กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจราคาแพงระเหยขึ้นมาผสมปนเปกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง บนโต๊ะอาหารยาวสลักลายหลุยส์ เทียนหอมกลิ่นกุหลาบมอญที่ควรจะจุดเพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม กลับเหลือเพียงแท่งเทียนละลายหยาดเยิ้มจนน่าสมเพช เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนในเวลานี้
รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะอาหาร ตัวเธอบางราวกระดาษสาในชุดเดรสสีดำเรียบหรู ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนหวานและเปี่ยมด้วยความหวังเมื่อสามปีก่อน บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าเยียบเย็น เธอมองชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี—อคินทร์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขายังคงดูสง่างามในชุดสูทตัดเย็บประณีต ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ที่ติ ทว่าแววตาคู่นั้นไม่เคยมีพื้นที่ให้เธอเลยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
"คุณดึกมากนะคะวันนี้" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของการตัดพ้อหรือเรียกร้องความสนใจเช่นในอดีต
อคินทร์ถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงออกอย่างไร้ความใส่ใจ เขายังคงยืนค้ำหัวเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและห่างเหิน ดวงตาคมกริบกวาดมองอาหารบนโต๊ะที่เย็นชืดก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "คุณก็รู้ว่าผมงานยุ่ง เมธาวีเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เธอมีปัญหาเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องให้ผมช่วยเคลียร์... อย่าทำหน้าแบบนั้นอีกเลยรินดา มันน่ารำคาญ"
คำว่า 'เมธาวี' ถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงใจราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา สามปีของการแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก สามปีที่เธอต้องทนกินน้ำตาแทนข้าว และสามปีที่เขาเอาแต่วิ่งตามเงาของคนรักเก่า โดยหลงลืมไปว่าภรรยาตามกฎหมายอย่างเธอก็กำลังเลือดไหลซิบๆ จากความเจ็บปวดที่เขามอบให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รินรดาไม่ร้องไห้ เธอไม่หลั่งน้ำตาให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกต่อไปแล้ว
เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่มือเรียวบางจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ใต้จานอาหารเลื่อนไปตรงหน้าเขา เสียงกระดาษเสียบสีกับพื้นโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบงัน
อคินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองซองเอกสารนั้นด้วยความไม่เข้าใจ "อะไรของคุณ?"
"เปิดดูสิคะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "ของขวัญวันครบรอบที่เราสองคนสมควรได้รับร่วมกัน"
ชายหนุ่มหยิบซองเอกสารขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เขากระชากเปิดมันออกอย่างไม่แยแส ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความบนหัวกระดาษแผ่นนั้น ตัวอักษรสีดำสนิทบนกระดาษขาวสะอาดตากรีดแทงสายตาจนเขาต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*‘หนังสือสัญญาหย่า’*
บรรทัดล่างสุด... มีลายมือชื่อของเธอ ‘รินรดา’ เซ็นกำกับไว้อย่างบรรจงและเด็ดเดี่ยว
อคินทร์เงยหน้าขึ้นจ้องมองภรรยาด้วยแววตาวาวโรจน์ ความเย็นชาที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธทันที เขากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแก้วไวน์สั่นสะเทือน "คุณเล่นบ้าอะไรอีกแล้วรินดา! แค่ผมกลับบ้านดึกเพราะธุระสำคัญ ถึงกับต้องเอาเรื่องหย่ามาขู่ผมเลยหรือไง? คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะสนใจคุณมากขึ้นงั้นเหรอ?"
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้อคินทร์ชะงักไปชั่วขณะ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขามาก แต่แววตาที่เธอมองกลับมานั้นเต็มไปด้วยความเข้มแข็งจนน่าตกใจ
"ขู่เหรอคะ? คุณอคินทร์คะ... คุณประเมินความรู้สึกของฉันสูงเกินไป หรือไม่ก็ประเมินความอดทนของฉันต่ำเกินไปต่างหาก" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้เขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ปะทะเข้ากับจมูกของคนตัวโต "สามปีที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่, นอน, และร้องไห้คนเดียวในบ้านหลังนี้ สามปีที่คุณเอาแต่กอดผู้หญิงอีกคนในความทรงจำ... พอทีค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว"
"รินรดา! คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งเลิกกับผม!" อคินทร์คำรามต่ำ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้ผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงช้ำ แต่รินรดากลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์คะ ในเมื่อชีวิตนี้คุณไม่เคยให้เกียรติฉันเลยแม้แต่วินาทีเดียว" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน แววตาสั่นระริกด้วยไฟแค้นที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน "เซ็นชื่อลงไปซะค่ะอคินทร์ ปล่อยฉันไป... แล้วคุณจะได้ไปอยู่กับเมธาวีอย่างเปิดเผย สมใจอยากของคุณไงคะ!"
อคินทร์รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันคือความตื่นตระหนก... ความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบราวกับมีใครเอามีดมาเฉือน เมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าและไร้เยื่อใยของภรรยา ผู้หญิงที่เคยยอมจำนนและรักเขาจนหมดหัวใจ บัดนี้กลับต้องการสลัดเขาหลุดพ้นราวกับเดรัจฉานตัวหนึ่ง
"ผมไม่เซ็น!" เขาสบถลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ "คุณเป็นภรรยาของผม เป็นคนของผม อยากจะไปไหนก็ไม่มีวันได้ไปทั้งนั้น!"
"งั้นเราก็คงต้องเจอกันที่ศาลค่ะ" รินรดาสลัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างเด็ดเดี่ยว เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดึงแหวนเพชรแต่งงานมูลค่าหลายสิบล้านออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แล้ววางมันลงบนกองเอกสารหย่านั้นอย่างไม่ไยดี "ฉันให้เวลาคุณคิดสามวัน ถ้าคุณไม่ยอมเซ็น ฉันจะเป็นคนยื่นฟ้องเอง... และรับรองว่าหลักฐานความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างคุณกับเมธาวี จะทำให้คุณต้องอับอายจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่ๆ ค่ะ"
พูดจบ เธอก็หันหลังให้เขาทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองอีก อคินทร์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เสียงปิดประตูห้องนอนชั้นบนดัง *‘ปัง!’* สะท้อนก้องกังวานในหัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ไม่ใช่คำขู่เรื่องการฟ้องร้องหย่า...
แต่เป็นเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วที่ดังแทรกขึ้นมาจากห้องรับแขกด้านนอก ซึ่งทำให้เขาต้องหันขวับไปมองด้วยความตกตะลึง
"หม่าม้าฮะ... คุณปะป๊ากลับมาแล้วเหรอฮะ? ทำไมปะป๊ากับหม่าม้าถึงเสียงดังกันจัง ลีโอนอนไม่หลับเลย..."
ร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูนก้าวออกมาจากมุมห้อง ดวงตากลมโตใสแป๋วถูไถไปมาด้วยความง่วงงุน ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบมาจากอคินทร์ราวกับพิมพ์เดียวกัน... และนั่นคือวินาทีที่โลกทั้งใบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งพังทลายลงในพริบตา เมื่อเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... ตลอดสามปีที่ผ่านมา นอกจากเขาจะผลักไสภรรยาออกจากชีวิตแล้ว เขายังเกือบทำลายครอบครัวที่แท้จริงของตัวเองด้วยมือคู่นี้โดยไม่เคยรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย!
ขอบคุณสำหรับการติดตามตอนแรกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ลงนามแล้ว
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!