เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย•ตอนที่ 27

ชัยชนะเหนือความเกลียดชัง

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"เงินหนึ่งพันหยวนในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลกำไรจากการค้าขายค่ะ แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เสียงนินทาและแววตาสสมเพชเวทนาของคนในหมู่บ้านเมื่อหนึ่งปีก่อน เป็นได้แค่เศษฝุ่นใต้รองเท้าของหลินซูเหยาคนนี้เท่านั้น!" เสียงตบโต๊ะเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจของหญิงสาวดังขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของเหล่าตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าจากในเมือง ซูเหยาในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมเรียบหรู ตัดเย็บด้วยความประณีตจนขับให้ผิวพรรณผ่องใสและบุคลิกภาพดูสง่างามเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างแท้จริง เธอยืนสงบนิ่งอยู่หน้าหอประชุมใหญ่ของอำเภอ ในฐานะ "นักธุรกิจหญิงดีเด่นประจำปี" ซึ่งเป็นเกียรติยศที่ไม่มีหญิงชาวนาคนไหนเคยไขว่คว้ามาได้มาก่อน เบื้องล่างสุดของห้องประชุม มีร่างคุ้นตาของหญิงสูงวัยผู้หนึ่งกำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและอับอาย แม่สามีตระกูลจางผู้เคยใช้วาจาร้ายกาจและตบตีโขกสับลูกสะใภ้คนนี้มาตลอด ยามนี้กลับต้องมานั่งซุกตัวอยู่แถวหลังสุด เพื่อมองดูความสำเร็จอันเจิดจ้าของคนที่นางเคยเหยียบย่ำ ดอกไม้จันทน์ในมือของแม่สามีคงไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เพราะตัวนางเองต่างหากที่รู้สึกเหมือนกำลังถูกเผาทั้งเป็นท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมาด้วยความชื่นชมในตัวซูเหยา "ดูสิ นั่นแม่สามีบ้านตระกูลจางนี่นา เมื่อก่อนเคยประกาศกร้าวว่าสะใภ้คนนี้เป็นตัวกาลกิณี ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะเกาะกระแสความร่ำรวยของลูกสะใภ้จนตัวสั่น" เสียงกระซิบกระซาบดังมาจากกลุ่มแม่ค้าแผงลอยข้างบ้าน ทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่สามีแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู นางอยากจะลุกขึ้นแผดเสียงด่าทอเหมือนทุกครั้ง แต่ลำคอกลับตีบตันเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของ จางหย่งเจี้ยน สามีหนุ่มนายทหารผู้สวมชุดเครื่องแบบเต็มยศ ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ที่มุมเสา สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองมาที่มารดาผู้ให้กำเนิดเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับทอดมองภรรยาด้วยประกายตาแห่งความรัก ความคลั่งไคล้ และความภาคภูมิใจอย่างเปิดเผย หย่งเจี้ยนก้าวเดินเข้าไปหาภรรยาคนสวยทันทีที่พิธีการช่วงแรกสิ้นสุดลง เขาไม่สนใจสายตาใครต่อใครที่มองมา มือหนาเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้ซูเหยาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มอบให้เธอเพียงผู้เดียว "เหนื่อยไหมคะภรรยาคนเก่งของพี่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่กุมมือเรียวบางของเธอเอาไว้แน่น "วันนี้คุณเปล่งประกายเสียจนพี่รู้สึกว่า ตัวเองโชคดีเหลือเกินที่เคยทำปากแข็งใส่คุณในวันแรก" ซูเหยาช้อนตาขึ้นมองสามี พลางอมยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน "ถ้าคุณยังขืนพูดจาหวานเลี่ยนแบบนี้อีก อาหารเย็นฝีมือฉันจะไม่เหลือเผื่อคุณเลยนะคะ ท่านผู้กองจาง" บรรยากาศความหวานชื่นของทั้งคู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกระแอมไอของเถ้าแก่หลี่ เจ้าของโรงงานแปรรูปรายใหญ่ในเมืองที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง "คุณซูเหยาครับ เรื่องสัญญาสั่งซื้อผลผลิตล็อตใหม่ทางภาคเหนือ ทางนั้นยืนยันยอดมาแล้วนะ สั่งเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าตัว! สินค้าจากฟาร์มของคุณกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ชนชั้นสูงในเมืองหลวงแย่งกันซื้อแล้วจริงๆ" "ขอบคุณค่ะเถ้าแก่หลี่ ดิฉันสัญญาว่าคุณภาพและมาตรฐานจะไม่มีวันตกหล่นอย่างแน่นอนค่ะ" ซูเหยาตอบรับด้วยน้ำเสียงฉะฉานและเป็นมืออาชีพ รอยยิ้มมั่นใจของเธอยิ่งขับให้เธอดูงดงามและทรงพลัง จนใครๆ ก็ไม่อาจละสายตา ทว่า ในขณะที่ความสำเร็จกำลังห้อมล้อมซูเหยาจนไร้ที่ติ ร่างของแม่สามีที่อดรนทนไม่ไหวก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้า ระหว่างที่สองสามีภรรยากำลังจะก้าวเดินไปขึ้นรถจี๊ปทหารที่จอดรออยู่ "นังตัวดี! แกคิดจะเหยียบหัวญาติผู้ใหญ่ในบ้านตระกูลจางจนไม่เหลือชิ้นดีเลยใช่ไหม! ร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้ แต่ปล่อยให้ฉันกับพ่อแกต้องกินข้าวต้มก้นหม้อเนี่ยนะ! แกมันอกตัญญู นางงูพิษ!" เสียงแหลมสูงตวาดลั่นจนผู้คนรอบข้างสะดุ้งโหยง ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณลานจอดรถชั่วขณะ ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ความวุ่นวายนี้ทันที ซูเหยาสดับฟังเสียงกรีดร้องนั้นด้วยความสงبيนิ่ง ใบหน้าสวยคมไม่ได้แสดงความตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับค่อยๆ ปลดกระเป๋าถือหนังแท้ราคาแพงลง ช้าๆ และสง่างาม ก่อนที่ซูเหยาจะได้เอաբาทใดออกมาโต้ตอบ จางหย่งเจี้ยนกลับก้าวออกมาบังร่างภรรยาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่มแผ่รังสีความเย็นเยียบและกดดันออกมาจนแม่สามีถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "แม่ครับ..." น้ำเสียงของหย่งเจี้ยนเย็นชาและเด็ดขาดไร้เยื่อใย "คำว่า 'ครอบครัว' ที่แม่พูดถึง มันหมดความหมายไปตั้งแต่วันที่แม่พยายามใส่ร้ายป้ายสีเธอ และไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่สนว่าเธอจะตายหรืออยู่แล้วครับ" "แก... แกกล้าอกตัญญูกับแม่หรอกหรือไอ้ลูกเนรคุณ!" แม่สามีโกรจนตัวสั่น น้ำตาแห่งความคับแค้นใจเอ่อคลอเบ้า ซูเหยาโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงไปยังหญิงแก่ผู้เอาแต่ใจด้วยความเยือกเย็น ดุจดั่งกุหลาบงามที่มีหนามแหลมคมพร้อมปกป้องตัวเอง "คุณแม่คะ เงินทุกหยวนที่ฉันหามาได้มาจากหยาดเหงื่อและสมองของฉันเองค่ะ ไม่เคยเบียดเบียนเงินสักแดงเดียวจากตระกูลจาง... และถ้าคุณแม่ยังมายืนโวยวายสร้างความเสื่อมเสียให้ธุรกิจของฉันตรงนี้ล่ะก็..." ซูเหยาเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับคมกริบ "ฉันคงต้องให้ทนายส่วนตัวส่งหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและบุกรุกพื้นที่ธุรกิจ ไปส่งถึงหน้าบ้านตระกูลจางในวันพรุ่งนี้เลยนะคะ" คำขู่ที่สุภาพแต่เฉียบคมราดรดลงบนความหยิ่งทะนงของแม่สามีจนมลายหายไปสิ้น นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าสะใภ้ด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่า ในจังหวะที่ซูเหยาหมุนตัวเตรียมจะก้าวขึ้นรถจี๊ปเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะร่วมกับสามีสุดที่รัก สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่ง กำลังยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับๆ ล่อๆ อยู่หลังเสาปูน พร้อมกับส่งรอยยิ้มแปลกประหลาดมาให้เธอ... และเมื่อเธอดึงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกสอดเข้ามาในช่องกระจกรถขึ้นมาอ่าน ข้อความสั้นๆ ด้านในกลับทำให้ลมหายใจของหลินซูเหยาต้องสะดุดกึกทันที! *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความกล้าหาญของซูเหยามาจนถึงบทนี้นะคะ*
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ร้าย: ขอสลัดบ้านผัวไปสร้างตัวให้ร่ำรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%