เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง!* กังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวเล็กๆ ยามโพล้เพโละ เป็นเสียงที่ขับไล่ความอึมครึมระหว่างคนทั้งสองที่ตกอยู่ในวังวนแห่งความหวาดระแวงมานานนับแรมปีออกไปทีละน้อย กลิ่นหอมฉุยของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำและน้ำตาลกรวดที่เคี่ยวจนสีอำพันเข้มข้น ลอยตลบอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นหอมเผ็ดร้อนของขิงแก่และพริกไทยขาวซอยละเอียด ซูเหยาตวัดปลายตะหลิวอย่างคล่องแคล่ว แววตาของนางสะท้อนภาพไอร้อนสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นกระทบกับหลังคาไม้ไผ่สาน มื้อนี้ไม่ใช่แค่มื้อค่ำธรรมดา แต่เป็นสมรภูมิแห่งความจริงใจที่นางตั้งใจจะใช้ ‘กระทะ’ และ ‘ฝีมือ’ สยบหัวใจด้านชาของนายทหารหนุ่มผู้แข็งกระด้าง
"ยืนทื่อเป็นเสาหินอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวข้าวเย็นก็ชืดหมดพอดีหรอกค่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไม่ใช่เดินด้วยความเงียบงันนะคะ ผู้กองจาง"
ซูเหยาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง น้ำเสียงของนางเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยแต่มั่นคง ดวงหน้าด้านข้างที่สะท้อนแสงไฟจากเตาฟืนดูนุ่มนวลขึ้นถนัดตา
จางหย่งเจี้ยนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่เนิ่นนาน สะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกดึงออกจากภวังค์ ดวงตาคมกริบทรงอำนาจที่เคยใช้ตบตาเหล่าสายลับและผู้ใต้บังคับบัญชาในค่ายทหาร บัดนี้กลับกวาดมองแผ่นหลังบอบบางของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนจนยากจะอธิบาย ตั้งแต่เหตุการณ์ที่นางลุกขึ้นมาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ซัดหน้าแม่สามีจอมเอาเปรียบและประกาศกร้าวเรื่องการแยกบ้าน ซูเหยาคนเดิมที่เอาแต่กรีดร้องโวยวายและสร้างความน่ารำคาญก็ราวกับถูกกลืนหายไป เหลือเพียงหญิงสาวผู้เพียบพร้อม เต็มไปด้วยเล่ห์กลอันงดงามและสติปัญญาที่เฉียบคมจนน่าตกใจ
ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ รองเท้าคอมแบทเก่าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดบนพื้นดินอัดแน่น เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตากลับกวาดมองโต๊ะไม้ตัวเตี้ยที่บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยสำรับอาหารสี่อย่างที่หาทานได้ยากยิ่งในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้—ผัดผักกาดขาวใส่กุ้งแห้งตัวโตเนื้อแน่นที่ดูฉ่ำน้ำ ซุปไก่บ้านตุ๋นโสมและรากบัวส่งกลิ่นหอมสมุนไพรจางๆ ปลาช่อนนึ่งซีอิ๊วราดด้วยต้นหอมซอยและน้ำมันร้อนๆ และแน่นอน หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่ละลายในปากซึ่งกำลังส่งกลิ่นยั่วยวนน้ำลายสอ
"นี่... เธอเอาวัตถุดิบพวกนี้มาจากไหน?" หย่งเจี้ยนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความระแวงที่หลงเหลืออยู่ เขารู้ดีว่าเสบียงในบ้านมีอะไรบ้าง แป้งสาลีขึ้นราครึ่งถุงกับมันสำปะหลังแห้งๆ คือทั้งหมดที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ แต่วันนี้บนโต๊ะกลับมีเนื้อสัตว์ชั้นดีและสมุนไพรราคาแพงราวกับเสกได้
ซูเหยาหันขวับมา รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางวางจานสุดท้ายลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้สามีจนร่างสูงต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวนางลอยเข้าแตะจมูกเขา ทำให้หัวใจของนายทหารผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อกระสุนปืนกลับเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
"ความลับค่ะ... ผู้กองผู้ยิ่งใหญ่ หรือท่านคิดว่าฉันไปขโมยใครมา?" ซูเหยาเอียงคอถาม ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับด้วยความขบขัน "วางใจเถอะค่ะ ของทุกอย่างได้มาอย่างสุจริต น้ำพักน้ำแรงของฉันเองทั้งนั้น หากท่านกลัวว่ามันจะมีพิษ ก็เชิญนั่งมองฉันกินคนเดียวได้เลยนะคะ"
นางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นหมูสามชั้นสีสวยเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข สีหน้าและท่าทางเอร็ดอร่อยนั้นช่างธรรมชาติเสียจนความเคลือบแคลงใจในอกของหย่งเจี้ยนพังทลายลงในพริบตา
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อบรรยากาศอันอบอุ่นและกลิ่นหอมยั่วยวนใจ เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยมืออันหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชีวิตแต่งงานของพวกเขาคือการทนอยู่ร่วมกันอย่างไร้รัก แม่ของเขาคอยเสี้ยมสอนให้เกลียดชังสะท้านสะใภ้คนนี้ ส่วนเขาก็เอาแต่มุ่งมั่นกับงานในกองทัพจนละเลยบ้านช่อง แต่วินาทีนี้ เมื่อซูเหยาคีบชิ้นปลาเนื้อขาวไร้ก้างมาวางลงในชามข้าวของเขาอย่างไร้พิธีรีตอง ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกแช่แข็งไว้ก็เริ่มละลาย
"กินสิคะ มัวแต่มองหน้าฉัน ข้าวสวยร้อนๆ จะเย็นชืดเสียก่อน" นางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
หย่งเจี้ยนก้มมองชิ้นปลาในชาม ก่อนจะเงยหน้าสบตากับภรรยา ความเงียบระหว่างพวกเขามีความหมายเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความอึดอัดที่น่ารังเกียจอีกต่อไป แต่เป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้หัวใจได้สื่อสารกัน
"ฉัน... ขอโทษ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก มันคือคำพูดที่ชายชาติทหารอย่างเขาไม่เคยเอ่ยปากบอกใครมาก่อน "เรื่องที่ผ่านมา... ฉันไม่ได้ปกป้องเธอ ปล่อยให้แม่กับน้องสาวรังแกเธอมาตลอด"
ซูเหยาชะงักตะเกียบในมือ นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม หัวใจดวงน้อยในอกกระตุกวูบ นางรู้ดีว่าต้นเหตุไม่ใช่ความผิดของเขาเสียทั้งหมด แต่การที่เขาเอ่ยปากยอมรับความบกพร่องในฐานะสามี นั่นหมายความว่ากำแพงที่เขากั้นขวางระหว่างเขากับนางได้พังทลายลงแล้ว
"ท่านผู้กอง..." ซูเหยายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้เปี่ยมด้วยการประชดประชันเหมือนเก่า "คำขอโทษนี้ ฉันรับไว้ค่ะ... แต่จำไว้นะคะ นับจากวันนี้ไป ใครหน้าไหนก็รังแกฉันไม่ได้อีก แม้แต่แม่ของท่านเองก็เถอะ หากพวกเขายังกล้ามาหาเรื่องเราอีก ฉันนี่แหละจะเป็นคนจัดการเองโดยไม่ต้องรบกวนมืออันทรงเกียรติของท่าน"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวทำเอาหย่งเจี้ยนเผลอหลุดหัวسออกมาเบาๆ เป็นรอยยิ้มแรกที่ซูเหยาเคยเห็นตั้งแต่วันที่นางทะลุมิติเข้ามา รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าคมเข้มของเขามีเสน่ห์จนน่าใจหาย
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หย่งเจี้ยนคีบผักให้ซูเหยา ส่วนนางก็ตักซุปไก่ส่งให้เขา เป็นภาพครอบครัวที่สามีภรรยาควรจะเป็นมาเนิ่นนาน ความเข้าใจที่เคยบิดเบี้ยวเริ่มถูกถักทอใหม่ทีละปมด้วยความใส่ใจและอาหารรสเลิศ
ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่นและเปี่ยมด้วยความหวัง เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงราวกับต้องการพังมันให้พังครืนลงมา
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"อีสะใภ้ตัวดี! หลินซูเหยา! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้! กล้าดียังไงถึงตัดขาดจากตระกูลจาง แถมยังขนข้าวของหนีไปหมด! แกออกมานี่นะอีนางตัวแสบ!"
เสียงแหลมสูงและคุ้นเคยตะโกนแผดลั่นแข่งกับเสียงลมหนาวด้านนอก นั่นคือเสียงของแม่สามีจางผู้เหี้ยมเกรียม ที่บุกมาถึงเรือนพักหลังน้อยพร้อมกับสมุนบริวารในยามวิกาล
ซูเหยาชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา นางวางตะเกียบลงช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ใบหน้าคมเข้มบัดนี้มืดมนลงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มทันที
ทว่า ก่อนที่หย่งเจี้ยนจะทันได้ลุกขึ้นไปจัดการ ซูเหยากลับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนแกร่งของเขาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่งามพินิจมองออกไปนอกประตูด้วยความท้าทาย
"ใจเย็นก่อนค่ะผู้กอง..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "ในเมื่อพวกเขารนหาที่มาส่งถึงที่... คืนนี้ เรามาดูละครฉากใหญ่กันหน่อยดีกว่าไหมคะว่า ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าขอร้อง?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปกับซูเหยาในค่ำคืนนี้เสมอนะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 7
คืนใจให้กันและกัน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!