ความเงียบงันภายในห้องพักขนาดกะทัดรัด ณ ชานเมืองที่ไกลแสนไกลจากคฤหาสน์ตระกูลอัครวรกุลราวฟ้ากับเหว หนักอึ้งเสียจนแทบจะบีbคั้นอากาศให้กลายเป็นของเหลวหนืดเหนียว รินรดายกมือขึ้นสัมผัสแผ่นหลังของลูกชายวัยสามขวบเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนและจังหวะการหายใจสม่ำเสมอของน้องลีโอดังขึ้นท่ามกลางความมืดมล สลับกับเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก
ดวงตากลมโตของอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอสะท้อนภาพเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่าง... วันนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับความชอกช้ำจากการถูกละเลยอีกต่อไปแล้วค่ะ การก้าวเท้าออกมาจากกรงทองแห่งความเย็นชาเมื่อหลายเดือนก่อน คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่ภาพเด็กชายตัวน้อยที่ยืนขยี้ตาอยู่ตรงมุมห้องเมื่อครู่... มันกลับกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า สายใยระหว่างเธอกับอคินทร์ยังคงผูกพันกันอย่างแน่นหนาผ่านเลือดเนื้อของเขาเอง
รินรดาก้มมองหน้าท้องแบนราบที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม ลมหายใจของเธอสะดุดไปวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงผลตรวจจากโรงพยาบาลเมื่อช่วงบ่ายวันนี้... ใช่ค่ะ เธอกำลังตั้งครรภ์ ทารกอีกหนึ่งชีวิตกำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางรอยแผลเป็นในใจ และท่ามกลางความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวของคนเป็นแม่ที่พร้อมจะปกป้องลูกทั้งสองคนด้วยลมหายใจทั้งหมดที่มี
"คุณแม่ขา... หิวนมจังเลย" เสียงงיתเงียของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ที่พลิกตัวเข้ามาซุกซบกับตักของเธอ ลีโอน้อยช้อนดวงตากลมโตใสแป๋วที่ถอดแบบมาจากบิดาไม่มีเพี้ยนขึ้นมอง รอยยิ้มจิ้มลิ้มและกลิ่นอายความไร้เดียงสาของลูกชายคือพลังวิเศษที่ล้างความอ่อนล้าในกายของรินรดาให้มลายหายไปในพริบตา
"คนเก่งของแม่ ตื่นแล้วหรือคะ เดี๋ยวแม่ชงนมให้นะคะคนดี" รินรดากลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยน มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของลูกชาย ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในห้องแคบๆ แห่งนี้ ตัดขาดจากโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความโลภและอำนาจของตระกูลอัครวรกุลอย่างสิ้นเชิง
ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังโอบกอดความสุขสงบอันเปราะบางนี้ไว้ ความโกลาหลที่อีกซีกหนึ่งของเมืองกำลังปะทุขึ้นอย่างไม่มีวันย้อนกลับ
อคินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยในชุดนอนลายการ์ตูนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมองราวกับภาพหลอน ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและเชื่อมั่นในเหตุผลมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนกและสำนึกผิดที่กัดกินขั้วหัวใจอย่างโหดร้าย
ดวงตาคมกริบทอประกายแดงก่ำ เขานึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่รินรดาร้องไห้อย่างเงียบเชียบ ตลอดเวลาที่เขาปล่อยให้เมธาวีเข้ามาปั่นป่วนและเยาะเย้ยถากถางภรรยาในนาม... เขากลับคิดว่าตัวเองคือผู้ถูกกระทำ คือสามีที่แบกรับภาระและมอบชีวิตที่สุขสบายให้ เธอน่าจะสำนึกบุญคุณด้วยซ้ำ แต่วินาทีนี้... เมื่อเขาได้เห็น "เงาของตัวเอง" ย่อส่วนอยู่ในร่างของเด็กชายวัยสามขวบ ความจริงอันเจ็บปวดก็ฟาดเข้าใส่หน้าจนชาดิก
"คุณริน... คุณซ่อนลูกของผมไว้จากผมเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า หัวใจของประธานหนุ่มบีบรัดจนเจ็บแปลบราวกับมีใครเอามือมาขยำขยี้ เขานึกถึงแววตราบาป ความว่างเปล่า และความเด็ดเดี่ยวในวินาทีสุดท้ายที่รินรดายื่นใบหย่าให้ ท่าทางที่ไม่หลงเหลือเยื่อใยใดๆ นั้น... แท้จริงแล้วมันคือเกราะป้องกันอันแข็ง
แกร่งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสายเลือดของเขาจากความเย็นชาของเขานั่นเอง!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่ร่างระหงของเมธาวีจะก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ใบหน้าเฉี่ยวคมแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย้ายวนใจตามแบบฉบับหญิงสาวผู้มั่นใจในเสน่ห์ แต่บรรยากาศรอบตัวอคินทร์ในยามนี้กลับมืดมนและน่ากลัวเสียจนเมธาวีต้องชะงักฝีเท้า
"อคินคะ ดึกดื่นแบบนี้ทำไมยังไม่พักผ่อนอีก เมย์เป็นห่วงนะคะ... ว่าแต่คุณดูแปลกไปนะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?" เมธาวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมจะเดินเข้าไปแนบชิดร่างสูงตามความคุ้นเคยเดิม
"ออกไป."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบที่มักจะเรียบนิ่ง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประกายตาดุดันน่ากลัวจนเมธาวีผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"อะ... อคิน พูดอะไรคะ เมย์เป็นเมธาวีนะ คนของคุณ..."
"ฉันบอกให้ออกไป!" อคินทร์ตวาดลั่นห้องจนข้าวของบนโต๊ะทำงานสะเทือน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสั่นเทาด้วยโทสะและแรงขับเคลื่อนจากความจริงที่เพิ่งค้นพบ "อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก เมธาวี... สามปีที่ผ่านมา ฉันโง่เง่าขนาดไหนที่ปล่อยให้ผู้หญิงอย่างเธอเข้ามาเป่าหูทำร้ายภรรยาตัวเอง!"
เมธาวีหน้าถอดสี ริมฝีปากอิบอิ่มสั่นระริกด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ "คุณพูดเรื่องอะไรคะ! นังรินรดามันเป่าหูอะไรคุณ! มันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่..."
"หุบปาก!" อคินทร์พุ่งสายตาคมกริบใส่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าเธอเอ่ยชื่อรินรดารวมถึงลูกของฉันด้วยความดูถูกอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะทำให้ตระกูลของเธอพังพินาศไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน ไสหัวไปซะ!"
ความดุดันและอำนาจมืดที่อคินทร์ปลดปล่อยออกมาทำให้เมธาวีต้องวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนหายใจหอบกระชั้นท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เขารู้แล้วว่าเขาต้องทำอย่างไร... การตามล่าหาภรรยาและลูกชายที่ซ่อนตัวอยู่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ทว่า... ในวินาทีที่อคินทร์กำลังจะหยิบโทรศัพท์เพื่อสั่งการลูกน้องคนสนิท เสียงแจ้งเตือนข้อความทางมือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดหน้า
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นในความมืด ปรากฏภาพถ่ายไฟล์เอกสารลับจากโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากแหล่งข่าวปริศนาที่ทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มหยุดชะงักไปในทันที
*ภาพอัลตราซาวด์อายุครรภ์แปดสัปดาห์ และชื่อของ 'รินรดา' ที่กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของตระกูลอัครวรกุล... พร้อมพิกัดล่าสุดที่เเพ็คกระเป๋ากำลังจะเดินทางออกนอกประเทศในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า!*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเจ็บปวดและการตื่นรู้ครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— ชฎาพรายไวน์แดง
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 2
ก้าวแรกของชีวิตใหม่
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!