กลิ่นหอมฉุนของน้ำมันหมูที่กระทบกับกระทะเหล็กเดือดพล่าน มิอาจกลบเสียงบ่นกระปอดกระแปดของแม่สามีที่ดังลอดมาจากห้องโถงได้เลยค่ะ
“อีเด็กนี่ มันตื่นสายหรือแกล้งตายกันแน่! ผ้ากองเป็นภูเขาซะขนาดนั้น ยังไม่ยอมออกมารีดให้เรียบร้อยอีก หรือหวังจะให้ฉันต้องมาปรนเปรอแกถึงเตียงด้วย ห ะ!”
หลินซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มเยาะเย้ยด้วยความระоอา มือเรียวบางที่กำลังบรรจงห่อ “เกี๊ยวแป้งบางไส้ผักทิพย์” จากมิติลับหยุดชะงักไปนิดเดียว ก่อนจะตักไส้หมูผสมผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียมลงไปอีกช้อนอย่างไม่สะทกสะท้าน ผ้ากองนั้นน่ะหรือคะ? ฝันไปเถอะค่ะว่าจะได้แตะต้อง เพราะในโลกใบใหม่นี้ หลินซูเหยาคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้คนอื่นโขกสับได้ตายไปตั้งแต่คืนวานแล้วค่ะ!
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระท่อมไม้เก่าๆ ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยร่างสูงใหญ่ของจางหย่งเจี้ยน สามีหนุ่มนายทหารผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับสลักจากหินผา เขาก้าวเข้ามาเงียบๆ พร้อมกับกะละมังไม้ใส่ฟืน ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองภรรยาคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“เธอ... จะเอาของพวกนี้ไปจริงๆ หรือ ซูเหยา?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างกังวล ขณะมองตะกร้าไม้ไผ่สานที่ถูกคลุมด้วยผ้าเก่าๆ สองใบ ภายในบรรจุผักกาดขาวอวบอ้วนที่อวบอิ่มจนน้ำแทบหยด และมะเขือเทศสีแดงสดใสที่ดูราวกับผลไม้จากสรวงสวรรค์ ไม่ใช่ผักแคระแกร็นตามแปลงไร่ชาวบ้านทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
“ทำไมคะ สามี กลัวว่าฉันจะไปก่อเรื่อง หรือกลัวว่าฉันจะหาเงินมาได้มากกว่าคุณกันแน่?” ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความมั่นใจ รอยยิ้มซุกซนแต้มอยู่ที่มุมปากทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
ช่วงนี้ภรรยาของเขามีเสน่ห์เหลือเกินค่ะ ทั้งกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความลับที่น่าค้นหา จนเขาแทบอยากจะซ่อนเธอไว้ไม่ให้ใครเห็นในตลาดมืดแห่งนั้นเลยทีเดียว
“ฉันแค่เป็นห่วง... ตลาดมืดช่วงตีสามมีความเสี่ยงมาก ถ้าพวกหน่วยตรวจการณ์จับได้...” หย่งเจี้ยนขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกลิ่นอายดินฝนจางๆ จากตัวเขาลอยเข้าจมูกซูเหยา แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรู้ทัน พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาหนึ่งที
“ห่วงฉัน หรือห่วงกลัวฉันจะขายไม่ได้กำไรกันคะ? วางใจเถอะค่ะ... ผักชุดนี้ของฉัน ต่อให้เป็นขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงก็ยังต้องแย่งกันซื้อเลยค่ะ”
ซูเหยาพูดพลางปิดฝะตะกร้าสนิท ก่อนจะแอบส่งจิตเข้าไปในมิติลับเพื่อหยิบ “ป้ายหยกปลอม” ที่เธอทำขึ้นเองซ่อนไว้ใต้ก้นตะกร้า ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์ การออกไปตลาดมืดครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เธอจะไปขายผักเพื่อสร้างทุนตั้งตัวเท่านั้นนะคะ แต่เธอจะไปสั่งสอนพวกหน้าเนื้อใจเสือที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลจางให้ได้รู้สำนึกเสียบ้าง!
ยามวิกาลมาเยือน ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้านหลงเหมิน มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องกระทบผืนนา เงาร่างสองร่างลักลอบเดินลัดเลาะไปตามทางเกวียนเก่าๆ ซูเหยาในชุดเสื้อผ้าสีเข้มกลมกลืนกับความมืดเดินนำหน้าอย่างคล่องแคล่ว โดยมีจางหย่งเจี้ยนเดินระแวดระวังภัยให้อยู่เงียบๆ
ตลาดมืดแห่งอำเภอเฉิงกวนตั้งอยู่หลังโรงสีร้าง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวปลาคละคลุ้งไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ผู้คนสวมหมวกคลุมหน้ามิดชิดกำลังกระซิบกระซาบซื้อขายสินค้ากันอย่างรีบร้อน ซูเหยายืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก1 ครั้งเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะเดินตรงไปยังมุมอับที่ค่อนข้างปลอดคน แต่กลับมีกลุ่มพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดกำลังยืนคุมเชิงอยู่
“เฮ้ย! อีหนู เอาอะไรมาขายวะ? แถวนี้เขาไม่ต้อนรับพวกหน้าใหม่หรอกนะเว้ย ถ้าไม่มีของดีจริง ไสหัวกลับไปซะ!” เสียงห้าวทุ้มต่ำของชายร่างท้วมสวมหมวกฟางเอ่ยขึ้นอย่างดูถูก พร้อมกับก้าวเข้ามาขวางทางพร้อมสมุนอีกสองคน
ซูเหยาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อให้จางหย่งเจี้ยนขยับมายืนบังมุมมืดไว้ครึ่งตัว ก่อนจะเปิดผ้าคลุมตะกร้าออกอย่างช้าๆ ราวกับเปิดหีบสมบัติล้ำค่า!
*ฟุ่บ!*
กลิ่นหอมหวานสดชื่นของผักผลไม้จากมิติวิเศษพวยพุ่งกระจายออกไปทั่วบริเวณอับชื้นทันที ราวกับสายลมบริสุทธิ์พัดผ่านกลางกองขยะ ท่ามกลางความมืดมิด ผักกาดขาวในตะกร้ากลับเปล่งประกายเรืองรองราวกับเคลือบด้วยน้ำค้างสวรรค์ มะเขือเทศลูกโตผิวเต่งตึงดูน่ากัดกินจนชายร่างท้วมและสมุนถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัว
“นี่มัน... ผักอะไรวะเนี่ย?! ทำไมมันถึงหอมขนาดนี้!” พ่อค้าคนกลางเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน สัญชาตญาณนักค้าของเถื่อนบอกทันทีว่านี่คือ “สินค้าเกรดพรีเมียมหายาก” ที่ต่อให้มีเงินทองกองเท่าภู Lก็อาจหาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป!
“ผักปลอดสารพิษบำรุงกำลังค่ะ... คุณพี่สนใจจะเหมาหมดนี่ในราคาเท่าไหร่ดีคะ?” ซูเหยาแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดโกน
การค้าขายครั้งแรกในตลาดมืดกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล แต่ทว่า... ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเหล่าพ่อค้า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของ “หน่วยตรวจการณ์กวาดล้างตลาดมืด” กลับดังขึ้นจากปากทางเข้าซอยมืดอย่างกะทันหัน!
“หยุดอยู่ตรงนั้น! ใครทำกิจกรรมค้าขายผิดกฎหมาย ยอมจำนนซะดีๆ!”
หัวใจของจางหย่งเจี้ยนกระตุกวูบ เขารemมือคว้าเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวทันทีด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง ทว่าซูเหยากลับไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แล้วกระซิบบอกสามีข้างหูเบาๆ ว่า—
“อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะสามี... ดูโน่นสิคะ คนที่นำทีมตรวจค้นเข้ามา... คือน้องเขยตัวแสบของตระกูลเราไม่ใช่หรือคะเนี่ย?”
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ติดตามและร่วมสร้างรอยยิ้มไปกับซูเหยาในตอนนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 8
ลักลอบนำสินค้าเข้าตลาดมืด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!