"ถ้าคุณยังกล้าส่งคนเข้ามาวุ่นวายกับรินและลูกอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะทำให้ตระกูลของคุณกลายเป็นแค่ชื่อที่ถูกลบออกจากแผนที่ธุรกิจนี้... จำคำฉันไว้!"
เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวแกร่งและเต็มไปด้วยแรงอาฆาตมาดร้ายดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหรา อคินทร์กระชากโทรศัพท์มือถือออกจากใบหน้าด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับพญามัจจุราชที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนเป็นชิ้นๆ เมธาวีที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวต่อผู้ชายตรงหน้า—ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าอยู่ในกำมือมาตลอด
อคินทร์ในยามนี้ไม่ใช่ประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นและสุขุมคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความผิดพลาดในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งรินรดาและปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความโหดร้ายลำพังเปรียบเสมือนมีดกรีดแทงหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งรู้ว่ามีคนพยายามใช้เรื่องธุรกิจและอิทธิพลมืดมาคุกคามสอง母子 (แม่ลูก) ความอดทนเส้นสุดท้ายในใจเขาก็ขาดผึ่งลงอย่างไม่มีวันประสาน
เขาหันขวับมามองเมธาวีด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเยียบเย็นจนน่าขนลุก "เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉัน อย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าเธอในอาณาจักรนี้อีก ไม่อย่างนั้น... ฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของชีวิตเธอแน่"
ประโยคนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตที่เด็ดขาดและไร้ซึ่งความปรานี อคินทร์ก้าวฉับๆ ออกจากห้องนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองผู้หญิงที่เคยพยายามใช้มารยาสาตไถ่ครอบงำเขาเลยแม้แต่น้อย วินาทีนี้ เป้าหมายเดียวในชีวิตของเขาคือการเดินทางไปปกป้อง "หัวใจ" ทั้งสองดวงของเขาให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกมารสังคมที่จ้องจะทำลาย
ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่รินรดาย้ายมาพักอาศัย บรรยากาศภายในห้องกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มบริสุทธิ์ของเด็กชายวัยสามขวบ
"คุณแม่ครับ น้องลีโอวาดรูปครอบครัวเสร็จแล้ว ดูสิครับ มีคุณแม่ มีน้องลีโอ... แล้วก็มีคุณพ่อใจดีด้วยนะ"
เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอดังขึ้นพร้อมกับชูแผ่นกระดาษวาดเขียนที่เต็มไปด้วยลายเส้นยุ๊กยิ๊กให้หญิงสาวดู รินรดารับกระดาษแผ่นนั้นมามองด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบไว้ด้วยความเศร้าสร้อยลึกๆ ในแววตา เธอนั่งลงคุกเข่าโอบกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มเข้าสู่อ้อมอก สูดกลิ่นหอมสะอาดของลูกน้อยเพื่อเติมพลังให้หัวใจที่บอบช้ำ
"เก่งจังเลยค่ะคนดีของแม่..." รินรดากระซิบเสียงสั่นเครือ มือเรียวลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายเบาๆ ภาพวาดที่มีผู้ชายร่างสูงยืนเคียงข้างเธอกับลูกทำให้หัวใจที่ด้านชาไหววูบ แม้เธอจะพยายามเข้มแข็งแค่ไหนในการก้าวออกมาจากขุมนรกแห่งการแต่งงานไร้รัก แต่สายใยที่เชื่อมโยงระหว่างพ่อ ลูก และเธอกลับไม่ใช่สิ่งที่ตัดขาดกันได้ง่ายๆ
แต่ความอบอุ่นนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรัวเร็วและหนักหน่วงภายนอกห้อง ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบดึงน้องลีโอมาหลบไว้ข้างหลัง ร่างบางสั่นเทาด้วยความระแวง สัญชาตญาณความเป็นแม่บอกทันทีว่าผู้มาเยือนในยามวิกาลนี้ไม่ใช่คนที่เป็นมิตรแน่นอน
"ใครคะ..." รินรดากลั้นใจถามออกไป เสียงสั่นพร่า
"ริน! เปิดประตูให้ผมเถอะ ริน... ผมเอง อคินทร์!"
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยตะโกนแทรกผ่านบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูดดึงดันที่แสดงถึงความร้อนรนอย่างถึงที่สุด รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อคินทร์ตามมาเจอที่นี่ได้อย่างไร? หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและสับสนระคนกัน เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับเขา ไม่อยากให้เขาเข้ามาปั่นป่วนชีวิตที่สงบสุขของเธอกับลูกอีกแล้ว
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ตัดสินใจทำอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงพังประตูห้องพักฝั่งตรงข้ามอย่างรุนแรง ร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสามคนพร้อมอาวุธครบมือพังพรวดเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางของชั้นอย่างอุกอาจ สายตาดุดันและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของหัวหน้ากลุ่มคนร้ายที่ก้าวตามหลังมาทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
พวกมันไม่ใช่คนของอคินทร์... แต่เป็นศัตรูทางธุรกิจที่อคินทร์เพิ่งประกาศสงครามด้วยเมื่อครู่ และพวกมันเลือกที่จะใช้ "ลูกและเมีย" ของเขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น!
"อุ๊ย แม่จ๋า กลัว..." น้องลีโอร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ ซุกหน้าเข้ากับเอวของมารดาแน่น รินรดากอดลูกน้อยไว้ด้วยความตื่นตระหนก มือสั่นเทาคว้าแจกันแก้วใกล้มือมาถือไว้เพื่อป้องกันตัว แม้รู้ดีว่ามันไม่อาจสู้กับอาวุธในมือของคนพวกนั้นได้เลย
"ถอยไปให้พ้นนะ!" รินรดาตะโกนเสียงหลง ขณะที่ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน พล V ปืนพกสั้นในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่ร่างของเธอและลูก
"สามีเธอมันอวดดีนัก... ถ้าเราจับลูกชายตัวน้อยนี่ไปเป็นประกัน คงทำให้ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่อกแตกตายได้ไม่น้อยเลยสินะ แม่สาวน้อย"
รินรดากรีดร้องสุดเสียง เธอใช้ร่างกายของตัวเองบังร่างเล็กของลูกชายไว้หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ทว่าในวินาทีวิกฤตที่ความตายอยู่แค่เอื้อม ประตูห้องที่ถูกล็อกไว้ก็ถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลจนบานพับหลุดกระเด็น!
ร่างสูงใหญ่ของอคินทร์พุ่งทะยานเข้ามาในห้องราวกับพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิตจนน่ากลัว เขากระโจนเข้าใส่ชายฉกรรจ์คนแรกด้วยหมัดหนักหน่วงที่ซัดเข้าที่ใบหน้าจนอีกฝ่ายล้มคว่ำไม่เป็นท่า ก่อนที่บอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาจะกรูกันเข้ามาควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
เสียงโกลาหลดังขึ้นชั่วครู่ก่อนจะสงบลงด้วยฝีมือของอคินทร์ที่ระบายความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดลงบนร่างของคนร้ายจนนอนสაბจมกองเลือด ร่างสูงหอบหายใจหนักหน่วง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้ามีรอยฟกช้ำเล็กน้อย แต่แววตาที่เขามองตรงมายังรินรดาและน้องลีโอกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยสุดซึ้งและความเจ็บปวดสำนึกผิด
อคินทร์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ สองเข่าทรุดลงตรงหน้าลูกเมีย มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะแตะแก้มนวลของลูกชาย แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
"อย่าเข้ามานะ... คุณอคินทร์ คุณเป็นคนพาความฉิบหายพวกนี้มาหาเรา!" รินรดากรีดร้องตัดพ้อด้วยความอัดอั้นตันใจ
อคินทร์ชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บราวกับถูกบดขยี้เป็นจุล เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยา หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินลงมาเงียบๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต
"ใช่... ฉันมันโง่เองที่ปกป้องพวกเธอไม่ได้ในอดีต..." อคินทร์เสียงสั่นเครือ น้ำตาร่วงเผาะลงบนพื้น "แต่ต่อจากนี้... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของฉัน ฉันก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องรินกับลูกอีกเด็ดขาด... ขอร้องล่ะริน ให้โอกาสฉันได้ปกป้องครอบครัวของเราอีกครั้งนะ"
รินรดานิ่งงัง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม หัวใจที่เคยปิดตายกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงต่อคำประกาศิตที่เด็ดเดี่ยวและแววตาที่จริงจังของอดีตสามี
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอคินทร์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทราระอา หน้าจอแสดงเบอร์ของเลขานุการส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยน้ำร้อนรน
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงปลายสายละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนก "คุณเมธาวี... เธอแอบขโมยเอกสารผลตรวจ DNA ลับระหว่างคุณกับน้องลีโอที่โรงพยาบาล... ตอนนี้เธอกำลังเดินทางไปออกรายการข่าวสด เพื่อแฉเรื่องทั้งหมดให้สังคมประณามคุณกับคุณรินรดาแล้วครับ!"
อคินทร์เบิกตากว้างจนแทบถลน เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อหันกลับมาสบตากับรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน... เกมการแก้แค้นยังไม่จบลงแค่นี้ และความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะถูกกระชากออกสู่สายตาประชาชนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
- ชฎาพรายไวน์แดง -
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 22
ปกป้องสิ่งที่รัก
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!