่งสาวเท้ายาวๆ มาหยุดยืนเคียงข้าง สามีหนุ่มของนางขมวดมวลคิ้วเข้มเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับถอยหลังกรูด
"พวกคุณเป็นใคร และเข้ามาในเขตบ้านตระกูลจางได้อย่างไร" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยถามอย่างเย็นชา
ป้าเฉินสะดุ้งโหยงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นหลานเขยทหารที่เคยได้ยินชื่อเสียง ก็รีบปั้นหน้ายิ้มจนเนื้อหน้าย่นยู่เข้าไปด้วยกัน นางดันตัวลูกชายและสะใพ้ให้ก้าวออกมาข้างหน้าทันที
"ตายจริง! หย่งเจี้ยนหลานรัก จำป้าไม่ได้แล้วหรือไក? นี่ป้าเฉินผู้มีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆ ของแม่แกไงล่ะ! ส่วนนี่เจ้าเสี่ยวเป่ากับเมียมัน ได้ยินข่าวว่าพวกแกทำมาค้าขึ้น มีแปลงเกษตรแปลกประหลาดจนคนเขาร่ำลือกันทั้งอำเภอ พวกเราเป็นญาติสนิทมิตรสหาย จะไม่อบอุ่นแวะมาเยี่ยมเยียนได้อย่างไรจริงไหมจ๊ะ?"
คำว่า 'ญาติสนิท' ถูกเปล่งออกมาอย่างหน้าไม่อาย พร้อมกับที่สายตาโลภ ะโมกของทั้งสามคนกวาดมองไปทั่วแปลงผักสวรรค์ที่ตอนนี้พืชผลกำลังเปล่งประกายระยิบระยับราวกับโรยด้วยผงทองคำ
ซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทำให้ป้าเฉินหันมาถลึงตาใส่
"นังเด็กนี่! ผู้ใหญ่เขาพูดด้วย ทำไมทำหน้าทำตาไร้มารยาทแบบนี้ สมแล้วที่แม่แกเคยบ่นว่าได้สะใภ้ตัวซวยเข้าบ้าน!" ป้าเฉินเริ่มออกลายเมื่อเห็นว่าซูเหยาดูท่าทางไม่เกรงกลัว
"ตัวซวยหรือคะ?" ซูเหยาเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางก้าวเข้าไปใกล้รั้วไม้ไผ่ทีละก้าว ชายกระโปรงผ้าฝ้ายพลิ้วไหวตามแรงลม "จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่ครอบครัวฉันเกือบอดตายเพราะถูกคนใจร้ายตัดขาดความช่วยเหลือ พวกท่านที่อ้างตัวว่าเป็น 'ญาติสนิท' ไปหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ที่ไหนกันคะ? หรือว่าตอนนั้นจมูกของพวกท่านใช้การไม่ได้ ถึงไม่ได้กลิ่นความยากจนข้นแค้นของพวกเรา?"
สีหน้าของป้าเฉินเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ "นั่นมันเรื่องในอดีต! ตอนนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แกมีกินมีใช้แล้ว จะใจดำปล่อยให้ญาติอดอยากไม่ได้นะ! ว่าแต่ผักในแปลงนั้นน่ะ เด็ดมาสักครึ่งแปลงสิ ฉันจะเอาไปต้มซดน้ำแกงสักหม้อ สภาพผักงามขนาดนี้ คงขายได้ราคาไม่น้อย... หึๆ ยกให้พวกเราฟรีๆ สักหน่อย แกคงไม่ตระหนี่หรอกมั้ง?"
พูดจบ ป้าเฉินก็ยื่นมืออวบอูมหมายจะปีนข้ามรั้วเข้ามาเด็ดผักวิเศษในแปลงสวรรค์ทันที
*ฉับพลัน!*
เงาร่างสูงใหญ่ของจางหย่งเจี้ยนขยับไวกว่าความคิด มือหนาคว้าข้อมือของป้าเฉินไว้แน่นจนอีกฝ่ายร้องโอดครวญ แรงกดมหาศาลจากฝ่ามือของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนทำเอาป้าเฉินหน้าเขียวคล้ำ
"เขตหวงห้าม ใครอนุญาตให้แตะต้อง" หย่งเจี้ยนเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกราบกวาดมองสามชีวิตตระกูลเฉินราวกับมองมดปลวก
"โอ๊ยๆๆ! มือหักแล้ว! ช่วยด้วย! หลานเขยรังแกคนแก่ คนไม่มีทางสู้!" ป้าเฉินแกล้งร้องโวยวายลั่นบ้าน สะใภ้และลูกชายเห็นท่าไม่ดีก็เริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวายหวังจะให้ชาวบ้านแถบนั้นแห่กันมาดูความอับอายของบ้านตระกูลจาง
ซูเหยาถอนหายใจเบาๆ นางยกมือขึ้นห้ามสามี ปล่อยให้จางหย่งเจี้ยนคลายมือออกอย่างไม่ไยดี หญิงสาวก้าวออกมายืนแถวหน้า ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาคนทั้งสามด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"อยากกินผักจากแปลงสวรรค์ของฉันนักใช่ไหมคะ?" ซูเหยาเอ่ยถามเสียงใส
ป้าเฉินรีบพยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆ! แกนี่มันยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง รีบเอามาเร็วเข้า!"
"ความจริงแล้ว อาหารชั้นเลิศแบบนี้ คนจรจัดหรือแม้แต่สุนัขข้างถนนยังคู่ควรมากกว่าพวกท่านเสียอีก..." ซูเหยาเว้นจังหวะ ปล่อยให้คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "แต่ในเมื่ออุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่ และส่งเสียงร้องครวญครางน่าเวทนาปานนั้น... ฉันก็มี 'เมนูพิเศษ' ต้อนรับญาติผู้หิวโหยค่ะ"
นางหันไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่ที่วางอยู่ข้างศาลา ด้านในเต็มไปด้วยรากพืชสีม่วงเข้มที่มีกลิ่นฉุนกึก ซึ่งนางเพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากมิติพิเศษเมื่อครู่ มันคือ 'รากหนามอัคคี' ที่มีฤทธิ์ขับสารพิษอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ที่กินเข้าไปจะเกิดอาการท้องเสียอย่างหนักถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่รับรองว่าทรมานจนจำไปจนวันตาย!
"เอานี่ไปค่ะ ต้มกินให้อิ่มหนำสำราญเลยนะคะ... แต่อย่าลืมล่ะว่า ของดีราคาแพงแบบนี้ ฉันไม่เคยแจกฟรี" ซูเหยาโยนตะกร้าใส่รากพืชกลิ่นฉุนไปที่เท้าของป้าเฉิน "ค่าวัตถุดิบพรีเมียมนี้ สามคนพ่อแม่ลูก... จ่ายมาคนละห้าสิบหยวนค่ะ!"
"ห้าสิบหยวน?! แกบ้าไปแล้วหรือไง! แค่รากไม้เน่าๆ เหม็นๆ นี่นะ!" ลูกชายป้าเฉินโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโห
"ไม่ซื้อก็ไสหัวไปค่ะ!" ซูเหยาเสียงกร้าวขึ้น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนทุกคนชะงัก "ถ้าภายในสามวินี้ยังไม่ไสหัวออกไปจากเขตบ้านฉัน ฉันจะปล่อยหมาป่า... อ้อ ไม่สปีดทหารยามในค่ายของสามีฉันมาลากตัวพวกแกไปข้อหาบุกรุกยามวิกาล!"
ป้าเฉินหน้าซีดเผือด นางกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทที่พร้อมจะเอาจริงของจางหย่งเจี้ยน นางก็จำใจต้องควักเงินเก็บก้นหีบยับยู่ยี่ออกมาโยนใส่พื้น "เอาไปเลย! นังสะใภ้ตัวแสบ ฉันจะคอยดูว่าพวกแกจะรวยไปได้สักกี่น้ำ!"
ทั้งสามคนคว้าตะกร้าพืชกลิ่นฉุนแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้บริเวณนั้นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ซูเหยาหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางก้มลงเก็บธนบัตรเปื้อนฝุ่นขึ้นมาปัดเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยืนมองนางด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ที่ปิดไม่มิด
"ภรรยาผมนี่... ทั้งฉลาด ทั้งแสบ และน่ารักจนผมอยากจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งตัวแล้วสิครับ" จางหย่งเจี้ยนกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับก้าวเข้าไปโอบเอวบางของนางเข้ามาชิดแนบอก สัมผัสอบอุ่นแผ่ซ่านท่ามกลางลมหนาว
ทว่า... ในวินาทีที่ซูเหยากำลังจะเอאะปากแซ้าสามีกลับนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดอยู่หน้าประตูรั้ว หอบหายใจจนตัวโยนด้วยความตกใจ
"คุณนายซูเหยา! ผู้กองหย่งเจี้ยน! แย่แล้วครับ... ทางการส่งคนมาปิดล้อมทางเข้าหมู่บ้านแล้ว! พวกเขาบอกว่า... บอกว่าคนที่พวกคุณไล่ตะردเมื่อครู่ แท้จริงแล้วคือสายลับที่ทางการกำลังตามล่าตัวอยู่!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 19
ญาติผู้หิวโหย
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!