"ใครเป็นคนแจ้งว่าเราบุกรุกพื้นที่หลวง... บอกชื่อมันมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงของหลินซูเหยากังวาลก้องท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดิน เธอไม่ได้กรีดร้องโวยวายเหมือนนางร้ายไร้สมองในความทรงจำเก่าของใครต่อใคร แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ซ่อนคลื่นใต้มหาสมุทรเอาไว้ จางหย่งเจี้ยนที่ยืนอยู่ข้างกายกระชับมือที่จับไหล่เธอไว้แน่น เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรนั้นไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเดือดดาลที่ถูกเก็บกดไว้อย่างเป็นระเบียบ
เจ้าหน้าที่รัฐที่ยืนอยู่เบื้องหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาหลบด้วยท่าทางมีพิรุธ
"เรื่องนั้น... เป็นความลับทางราชการครับคุณจาง แต่เอกสารแจ้งเหตุระบุชัดเจนว่าที่ดินแปลงนี้ยังไม่มีการออกโฉนดถูกต้อง และมีผู้ร้องเรียนว่าพวกคุณเข้าครอบครองโดยมิชอบ" เจ้าหน้าที่ตอบเสียงแข็ง แต่ทว่ามุมปากที่สั่นเล็กน้อยนั้นไม่ได้เล็ดลอดสายตาของซูเหยาไปได้
"ราชการหรือคนพาลคะ?" ซูเหยาแค่นยิ้ม มือเรียวหยิบเอกสารสัญญาเช่าที่ถือติดตัวมาตลอดขึ้นมาสะบัดเบาๆ "ดิฉันมีสัญญาเช่าที่ผ่านการเซ็นรับรองโดยผู้ใหญ่บ้านและประทับตราถูกต้องตามระเบียบหมู่บ้าน หากจะอ้างว่าบุกรุก ก็ช่วยไปตามคนเซ็นคนนั้นมาเผชิญหน้ากันหน่อยไหมคะ? หรือว่า... กลัวว่าความจริงจะเปิดเผยว่ามี 'คนใน' รับเงินใต้โต๊ะมาเพื่อกลั่นแกล้งกัน?"
หย่งเจี้ยนเหลือบมองภรรยาด้วยความประหลาดใจ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เขาไม่เคยเห็นซูเหยาในโหมดเฉียบคมเช่นนี้มาก่อน
"เราไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องสกปรกของพวกคุณหรอกค่ะ" ซูเหยาหันไปหาหย่งเจี้ยน "พี่คะ ในเมื่อพวกเขาอยากได้ที่นี่นัก ก็ยกให้! เราไปที่กระท่อมท้ายเขา เดี๋ยวนี้เลย"
การย้ายของเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่พากันออกมามุงดู แม่สามีจางที่แอบยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ฉีกยิ้มสมน้ำหน้าด้วยความสะใจ เธอหวังให้สะใภ้ตัวดีคนนี้ตกอับจนต้องคลานกลับมาขอข้าวขอกินที่บ้านใหญ่ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นภาพที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ซูเหยาไม่ได้ดูโศกเศร้า เธอเก็บเพียงของใช้ที่จำเป็นจริงๆ ผสมกับของที่ซ่อนอยู่ในมิติลับของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์พืชหายาก หรืออุปกรณ์ทำครัวชั้นดี เธอจัดระเบียบชีวิตใหม่ด้วยความรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว
"ที่นั่นมันกระท่อมผุๆ นะซูเหยา ฝนตกมาหลังคาก็รั่ว ลมพัดมาก็เสียวจะถล่ม" หย่งเจี้ยนเอ่ยถามขณะช่วยยกหีบไม้ใบสุดท้ายขึ้นรถเข็น เสียงของเขาทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
ซูเหยาหยุดกึก หันไปสบตาสามีที่ยืนเหงื่อซึมอยู่บนหน้าผาก เธอเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อให้เขาอย่างอ่อนโยน "พี่หย่งเจี้ยนคะ คำว่า 'บ้าน' ไม่ได้อยู่ที่ว่าหลังคามุงด้วยกระเบื้องราคาแพงหรือใบหญ้าแห้ง แต่มันอยู่ที่ว่าเราอยู่กับใครต่างหาก อีกอย่าง... กระท่อมที่ดูเหมือนจะพังนั่นแหละ คือสมบัติชิ้นแรกที่เราจะสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราเอง ไม่ใช่ของตายที่รอวันถูกแย่งชิง"
คำพูดนั้นแทรกซึมเข้าไปในใจของนายทหารหนุ่มจนเขาหน้าแดงวาบ ความอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วอก เขาตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ด้วยชีวิต
เมื่อเดินทางมาถึงกระท่อมท้ายเขา สภาพที่เห็นก็น่าหดหู่สมคำร่ำลือ พื้นดินแฉะชื้น หญ้ารกชัฏจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า แต่ซูเหยาไม่ได้ขมวดคิ้ว เธอเดินตรงเข้าไปสำรวจโครงสร้างอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าลั่นเบาๆ ในยามเย็น บรรยากาศดูอึมครึมลงทันตา ทว่าในจังหวะที่หย่งเจี้ยนกำลังจะกางผ้าใบคลุมหลังคา ซูเหยาเดินไปที่มุมหนึ่งของที่ดิน ซึ่งเป็นจุดที่มิติลับของเธอส่งสัญญาณประหลาด พื้นดินตรงนั้นดูมีความอุดมสมบูรณ์ผิดปกติจากที่อื่น
"พี่คะ... ช่วยขุดตรงนี้ทีค่ะ"
"ตรงนี้น่ะหรือ? มันเป็นแค่ดินโคลนนะ"
"เชื่อหนูเถอะค่ะ ขุดลงไปสักสองศอก แล้วพี่จะพบว่า 'รสชาติของความรวย' ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร"
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงจอบกระทบของแข็งดังขึ้น ดินที่ขุดออกมาไม่ได้มีเพียงแค่ก้อนหิน แต่มันคือ... ไหโบราณขนาดใหญ่ที่ฝังจมดินอยู่ลึกพอที่จะรอดพ้นจากการสำรวจของคนอื่น ซูเหยาหัวใจเต้นแรง นี่คือจุดเริ่มที่เธอแอบเห็นในมิติเมื่อคืน!
ทว่าในขณะที่หย่งเจี้ยนกำลังจะงัดฝาไหออก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังกระท่อม เงาร่างที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นพร้อมด้วยชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมที่ตามรังควานพวกเขามาจากหมู่บ้าน
"นึกแล้วเชียวว่าพวกแกต้องหนีมาซ่อนตัวที่นี่!" เสียงแหบพร่าของแม่สามีจางดังแทรกขึ้นมา "ที่ดินตรงนี้เป็นของบรรพบุรุษตระกูลจาง ของทุกอย่างที่ขุดได้จากที่นี่... คือสมบัติของฉัน ไม่ใช่ของพวกแก!"
ซูเหยาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่มือช้าๆ เธอหันไปเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกขนลุก
"สมบัติของตระกูลจางหรือคะ?" ซูเหยาเค้นหัวเราะพลางก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว "แม่คะ... ของที่อยู่ในไหใบนี้ ถ้าเปิดออกมาแล้วไม่ใช่ทอง แต่เป็น 'ความจริง' ที่จะทำให้คนในตระกูลจางต้องติดคุกหัวโต... แม่ยังจะอยากได้มันอยู่อีกไหมคะ?"
สิ้นคำพูดของเธอ หญิงชราก็ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที ในขณะที่หย่งเจี้ยนชักสีหน้าเคร่งขรึม ดึงตัวภรรยามาไว้ข้างหลังแล้วเงยหน้าจ้องมองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยแววตาดุดันเหมือนพยัคฆ์ร้าย
ท่ามกลางความกดดันที่ตึงเครียดถึงขีดสุด ฝาไหโบราณถูกงัดออกเพียงครึ่งเดียว สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนไม่ใช่ทองคำ แต่กลับเป็นเอกสารตราประทับสีแดงฉานของทางการที่ระบุชื่อเจ้าของที่ดินผืนนี้อย่างชัดเจน... และชื่อนั้นไม่ใช่ตระกูลจาง!
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับซูเหยาในก้าวแรกของการสร้างตัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 5
อิสรภาพคือรสชาติของความรวย
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!