"ถ้าคิดจะมาหาเรื่องถึงชายคาบ้านฉันล่ะก็... รบกวนช่วยเตรียมเงินชดเชยค่าเสียงดังรบกวนสมาธิชาวบ้านมาด้วยนะคะ!"
ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง รอยยิ้มบนเรียวปากบางเฉียบไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่กำลังมองตรงไปยังร่างอวบอ้วนของสะใภ้รองตระกูลเฉิน ซึ่งกำลังอ้าปากค้างกลางอากาศด้วยความตกตะลึง ป้าสะใภ้รองผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องปากหอยปากปูและชอบมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องบ้านคนอื่นเป็นกิจวัตร แต่เจอการตอกกลับแบบมัดมือชกเช่นนี้เข้าไป มีอันต้องหน้าชาดิกจนพูดไม่ออก
ดูท่าทางแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนแรกจะรีบมาทวงความซวยให้ตัวเองเร็วกว่าที่คาดไว้นะคะ...
เสียงซุบซิบของชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบรั้วบ้านตระกูลจางดังเซ็งแซ่ หลายคนกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อเห็นภาพป้าสะใภ้รองผู้ทรงอิทธิพลประจำหมู่บ้านต้องถอยกรูดไปสามก้าว หลินซูเหยาในยามนี้ไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอที่ก้มหน้าให้คนรังแกอีกต่อไปแล้ว ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้านยืนกอดอกพิงวงกบประตูอย่างสบายอารมณ์ เบื้องหลังของเธอกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับสมุนไพรจีนโชยเตะจมูก เรียกน้ำย่อยของทุกคนจนต้องกลืนน้ำลาย
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าหาญพอจะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธออีก ซูเหยาจึงหมุนตัวกลับเข้าสู่ความอบอุ่นภายในบ้าน เรือนไม้หลังเล็กที่เคยดูอึมครึมและไร้ชีวิตชีวา บัดนี้ได้รับการจัดการอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยฝีมือของเธอเอง ชั้นวางสมุนไพร ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางเข้าที่ มุมครัวสะอาดสะอ้านจนน่ามอง และที่สำคัญ... บนโต๊ะไม้กลางห้อง มีร่างสูงใหญ่ของสามีหนุ่มทหารนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
จางหย่งเจี้ยนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์เก่าๆ แววตาดุคมกริบที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์ ทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาก็พบว่าสายตาของตนเองมักจะคอยติดตามทุกย่างก้าวของภรรยาคนนี้โดยไม่รู้ตัว ความเด็ดขาด ความฉลาดเฉลียว และรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้นิดๆ นั้น... มันช่างดึงดูดใจจนน่าอันตราย
"เหนื่อยไหมคะ?" ซูเหยาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยธรรมชาติ เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับรินน้ำอุ่นส่งให้เขา ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดสำรวจสามีหนุ่ม ชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มรีดเรียบไร้รอยยับ แม้เขาจะดูนิ่งขรึมจนคนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้ แต่สำหรับเธอแล้ว หย่งเจี้ยนเปรียบเสมือนเตาผิงอุ่นๆ ในฤดูหนาว ที่ไม่เพียงแต่ให้ความอบอุ่น แต่ยังพึ่งพาได้เสมอ
หย่งเจี้ยนรับถ้วยน้ำอุ่นมาถือไว้ แต่นัยน์ตายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบเนียนใสของภรรยา เขาขยับริมฝีปากคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ก็ลังเล ครู่ใหญ่ต่อมา นิ้วมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับอาวุธก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตทหาร ควักห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อหนาเตอะออกมาวางไว้บนโต๊ะเสียงดัง 'ตุบ'
ซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ กวาดตามองห่อกระดาษนั้นสลับกับใบหน้าคมคายที่เริ่มมีรอยแดงจางๆ ตรงใบหู
"นี่คืออะไรคะ? หรือว่าคุณแอบไปซื้อขนมลับมาฝากฉันอีก?" น้ำเสียงของเภารósระAมรื่นเริงขึ้นเล็กน้อย นึกถึงขนมเปี๊ยะไส้ทะลักที่เธอเคยบ่นอยากกินเมื่อสองวันก่อน
"ไม่ใช่ขนม" หย่งเจี้ยนตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบหลุบมองต่ำลงเล็กน้อยราวกับคนทำความผิด "เงินเดือนงวดนี้... และเบี้ยเลี้ยงพิเศษจากการฝึกทหารกองเกิน"
พูดจบ มือหนาก็แกะห่อกระดาษออก เผยให้เห็นปึกธนบัตรสีต่างๆ ทั้งใบใหญ่และใบย่อยวางเรียงรายกันเป็นระเบียบ แม้จะไม่ใช่เงินจำนวนมากมายมหาศาลหากเทียบกับเศรษฐีในเมืองใหญ่ แต่สำหรับครอบครัวทหารชนบทแล้ว นี่คือเงินก้อนโตที่สามารถใช้จ่ายกินอยู่ได้สบายๆ ไปอีกหลายเดือนโดยไม่ต้องกังวล
ซูเหยาถึงกับกะพริบตาปริบๆ เธอมองเงินจำนวนนั้นแล้วเงยหน้ามองสามีด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง "คุณเอาเงินเดือนทั้งหมดมาให้ฉันเก็บเหรอคะ? แล้วเงินส่วนตัวของคุณล่ะ... ไม่เก็บไว้สูบยาหรือสังสรรค์กับสหายในกองร้อยเลยหรือไง?"
"ผมไม่สูบบุหรี่ และไม่ชอบสังสรรค์กับใคร" หย่งเจี้ยนตอบทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าขัน "เงินนี่... เธอเก็บไว้เถอะ อยากซื้ออะไร อยากกินอะไร หรืออยากได้วัตถุดิบอะไรมาทำของอร่อยๆ เพิ่มทุนทำมาค้าขาย ก็เอาไปใช้ให้หมด ไม่ต้องประหยัดเพื่อผม"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับคำมั่นสัญญา ทำให้หัวใจดวงน้อยของนางร้ายสาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ยุคสมัยนี้จะมีผู้ชายสักกี่คนกันที่ยอมมอบเงินเดือนทั้งหมดในกระเป๋าให้ภรรยาเก็บโดยไม่แม้แต่จะถามสักคำว่าเธอจะเอาไปใช้อะไร? ยิ่งเป็นสามีในนิยายที่ถูกวางบทให้เป็นคนเงียบขรึมและเข้าถึงยากด้วยแล้ว การกระทำเช่นนี้ช่างสวนทางกับภาพลักษณ์ภายนอกเสียจริง
รอยยิ้มหวานหยดย้อยผุดขึ้นบนเรียวปากของซูเหยา ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เธอเอื้อมมือไปแตะปึกธนบัตรเหล่านั้นเบาๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองสามีหนุ่มด้วยแววตาหยเย้า
"โอ้โห... ทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมของเรา วันนี้เกิดใจป๋าขึ้นมาได้ยังไงกันคะเนี่ย? หรือว่าแอบไปทำความผิดอะไรมา ถึงได้เอาเงินมาสินบนภรรยาเพื่อความบริสุทธิ์ใจกันแน่?"
หย่งเจี้ยนชะงักไปนิดเมื่อเจอคำถามหยอกเย้า ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยอย่างทำตัวไม่ถูก เขาไม่ใช่คนเก่งเรื่องการพูดจาหวานเลี่ยน ยิ่งเวลาอยู่ต่อหน้าภรรยาที่ฉลาดเป็นกรดและทันคนเช่นเธอ เขามักจะรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาไปเสียทุกที
"ผมไม่เคยทำเรื่องผิดต่อเธอ" หย่งเจี้ยนเอ่ยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ผมแค่... อยากให้เธอลบความคิดที่ว่าบ้านนี้ไม่มีเงินออกจากหัวเสียที เธออยากกินอะไร อยากซื้ออะไร ทำตามใจตัวเองได้เลย มีผมคอยหนุนหลังอยู่ทั้งคน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาตบตาเอาเปรียบเธอได้อีก"
โอ R... พ่อคุณเอ๋ย! นี่มันประโยคบอกรักสไตล์ทหารคลั่งรักชัดๆ!
ซูเหยาแอบกรีดร้องด้วยความหมั่นเขี้ยวในใจ บรรยากาศรอบตัวคล้ายอบอวลไปด้วยไออุ่นสีชมพูจางๆ กลิ่นอายความแห้งแล้งของชนบทถูกแทนที่ด้วยความรื่นรมย์ของชีวิตคู่ที่กำลังผลิบานอย่างงดงาม เธอแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียดแล้วกวาดเงินทั้งหมดเข้าหาตัวด้วยความเร็วแสง
"ในเมื่อสามีใจป๋าขนาดนี้แล้ว ถ้าฉันไม่ยอมรับไว้ก็คงเสียน้ำใจแย่เลยสินะคะ งั้นเงินก้อนนี้... ฉันจะเอาไปลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์พืชแปลกๆ มาปลูกเพิ่มในแปลงหลังบ้าน และส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ทำทุนเปิดร้านค้าเล็กๆ ในหมู่บ้าน คุณไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ?"
"ตามใจเธอทุกอย่าง" หย่งเจี้ยนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตของเขาในตอนนี้ ขอแค่ภรรยาพึงพอใจและมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟเขาก็ยินดีทำทั้งสิ้น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอุ่นจนน่าอิจฉานั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ขัดจังหวะความสุขของคนทั้งสองลงอย่างไม่ไว้หน้า แรงกระแทกรุนแรงจนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือนตามจังหวะ พร้อมกับเสียงโวยวายโหลหนาตึงตังที่ตะโกนด่าทอเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว
"หลินซูเหยา! นังตัวดี! ออกมานี่นะ! แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนสะใภ้รองตระกูลเฉินจนต้องวิ่งร้องไห้ฟูมฟายกลับบ้าน วันนี้ฉันที่เป็นแม่สามีจะสั่งสอนแกให้หลาบจำเอง!"
เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'แม่สามีตระกูลจาง' ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงและความเห็นแก่ตัว ที่พานพรรคพวกบุกมาถึงหน้าบ้านด้วยความแค้นเคือง!
ซูเหยาหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอค่อยๆ วางปึกธนบัตรในมือลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองสามีที่ใบหน้ามืดมนลงถนัดตา
หย่งเจี้ยนขมวดคิ้วแน่น รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างหนาราวกับพายุที่กำลังก่อตัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมจะก้าวออกไปจัดการกับปัญหาภายนอก แต่ซูเหยา却ยื่นมือเรียวไปแตะแขนเขาไว้เบาๆ
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ชวนให้คนฟังต้องเสียวสันหลังวาบ
"เดี๋ยวสิคะคุณสามี... แขกตัวใหญ่มาหาถึงที่ทั้งที จะให้คุณออกโรงคนเดียวได้ยังไงกันคะ? ในเมื่อพวกนางอยากหาเรื่องนัก ฉันนี่แหละ... จะเป็นคนต้อนรับพวกนางด้วย 'เมนูพิเศษ' ที่ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตเองค่ะ!"
*แกร๊ก...*
เสียงกลอนประตูถูกปลดล็อกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ซ่อนความอันตรายไว้เต็มเปี่ยมของหลินซูเหยา และเบื้องหลังเธอนั้น... ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มผู้พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งที่กล้ามาทำร้ายภรรยากก้าวตามออกมาติดๆ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 11
ทหารหนุ่มสายเปย์
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!