เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 12

กลยุทธ์ขยายฟาร์ม

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กลิ่นหอมละมุนของชาสมุนไพรชั้นดีที่ลอยกรุ่นออกมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องรับแขกของร้านอาหาร "อวิ๋นหลันเซียง" ในตัวเมืองเวลานี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเถาจิน ผู้จัดการร้านอาหารเหลาชื่อดังระดับทาหน้าฝาผนัง กำลังจดจ้องมองกล่องไม้สนสลักลายวิจิตรตรงหน้าด้วยความระแวงแก I อยากรู้อยากเห็น "คุณหลิน... สิ่งที่คุณพูดมามันฟังดูเหลือเชื่อเกินไปนะคะ พืชตระกูลโสมหิมะเกรดพรีเมียมที่ปลูกได้เฉพาะบนยอดเขาสูงสามพันเมตรในฤดูหนาวจัด กลับถูกคุณนำมาเสนอขายในปริมาณที่พร้อมส่งมอบทุกสัปดาห์... แถมยังสดใหม่รา เพิ่งเด็ดออกจากต้นราวกับต้องมนต์สะกดแบบนี้" หลินซูเหยายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นางไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงเปิดฝากล่องไม้ออกช้าๆ เผยให้เห็นกลุ่มรากโสมสีขาวนวลเนื้อแน่นอวบอิ่ม พร้อมละอองน้ำค้างจางๆ ที่ยังเกาะพราวอยู่บนใบสีเขียวสดราวกับเพิ่งหลุดมาจากแดนเซียน กลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์พวยพุ่งกระจายไปทั่วห้องทันที จนเถาจินถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "ของจริงหรือของปลอม ผู้จัดการเถาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบอาหารเหลามายาวนาน ย่อมดูออกด้วยตาตัวเองอยู่แล้วนี่คะ" เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ รอยยิ้มของนางอาบไล้ด้วยความร้ายกาจเล็กๆ ที่น่าหลงใหล "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้มาเพื่อหลอกลวงให้เสียชื่อเสียงของตระกูลจางหรอกค่ะ ลองสัมผัสดูสิคะ ว่าความชื้นและพลังชีวิตของมันเหนือกว่าโสมทั่วไปในตลาดมืดกี่เท่า" เถาจินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ นางยื่นมือออกไปสัมผัสรากโสมเบาๆ เพียงแค่ปลายนิ้วแตะโดน ความเย็นยะเยือกที่แฝงด้วยความสดชื่นก็แล่นริ้วเข้าสู่กระแสเลือดทันที วัตถุดิบระดับนี้... ต่อให้เป็นฮ่องเต้ในวังหลวงก็ยังหามาเสวยได้ยากยิ่ง แล้วเหตุใดหญิงสาวชาวบ้านจากหมู่บ้านชนบทห่างไกลผู้นี้ถึงสามารถนำมันออกมาวางกองตรงหน้าได้เป็นเข่งๆ เช่นนี้เล่า! "ตกลงค่ะ! ฉันรับซื้อทั้งหมดในราคานำเข้าพิเศษ!" เถาจินตัดสินใจอย่างเด็ดขาดโดยไม่ต้องคิดซ้ำสอง นางรู้ดีว่าหากนำวัตถุดิบนี้ไปปรุงเป็นเมนูซุปโสมตุ๋นจักรพรรดิ ลูกค้าระดับสูงกระเป๋าหนักในเมืองจะต้องแห่กันมาจองโต๊ะจนร้านแทบแตกแน่ "แต่... ฉันมีข้อแม้เดียว คุณหลินต้องผูกขาดการส่งสินค้านี้ให้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ห้ามขายให้ภัตตาคาร 'เทียนเซียง' คู่แข่งตัวฉกาจของเราเด็ดขาดค่ะ!" ซูเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์เป็นประกาย การเจรจาธุรกิจเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ทุกประการ มิติฟาร์มในจิตวิญญาณของนางไม่ได้มีดีแค่ผลิตผักผลไม้ธรรมดา แต่ดินวิเศษและน้ำทิพย์สวรรค์ที่นางหมั่นรดราดทุกวันกำลังเปลี่ยนพืชพันธุ์ธรรมดาให้กลายเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่โลกภายนอกไม่มีวันหาซื้อได้ "เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ ฉันเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ แต่เงินสดเจ็ดส่วน และวัตถุดิบเครื่องปรุงนำเข้าอีกสามส่วนตามที่เราตกลงกันไว้ ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียวนะคะ" เมื่อจัดการธุระในเมืองเสร็จสิ้น หลินซูเหยาก็เดินทางกลับมาถึงบ้านพักตระกูลจางในช่วงบ่ายแก่ๆ ทว่าบรรยากาศรอบบ้านกลับไม่ได้สงบสุขอย่างที่ควรจะเป็น เสียงโวยวายแหลมสูงของแม่สามีดังแว่วมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงทุบโต๊ะปังใหญ่ด้วยความโมโห "นังสะใภ้ตัวดี! ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! แกกล้าดียังไงถึงเอาเงินค่าใช้จ่ายในบ้านไปซื้อเมล็ดพันธุ์บ้าบออะไรมาปลูกเต็มแปลงผหลังบ้านจนหมดเกลี้ยง! ผักพวกนั้นมันกินได้ที่ไหนกันฟะ! มีแต่หญ้าแปลกๆ หน้าตาประหลาด!" แม่สามีตระกูลจางยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าแปลงเกษตรริมรั้ว ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามใช้ไม้กวาดตีเขี่ยต้นกล้าสีทองเรืองแสงอ่อนๆ ที่ซูเหยาเพิ่งเพาะปลูกเมื่อคืนด้วยความหมั่นไส้ หวังจะทำลายมันให้สิ้นซากเพื่อสั่งสอนลูกสะใภ้ที่ช่วงนี้เริ่มแข็งข้อไม่ยอมก้มหัวให้ตนเหมือนก่อน "ถ้าคุณแม่ทำลายต้นกล้าพวกนั้นแม้แต่ต้นเดียว... เกรงว่าเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือนที่ฉันเพิ่งหามาได้ คงจะต้องถูกเก็บเข้ากระเป๋าของฉันแต่เพียงผู้เดียว และตระกูลจางคงไม่ได้เห็นสักแดงเดียวในปีนี้เลยนะคะ" เสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้แม่สามีสะดุ้งสุดตัวจนไม้กวาดในมือเกือบร่วงลงพื้น หลินซูเหยายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ใบหน้างملงงามประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังแม่สามีด้วยแววตาที่กดดันเสียจนหญิงแก่ชะงักถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "แก... นังสารเลว! แกกล้าขู่ฉันเหรอ!" แม่สามีแผดเสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่กล้าขยับไม้กวาดเข้าไปใกล้แปลงผักนั้นอีก เพราะนางรู้ดีว่าช่วงหลังมานี้ ลูกสะใภ้คนนี้ไม่ได้หัวอ่อนให้รังแกเหมือนเก่า แถมยังมีท่าทีแปลกประหลาดที่ทำให้คนในบ้านรู้สึกเกรงกลัวอย่างบอกไม่ถูก ในขณะนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของจางหย่งเจี้ยนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายภรรยาพอดี สายตานิ่งสนิทดุจพญาเสือโคร่งกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเยือกเย็น เขายังคงจำคำพูดของภรรยาเมื่อคืนได้ดี นางบอกเขาว่ากำลังจะสร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัว และขอให้เขาเชื่อใจนาง หย่งเจี้ยนเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของภรรยาที่เชิดขึ้นอย่างมั่นใจ หัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มกำลังก่อตัวขึ้นในอก... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขาเริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้งดงามและน่าหลงใหลเสียจนละสายตาไม่ได้เลย "แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงอำนาจจนแม่สามีต้องหุบปากฉับ "ถ้าซูเหยาบอกว่าจะปลูก ก็ปล่อยให้นางทำเถอะครับ แปลงผักนี้เป็นสิทธิ์ของพวกเราสองคนสามีภรรยา หากแม่ยังมายุ่งวุ่นวายอีก ผมคงต้องพิจารณาเรื่องการแยกบ้านให้เร็วกว่ากำหนด" "หย่งเจี้ยน! แก... แกเข้าข้างนังนี่เหรอ!" แม่สามีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าลูกชายแท้ๆ จะเอ่ยปากไล่นางทางอ้อมเพื่อปกป้องภรรยาเช่นนี้ ซูเหยาแอบอมยิ้มในใจ นางหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่ก้มลงมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนจนแทบละลาย เคมีที่แปลกประหลาดแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นนี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ตกดึก... ภายในห้องนอนที่เงียบสงบ แสงตะเกียงสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของจางหย่งเจี้ยนที่กำลังนั่งลับมีดประจำกายอย่างเงียบเชียบ ขณะที่หลินซูเหยากำลังนั่งนับธนบัตรปึกหนาที่เพิ่งได้มาจากเถาจินด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ "เงินพวกนี้... จะเอาไปทำอะไรต่อ?" เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบื้องหน้า ซูเหยาเงยหน้าขึ้นจากกองเงิน รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางขยับเข้าไปใกล้สามีจนได้กลิ่นกายบุรุษจางๆ "ฉันจะขยายฟาร์มค่ะ... ซื้อที่ดินผืนใหญ่หลังภูเขา แล้วสร้างอาณาจักรธุรกิจของเราเอง แต่ก่อนอื่น..." นางชะوกหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาเบาๆ "คืนนี้... คุณต้องช่วยฉันแบกปุ๋ยสูตรลับไปรดแปลงผักกลางดึก ห้ามบ่นเด็ดขาดนะคะ นายทหารจาง" หย่งเจี้ยนชะงักไปเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้หัวใจของชายชาตรีเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาวางมีดในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะคว้าเอวบางเข้ามาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกราบจ้องมองริมฝีปากอิ่มด้วยความปรารถนาที่ยากจะอดกลั้น "เรื่องงานในแปลงผัก... ผมทำตามบัญชาภรรยาอยู่แล้วครับ" น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมหู "แต่ก่อนจะไป... ค่าจ้างล่วงหน้าสำหรับสามีคนนี้ล่ะ อยู่ไหน?" ซูเหยายังไม่ทันได้เอ่ยปากท้วง ริมฝีปากหนาก็โน้มลงมาประกบทับริมฝีปากของนางทันทีอย่างไร้การลังเล ความหวานล้ำที่อบอวลไปด้วยความคลั่งรักทำให้ห้องนอนทั้งห้องร้อนรุ่มขึ้นในพริบตา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดๆ กัน! *ปัง! ปัง! ปัง!* "คุณจางหย่งเจี้ยน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! มีคำสั่งด่วนที่สุดจากกองทัพ ส่งตรงมาจากเมืองหลวง... แจ้งว่าคุณถูกเรียกตัวกลับเข้ากองพันทันทีเพราะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ชายแดน!" **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ!**
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%