เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 14

ศัตรูหัวอิจฉาในหมู่บ้าน

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เสียงทุบประตูรั้วไม้ไผ่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาให้ได้ พร้อมกับเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหวังที่ตะโกนแหกปากลั่นซอย "หลินซูเหยา! นังตัวดี แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ข้างในแล้วจะทำเป็นหูทวนลมได้นะ!" หลินซูเหยากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ นางไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย มือเรียวบางยังคงบรรจงพลิกแผ่นแป้งยัดไส้เนื้อหมูป่ารมควันในกระทะเหล็กหล่อ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัวจนทะลุออกไปนอกรั้วบ้าน กลิ่นเครื่องเทศและเนื้อย่างชั้นดีนี้เองที่เป็นชนวนเหตุเพลิงริษยาของชาวบ้านในหมู่บ้านหลงเหมิงแห่งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวตระกูลจางของนางใช้ชีวิตราวกับอยู่บนสวรรค์ ทั้งข้าวสารขาวจั๊วะ หมูสามชั้นชิ้นโต และเสียงหัวเราะของจางหย่งเจี้ยนผู้เป็นสามีที่นับวันยิ่งคลั่งไคล้ภรรยาจนออกนอกหน้า สิ่งเหล่านี้ทิ่มแทงตาบรรดาเพื่อนบ้านใจแคบเข้าอย่างจัง "เปิดสิคะ รออะไรอยู่ล่ะ" หลินซูเหยาพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะ นางตักแผ่นแป้งสีทองกรอบน่ารับประทานขึ้นมาวางบนจานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ก่อนจะเดินน่อง ่องออกไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้ แอ๊ด... ประตูรั้วไม้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าบึ้งตึงและดวงตาที่ลุกเป็นไฟด้วยความอิจฉาริษยาของป้าสะใภ้ใหญ่ และตามมาด้วยเหล่าแม่บ้านปากตลาดอีกสี่ห้าคนยืนออกันแน่นขนัด พวกเขากวาดสายตามองสำรวจไปทั่วลานบ้าน เห็นรั้วบ้านที่ได้รับการซ่อมแซมใหม่ แปลงผักเขียวขจีที่โตวันโตคืน และควันไฟจากห้องครัวที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ "อุ๊ย ตายจริง! ลมอะไรหอบพวกท่านมากันหมดนี่คะ?" หลินซูเหยาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้เต็มเปี่ยม "หรือว่ากลิ่นหอมของเนื้อผัดพริกในครัวฉัน มันลอยไปยั่วโมโหพวกท่านเข้า ถึงได้พากันมาเคาะประตูบ้านฉันแต่เช้าตรู่แบบนี้?" ป้าสะใภ้ใหญ่ถลึงตาใส่จนแทบถديกออกนอกเบ้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความโกรธ แต่กลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาจากตัวของหลินซูเหยากลับยิ่งทำให้เลือดขึ้นหน้า "หลินซูเหยา! แกอย่ามาทำเป็นไขسแดง! ทุกคนในหมู่บ้านเขาลือกันหนาหูว่า แกไปเอาเงินทองมากมายมาจากไหน สั่งซื้อข้าวของฟุ่มเฟือยเข้าบ้านทุกวัน ทั้งๆที่ผัวแกเป็นแค่นายทหารชั้นผู้น้อย!" "นั่นสิ! หรือว่าแกแอบไปทำเรื่องชั่วช้าอะไรลับหลังสามี?" หญิงสาวอีกคนเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก "บอกมานะว่าแกไปขโมยเงินมาจากไหน หรือไปขายตัวที่อำเภอมากันแน่?!" บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดขึ้นในทันที สายตาทุกคู่จดจ้องมาที่หลินซูเหยาด้วยความสะใจและรอเหยียบย่ำ พวกมันรวมหัวกันมาในวันนี้ก็เพื่อจะกดดันให้นางอับอายและขับไล่นางออกนอกหมู่บ้านฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้ชาวบ้านตาดำๆ ที่ยังยากจนข้นแค้น ทว่า หลินซูเหยากลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มมุมปากยิ่งลึกขึ้นจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของแต่ละคนด้วยแววตาดุจดั่งพญาเสือดาวที่กำลังมองฝูงแกะโง่เขลา "เรื่องเงินทองที่พวกท่านสงสัย..." หลินซูเหยาจงใจเว้นจังหวะ ทอดเสียงช้าๆ ให้คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง "มันมาจากการที่ฉัน 'ขยันทำมาหากิน' และมีความสามารถในการค้าขายอย่างไรล่ะคะ ผิดกับพวกท่าน ที่วันๆ เอาแต่ชะเง้อมองรั้วบ้านคนอื่น รอเศษทาน และนินทาชาวบ้านไปวันๆ พอเห็นคนอื่นได้ดิบได้ดี ก็ทนไม่ได้จนต้องมารวมหัวกันเห่าหอนหน้าบ้านฉันแบบนี้ น่าสมเพชเสียจริงนะคะ" "นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาว่าพวกฉัน!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดลั่นด้วยความโกรธจัด ยกมือขึ้นชี้หน้าหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน แต่ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มก็ดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มชาวบ้าน "ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวสิครับ" ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่รีดเรียบกริบของจางหย่งเจี้ยนก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนทุกคนต้องสะดุ้งสุดตัว เขากวาดสายตาดุร้ายมองไปยังป้าสะใภ้ใหญ่และพวกพ้องด้วยความเย็นชาถึงขั้วหัวใจ แม้แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ว่าแน่ ยังต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว จางหย่งเจี้ยนเดินตรงดิ่งเข้าไปโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาแนบชิด สายตาที่มองหลินซูเหยาอ่อนโยนลงทันทีราวกับคนละคน "ซูเหยา... คุณเหนื่อยไหมครับ ปล่อยให้คนพวกนี้มารบกวนคุณทำไม" หลินซูเหยาช้อนตาขึ้นมองสามี มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจในความคลั่งรักที่ถูกเวลาของเขา "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แค่มีสุนัขบ้ามาเห่าหน้าบ้านนิดหน่อยเอง" คำว่า 'สุนัขบ้า' ทำให้ชาวบ้านหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธแต่ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเถียงต่อหน้าจางหย่งเจี้ยน ทว่าป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นฝังหุ่น นางรู้ว่าสู้กำลังไม่ได้ จึงงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาขู่ "จางหย่งเจี้ยน! แกอย่าหลงเมียนางงิ้วนี่จนหน้ามืดตามัวนะ! รู้ไหมว่าแม่แกน่ะ... กำลังจะเอาความลับอันน่าอับอายของครอบครัวแกไปประกาศให้คนทั้งอำเภอรู้! ถ้าแกไม่อยากพังอนาคตทหาร ก็ปล่อยให้ฉันจัดการสั่งสอนนังนี่ซะ!" คำพูดนั้นทำให้หลินซูเหยาและจางหย่งเจี้ยนชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวเลือนหายไป ความลับของแม่สามีงั้นหรือ? เรื่องอะไรกันที่ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่กล้าเอามาขู่ถึงขนาดนี้? จางหย่งเจี้ยนหรี่ตาลงอย่างอันตราย มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ในขณะที่หลินซูเหยากำลังจะเอ่ยปากซักไซ้ จู่ๆ ร่างของหญิงชราคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด และแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด—แม่สามีตระกูลจางนั่นเอง! นางพุ่งตรงเข้ามาคว้าชายเสื้อของลูกชายแน่น หอบหายใจตัวโยนก่อนจะตะโกนลั่นด้วยเสียงอันสั่นเครือ "หย่งเจี้ยน! ซูเหยา! หนี... หนีเร็วเข้า! คนพวกนั้น... พวกมันรู้เรื่อง 'สมบัติโบราณ' ที่ใต้ถุนบ้านเราแล้ว!" ทว่า ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งสลับสมอง เสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสิบชีวิตพร้อมเสียงตะโกนก้องของเจ้าหน้าที่ทางการก็ดังกระหน่ำปิดล้อมบ้านของพวกเขาไว้ทุกด้านเสียแล้ว! หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับความเข้มข้นในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%